Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Meta ชู ‘Muse Spark’ จาก Superintelligence Labs ดัน AI เฉพาะบุคคล

Meta เปิดตัว ‘Muse Spark’ โมเดลแรกจาก Superintelligence Labs ยกระดับ AI ฉลาด-เฉพาะบุคคลมากขึ้น

Meta ประกาศเปิดตัว “Muse Spark” โมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน และเป็นโมเดลแรกจาก Meta Superintelligence Labs (MSL) มุ่งเป้าขับเคลื่อน Meta AI ให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalized) พร้อมยกระดับการค้นหาข้อมูล การมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ และการใช้งานในชีวิตประจำวันบนแพลตฟอร์มในเครือของ Meta

Muse Spark ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์บน Instagram, Facebook และ Threads โดยสามารถอ้างอิงข้อมูลจากคอนเทนต์ที่ผู้ใช้แชร์เพื่อมอบคำแนะนำที่เกี่ยวข้องได้แม่นยำขึ้น ไฮไลต์สำคัญคือความสามารถด้าน Multimodal ที่เข้าใจทั้งข้อความและภาพในบริบทจริง เช่น การถ่ายภาพสินค้าเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลหรือจัดอันดับทางเลือกตามความต้องการของผู้ใช้ได้ทันที

นอกจากนี้ Muse Spark ยังรองรับงานที่ซับซ้อนไปจนถึงการสร้างสรรค์เชิงอินเทอร์แอคทีฟ (Visual Coding) เช่น การสร้างมินิเกมหรือเว็บไซต์จากคำสั่ง (Prompt) ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มเปิดใช้งานแล้วบนแอปและเว็บไซต์ Meta AI และมีแผนจะขยายการใช้งานไปยังพาร์ตเนอร์ผ่าน API ในอนาคต

มุ่งเน้นนวัตกรรมที่ปรับขยายได้และเข้าถึงง่าย

Meta ยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนา Muse Spark อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ AI ที่ทรงพลังและสอดคล้องกับความสนใจเฉพาะบุคคล โดยยังคงสำรวจโอกาสในการเปิดโอเพนซอร์ส (Open-source) ในอนาคต เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงสู่สาธารณะในวงกว้าง

ฟีเจอร์เด่นของ Muse Spark

  • ช่วยให้ Meta AI ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น: รองรับทั้งคำถามทั่วไปและงานที่ซับซ้อน ด้วยความสามารถด้านการให้เหตุผลและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบข้อความและภาพ
  • สามารถทำความเข้าใจแบบ Multimodal: เข้าใจทั้งข้อความและภาพ รวมถึงบริบทในโลกแห่งความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ข้อความที่พิมพ์ เช่น ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพชั้นวางขนม และให้ Meta AI ช่วยระบุหรือจัดอันดับตัวเลือกต่าง ๆ เช่น ตัวเลือกที่มีโปรตีนสูงกว่า หรือสแกนสินค้าเพื่อเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น ๆ ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในสถานการณ์จริง
  • มอบประสบการณ์ที่เฉพาะบุคคลมากขึ้น: มอบคำตอบและคำแนะนำที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้ โดยอ้างอิงจากพฤติกรรม ความสนใจ และคอนเทนต์ที่มีการแชร์บน Instagram, Facebook และ Threads
  • มีความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์และอินเทอร์แอคทีฟ: รองรับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงการเขียนโค้ดเชิงภาพ (visual coding) เพื่อสร้างเว็บไซต์หรือประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟจากคำสั่ง (prompt) ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถขอให้ Meta AI สร้างแดชบอร์ดสำหรับจัดเตรียมเซอร์ไพรส์ สร้างมินิเกมสไตล์เรโทร หรือประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟรูปแบบต่าง ๆ และสามารถแชร์ให้ผู้อื่นได้
  • มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง: ออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัว ช่วยให้สามารถพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทีม Summit คว้าแชมป์ AI for Justice ด้วยแพลตฟอร์มแปลงคำพิพากษา

เจาะพฤติกรรม Gen Z เลือกแบรนด์ปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ TRUST

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar