ในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพายุที่พัดผ่านทุกอุตสาหกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง การยืนหยัดของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่กลับอยู่ที่ความเร็วในการปรับตัวและความเฉียบคมในการใช้เครื่องมือเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ท่ามกลางกระแสธารของความไม่แน่นอนทั้งด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนตามสภาวะโลก และการมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังสั่นคลอนนิยามการทำงานแบบเดิม บทเรียนจากสองผู้นำธุรกิจในสายงานอาหารและเทคโนโลยีได้ฉายภาพให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการยุคใหม่ ที่ต้องอาศัยทั้งการลงรายละเอียดเชิงลึกในเนื้องานควบคู่ไปกับการเปิดรับนวัตกรรมเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมอย่างยั่งยืน
Copper Buffet: ยกระดับมาตรฐานและคุมต้นทุนด้วยข้อมูล
พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร Copper Beyond Buffet เปิดเผยถึงเส้นทางการเติบโตตลอดหนึ่งทศวรรษที่เริ่มต้นจากร้านขนาดเล็ก 150 ที่นั่ง จนขยายเป็น 700 ที่นั่งในปัจจุบัน หัวใจสำคัญที่สร้างความแตกต่างคือการยกระดับมาตรฐานธุรกิจบุฟเฟต์นานาชาติผ่านระบบการสั่งอาหารที่สถานีปรุงหรือ Order Station ซึ่งครอบคลุมเมนูอาหารถึงร้อยละเจ็ดสิบเพื่อให้ได้รสชาติและอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดขณะเสิร์ฟ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในช่วงปีที่ผ่านมาคือวิกฤติราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตทางทะเล เช่น หอยนางรมญี่ปุ่นที่เจริญเติบโตช้าลงเนื่องจากอุณหภูมิทะเลที่สูงขึ้น
กลยุทธ์การปรับตัวของ Copper Buffet มุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อหาวัตถุดิบทดแทนหรือแปรรูปเมนูใหม่เพื่อรักษาสมดุลต้นทุนต่อจานโดยไม่กระทบคุณภาพ คุณพจนีย์ระบุว่าธุรกิจจำเป็นต้องติดตามข้อมูลราคาสินค้าและแนวโน้มตลาดแบบรายสัปดาห์ รวมถึงใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน Hungry Hub มาช่วยศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและทำนายทิศทางยอดขายล่วงหน้าได้นานถึงห้าเดือน
นอกจากนี้ ยังขยายโอกาสใหม่ ๆ เช่น การจัดเลี้ยงนอกสถานที่ การรับจัดงานวิวาห์ และพัฒนาระบบการจัดส่งอาหารเพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าหลากหลายรูปแบบ
“ในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกอย่างอุณหภูมิน้ำทะเลหรือราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราจำเป็นต้องกลับมาลงรายละเอียดในส่วนที่เราจัดการได้ คือการทำวิจัยและพัฒนาเพื่อหาวัตถุดิบทดแทน หรือแม้แต่การปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอเมนูใหม่ เพื่อให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ลูกค้ายังคงได้รับประสบการณ์และคุณภาพอาหารในระดับที่ยอดเยี่ยมเช่นเดิม” คุณพจนีย์ กล่าว
Visai AI: เปลี่ยนวิถีการทำงานและเพิ่มผลิตภาพด้วย AI
ในซีกโลกของเทคโนโลยี ชมปกรณ์ จักรแสงชัยโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Visai AI ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ต่อตลาดแรงงาน โดยระบุว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์โดยตรง แต่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำงานและส่งผลต่อผลิตภาพอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบซึ่งยังเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องถือครองไว้แม้จะใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยทำงานก็ตาม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องพึงระวังคือปัญหาการสร้างข้อมูลที่ผิดพลาดของ AI หรือที่เรียกว่าอาการหลอน ซึ่งเกิดจากการที่ระบบพยายามตอบคำถามโดยไม่มีฐานข้อมูลที่ทันสมัยเพียงพอ ทางแก้ที่สำคัญคือการอาศัยแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อให้สามารถตรวจสอบความโปร่งใสของคำตอบได้
กลยุทธ์การปรับตัวของ Visai AI คือการมองเทคโนโลยีเป็นตัวคูณทางธุรกิจที่สามารถเพิ่มรายได้หรือลดรายจ่ายได้หากผู้ใช้งานมีเป้าหมายและสมมติฐานที่ชัดเจน คุณชมปกรณ์มองว่าองค์กรต้องปรับตัวแบบฉับไวเนื่องจากในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัจจุบัน ข้อมูลเพียงหนึ่งปีอาจถือว่าล้าสมัยไปแล้ว การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีจึงต้องอาศัยการออกจากกรอบความเคยชินเดิมและกล้าลงมือทำทันที เพื่อให้เท่าทันต่อคู่แข่งที่อาจหยิบยกเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้รวดเร็วกว่า
“AI นั้นเปรียบเสมือนพนักงานที่กระตือรือร้นในการตอบคำถามอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งอาจนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเพียงเพราะไม่ต้องการปฏิเสธคำสั่งของเจ้านาย การมีหลักฐานอ้างอิงหรือกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุมจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์” คุณชมปกรณ์ กล่าว
บทเรียนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่คือทักษะการปรับตัวและการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ คุณชมปกรณ์ย้ำว่าราคาของการไม่ตัดสินใจอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจมากกว่าความผิดพลาดจากการลงมือทำ ขณะที่คุณพจนีย์ให้ความสำคัญกับการประเมินศักยภาพของตนเองและการหาพันธมิตรที่ถูกต้องเพื่อสร้างโอกาสเติบโตท่ามกลางการแข่งขันสูง
ความสำเร็จจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานรวมระหว่างความเชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ออมสิน-NIA เปิดหลักสูตรออนไลน์ ปั้น SME ไทยโตด้วยนวัตกรรม
เลอโนโวรุก Hybrid AI ชูนวัตกรรม Agent อัจฉริยะ รับปี 2569





