กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ โดย ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ได้เป็นประธานการประชุมบอร์ด กวทช. ชุดใหม่เป็นนัดแรก เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 หลังจากได้รับการแต่งตั้งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการทำงานให้แก่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ศ. ดร.ยศชนัน เปิดเผยหลังการประชุมว่า แนวทางการขับเคลื่อนประเทศจะใช้ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” (New Growth Engine) โดยปรับใช้วิธีการทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineer) เริ่มตั้งเป้าหมายจากภาพความสำเร็จที่ต้องการ แล้วจึงกำหนดแนวทางใน 2 มิติหลัก คือ มิติด้านการวิจัยและพัฒนา และมิติด้านการศึกษา โดยวางบทบาทให้ สวทช. เป็นกลไกกลางในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน
ในด้านการทำงานร่วมกับภาคเอกชน รมว.อว. กล่าวว่า การพึ่งพางบประมาณของ สวทช. เพียงอย่างเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนประเทศได้ จึงต้องมีการจับคู่ (Matching) กับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดย สวทช. จะปรับเปลี่ยนบทบาทมาเป็นพี่เลี้ยงในงานวิจัยที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงช่วยสนับสนุนการปรับทักษะเดิมและเพิ่มทักษะใหม่ (Reskill & Upskill) ให้แก่อุตสาหกรรมเดิม เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ โดยวางตำแหน่งเป็นผู้สนับสนุนเครื่องมือและองค์ความรู้ให้ภาคเอกชนนำไปต่อยอดในระดับเชิงพาณิชย์ (Mass Scale) เอง โดยจะไม่เข้าไปทำธุรกิจแข่งกับเอกชน
นอกจากนี้ แผนงานดังกล่าวยังมุ่งเน้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐภายใต้สังกัดกระทรวง อว. โดยกำหนดให้ สวทช. และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมมือกันขับเคลื่อน “บัญชีนวัตกรรมไทย” อย่างเต็มรูปแบบ วางบทบาทให้ NIA ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานจัดการ ส่วน สวทช. สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงให้แก่กลุ่มสตาร์ตอัปและ SMEs พร้อมทั้งกำหนดแนวทางดึงสถาบันอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
สำหรับทิศทางด้านสิ่งแวดล้อม ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การตั้งเป้าหมายเพียงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อาจยังไม่เพียงพอต่อการฟื้นตัวของประเทศ แต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืน โดย สวทช. จะทำหน้าที่จัดหาเครื่องมือและองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
NIA เปิดเวที SITE 2026 ชูนวัตกรรมไทยสู่ Value Chain โลก
กะเทาะเปลือก Deep Tech ไทย: จากห้องแล็บสู่ตลาดโลก





