สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และหน่วยงานพันธมิตร จัดการแข่งขันโครงการ “Responsible AI Innovation Hackathon” ภายใต้โจทย์ “AI for Justice” โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการยุติธรรม ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีม Summit ได้รับรางวัลชนะเลิศ ทีมนี้พัฒนาแพลตฟอร์มแปลงเอกสารคำพิพากษาเป็นดิจิทัล โครงการนี้เน้นย้ำการใช้เทคโนโลยีภายใต้หลักการ Responsible AI หรือ AI ที่มีความรับผิดชอบ เพื่อการใช้งานจริงในศาล
ETDA จัดแข่งขัน AI for Justice
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และหน่วยงานพันธมิตร จัดกิจกรรมรอบชิงชนะเลิศโครงการ “Responsible AI Innovation Hackathon” ภายใต้โจทย์ “AI for Justice” โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อค้นหานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมไ ด้อย่างเท่าเทียม
โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของ ETDA (ศูนย์ AIGC)สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง, สำนักพัฒนาบุคลากรเพื่อการยุติธรรม, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ Academy) และบริษัทอะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ประเทศไทย
หลักการ Responsible AI

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส ETDA ระบุว่า การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการยุติธรรมต้องตั้งอยู่บนหลักการ “Responsible AI” หรือ AI ที่มีความรับผิดชอบ ระบบ AI ต้องสามารถอธิบายเหตุผลของที่มาได้ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ นอกจากนี้ ระบบต้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลความลับของคดี
ดร.ศักดิ์ ยกตัวอย่างการป้องกันความลำเอียง ได้แก่ การออกแบบ AI ให้รองรับประชาชนที่ไม่ได้พูดภาษาไทยกลาง และการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเพื่อร่างสำนวนคดีโดยไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ผลการแข่งขัน

การแข่งขันครั้งนี้มีทีมส่งผลงานเข้าร่วม 74 ทีม ผู้เข้าแข่งขันผ่านกระบวนการบ่มเพาะจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI และผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการยุติธรรม จนเหลือ 10 ทีมสุดท้าย ผลการแข่งขันมีรายละเอียดดังนี้
- รางวัลชนะเลิศ: ทีม Summit ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท ทีมพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับแปลงเอกสารคำพิพากษาให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล แพลตฟอร์มนี้มีความสามารถในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ค้นหา วิเคราะห์ และสรุปแนวคำพิพากษา
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: ทีม AiChai พัฒนาระบบ AI ช่วยระบุความซับซ้อนของคดีโดยใช้ Rubric ระบบนี้ช่วยจัดสรรคดีอย่างรวดเร็ว เป็นมาตรฐาน และตรวจสอบได้
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: ทีม Justice Shield พัฒนาระบบ AI Multi-Agent สำหรับศาลปกครอง ระบบช่วยค้นหาบรรทัดฐานคำพิพากษาผ่านภาษาธรรมชาติ ระบบนำเข้าเอกสารผ่าน OCR และตรวจสอบด้วย Dual-AI 2 ชั้น โดยกำหนดให้ตุลาการเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเสมอ
- รางวัลพิเศษ: ทีม 2GFPM พัฒนาแพลตฟอร์ม “JusFlow” ช่วยดึงข้อมูล จำแนกประเภท และตรวจสอบความครบถ้วนของคำฟ้อง ระบบนี้ช่วยลดภาระงานเอกสารของเจ้าพนักงานศาลยุติธรรมและผู้พิพากษาเวรชี้
- รางวัลพิเศษ: ทีม CAP พัฒนาแชตบอตเว็บแอปพลิเคชันตอบคำถามกฎหมาย ระบบสามารถตรวจสอบความถูกต้องของหมายศาล ติดตามสถานะคดี และมีฟังก์ชันโน้ตช่วยจำที่ส่งออกเป็นไฟล์ได้ (โดยรวมมูลค่ารางวัลสนับสนุนในโครงการนี้ทั้งสิ้น 200,000 บาท)
นวัตกรรม 10 ทีมสุดท้าย
ทีมอื่น ๆ ใน 10 ทีมสุดท้าย พัฒนานวัตกรรมรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์กระบวนการยุติธรรม ดังนี้
ทีม FILAS: พัฒนาระบบ Legal Tech AI รับเสียงพูดและแปลงเป็นข้อความ ระบบช่วยเรียบเรียงให้อยู่ในรูปแบบภาษากฎหมายเพื่อจัดทำร่างคำฟ้องเบื้องต้น และให้คำปรึกษาขั้นตอนต่าง ๆ เอกสารที่ต้องใช้ รวมถึงติดตามสถานะคดีหลังยื่นฟ้องได้
ทีม Jai-Pen-Klang: พัฒนาแพลตฟอร์ม ‘พร้อมฟ้อง’ เพื่อให้คำปรึกษากฎหมายตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถถามปัญหา ตรวจและร่างสัญญา เตรียมคำฟ้องด้วยภาษาพูดธรรมดา และระบบเชื่อมต่อกับ e-Filing ของศาลโดยตรง
ทีม JusticeLink AI: พัฒนาเครื่องมือช่วยสืบพยาน โดยใช้ AI แยกและถอดเสียงตามบทบาทผู้ให้การ ระบบมี TimeStamp เพื่อช่วยค้นหาและยืนยันข้อมูลอย่างรวดเร็ว
ทีม StarWolf: พัฒนาแพลตฟอร์ม ‘รวี’ (Lawee) แปลงภาษากฎหมายให้เข้าใจง่าย และสร้างคำฟ้องอัตโนมัติจากข้อมูลพื้นฐาน ระบบออกแบบให้ AI เป็นผู้ช่วย โดยผู้ใช้ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลด้วยตนเอง
ทีม Honest Predictor: พัฒนาแพลตฟอร์ม “LegalGuard” สำหรับจัดการข้อมูลกฎหมาย ระบบช่วยค้นหาคดี สรุปสำนวน จัดการเอกสาร และติดตามการทำงานอย่างโปร่งใส
การต่อยอดใช้งานจริง ทุกทีมผู้ชนะจะได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมกับศาลยุติธรรมและศาลปกครอง เพื่อนำไปให้บริการจริงในกระบวนการศาล
นอกจากนี้ ทุกทีมผู้ชนะจะมีโอกาสนำเสนอโซลูชันในเวทีระดับประเทศและนานาชาติ ได้แก่ Techsauce Global Summit 2026 และ AI Governance Week 2026 สำหรับผลงานที่มีศักยภาพทั้งหมด จะได้รับการสนับสนุนให้เข้าสู่การทดสอบนวัตกรรมในระบบนิเวศ AI เพื่อทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสอดคล้องกับกรอบธรรมาภิบาล ก่อนนำไปใช้งานจริง
ดร.ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผลงานจากการแข่งขันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ”
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เจาะกลยุทธ์ Bluebik Digital ลุยโปรเจกต์ร้อยล้านด้วย AI
บิทคับผนึกตำรวจไซเบอร์ ส่งแคมเปญ ‘ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ’



