Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ทรูตั้ง War Room ใช้ AI คุมเครือข่ายรับลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

ทรู ตั้ง War Room ดึง AI คุมเครือข่าย 24 ชม. รับลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทย พลัส 60/40'

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมด้านโครงข่ายสื่อสารทั้ง 5G และ 4G โดยทำการเพิ่มความจุเพื่อรองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเป๋าตัง สำหรับการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเข้าใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงแรกของการเปิดลงทะเบียนวันแรก ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการใช้งานดาต้าและทราฟฟิกบนเครือข่ายมือถือเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ทรู ได้นำเทคโนโลยี AI ระบบ Autonomous Network เข้ามาช่วยบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์ ทั้งการบริหารทราฟฟิกและการปรับโหลดในพื้นที่หนาแน่น พร้อมจัดตั้ง War Room ดูแลคุณภาพสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพสูงสุด

คูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทางบริษัทให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องและคุณภาพของการเชื่อมต่อดิจิทัลในทุกช่วงเวลาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะบริการของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก จึงได้มีการเตรียมความพร้อมจัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพโครงข่ายล่วงหน้า ทั้งในด้านความจุของสัญญาณและความครอบคลุมของพื้นที่การใช้งาน เพื่อรองรับการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังพร้อมกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ทีมเน็ตเวิร์กของทรูยังได้นำข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานจากครั้งที่ผ่านมามาทำการวิเคราะห์และวางแผนรองรับล่วงหน้า โดยอ้างอิงจากวันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า การใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังของลูกค้าทรูและดีแทค ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 2,600% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ โดยช่วงเวลาที่มีปริมาณการใช้งานหนาแน่นสูงสุดอยู่ระหว่างเวลา 06.00–07.00 น. รองลงมาคือช่วงเวลา 07.00–08.00 น., 08.00–09.00 น., 09.00–10.00 น. และ 10.00–11.00 น. ตามลำดับ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากต่างรอเข้าใช้งานตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดระบบลงทะเบียนทั่วประเทศ

การันตีสัญญาณเสถียร-ปลอดภัยแบบเรียลไทม์

ในการเตรียมความพร้อมครั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้จัดตั้ง War Room ขึ้นที่ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business and Network Intelligence Center (BNIC) โดยจะใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยดูแลและบริหารจัดการเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทีมงานจากฝ่ายเน็ตเวิร์กและฝ่ายไอที (IT) จะเข้าประจำการล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเปิดระบบลงทะเบียนในช่วงเช้าของวันที่ 25 พฤษภาคม เพื่อเฝ้าดูแลความพร้อมของระบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเสถียรภาพของสัญญาณ 5G และ 4G ความเร็วในการรับส่งข้อมูล ตลอดจนความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ขณะเดียวกัน ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังได้จัดเตรียมแผนรองรับเพิ่มเติมในการเฝ้าระวังและดูแลสัญญาณทั่วประเทศไทยตลอดระยะเวลาการใช้สิทธิ์ของโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 – 30 กันยายน 2569 โดยจะเน้นหนักในพื้นที่ที่มีแนวโน้มการใช้งานหนาแน่นสูง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ด้วยการเพิ่มมาตรการตรวจเช็กคุณภาพสัญญาณ และประสานงานร่วมกับทีมภาคสนามทั่วประเทศในการดูแลโครงข่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าทั้งแบรนด์ทรูและดีแทค สามารถชำระเงินและจับจ่ายใช้สอยผ่าน G-Wallet ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 บนแอปพลิเคชันเป๋าตังได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง

แนะอัปเดตแอปฯ ยืนยันตัวตนให้พร้อม ก่อนเปิดชิงสิทธิ์สนับสนุนรัฐ 60% รวม 30 ล้านสิทธิ์

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น มีข้อแนะนำให้ประชาชนทำการอัปเดตแอปพลิเคชันเป๋าตังให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือให้พร้อมก่อนเข้าใช้งาน ส่วนในกรณีของผู้ใช้งานที่เพิ่งติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตังใหม่ จะต้องทำการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางของธนาคารกรุงไทยให้เรียบร้อย และควรทดสอบความพร้อมด้วยการทดลองเข้าใช้งานบริการอื่น ๆ ภายในแอปพลิเคชันล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการลงทะเบียนจริงเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมั่นใจยิ่งขึ้น

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ของรัฐบาล มีกำหนดเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00–22.00 น. โดยมีโควตาจำนวนทั้งสิ้น 30 ล้านสิทธิ์ ซึ่งรูปแบบโครงการรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% และประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% คิดเป็นวงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือรวมสิทธิ์สูงสุดไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 เดือน ซึ่งจากเงื่อนไขดังกล่าวคาดว่าจะดึงดูดให้มีประชาชนเข้ามาใช้งานแอปพลิเคชันพร้อมกันทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั่วโมงแรกของวันเปิดระบบวันแรก

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เมื่อ Google ทำให้ ‘โฆษณา’ กลายเป็น ‘คำตอบ’

กรุงไทย-ปตท.สผ. ทุบสถิติ! หุ้นกู้ดิจิทัล USD จองซื้อเต็ม 125 ล้านดอลลาร์ใน 1.46 นาที

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar