เส้นทางการเปลี่ยนงานวิจัยจากปลายนามปากกาของนักนวัตกรรม ให้กลายเป็นธุรกิจที่จับต้องได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการประสานรอยต่อระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูง และกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ในเวทีเสวนาหัวข้อ “From Lab to Market นวัตกรรมไทยจะโตได้จริงอย่างไร” ผู้ทรงคุณวุฒิจาก 3 ภาคส่วนสำคัญได้ร่วมกันถอดบทเรียนและสะท้อนภาพจริงของอุปสรรคตลอดจนโอกาสของนวัตกรรมไทยในเวทีสากลไว้อย่างน่าสนใจ
ถอดรหัสความพร้อมและเข็มทิศนำทางสู่ตลาด
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการสร้างธุรกิจนวัตกรรมไม่ได้อยู่ที่ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมองเห็นความต้องการของตลาดอย่างถ่องแท้ ดร.บุญโสม อุรานุบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีแห่ง Terra Oleo ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า “นวัตกรรมที่ดีย่อมต้องตอบโจทย์การใช้งานได้จริง หากเราปรารถนาจะก้าวไปสู่เวทีสากล เราจำเป็นต้องมีมุมมองที่กว้างไกลระดับโลก ศึกษาความต้องการของตลาดต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง รวมถึงทำความเข้าใจกฎระเบียบและข้อจำกัดในภูมิภาคเป้าหมายอย่างถ่องแท้”
ดร.บุญโสม ยังให้ความเห็นว่าสาเหตุที่โครงการวิจัยหรือบริษัทนวัตกรรมจำนวนมากไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ มักเกิดจากการขาดความเข้าใจในกลยุทธ์ธุรกิจและโครงสร้างการตลาดที่ชัดเจน จนทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งานได้
ในขณะที่ ธันว์ เหลียงไพบูลย์ จาก Innopower ที่ย้ำว่าการค้นหาปัญหาหลักของลูกค้าคือหัวใจสำคัญ โดยปัญหานั้นต้องมีความรุนแรงและเร่งด่วนจนลูกค้าจำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ คุณธันว์ได้กล่าวเสริมถึงหลักการเลือกธุรกิจว่า “นอกจากปัญหาของลูกค้าที่ต้องชัดเจนแล้ว ตัวผู้ก่อตั้งเองก็ต้องมีความเหมาะสมกับตลาดนั้น ๆ ด้วย หากปราศจากความหลงใหลในสิ่งที่ทำ การจะผลักดันนวัตกรรมให้ข้ามผ่านอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบาก”
ขณะที่ ดร.วันดี วัฒนกฤษฎิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง MUI Robotics ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ว่า “สัญญาณที่บ่งบอกชัดเจนที่สุดว่านวัตกรรมพร้อมเข้าสู่กระบวนการสร้างธุรกิจ คือการที่มีลูกค้าแสดงความจำนงในการจ่ายเงินเพื่อแลกกับวิธีแก้ปัญหานั้น แม้ว่าในขณะนั้นผลิตภัณฑ์จะยังไม่สมบูรณ์พร้อม 100% ก็ตาม” สิ่งนี้คือเครื่องยืนยันว่านวัตกรรมดังกล่าวมีคุณค่าและแก้ปัญหาที่ใหญ่พอได้จริง
การบริหารความเสี่ยงและการขยายฐานธุรกิจอย่างยั่งยืน
เมื่อธุรกิจเข้าสู่ช่วงการขยายตัว การบริหารจัดการความเสี่ยงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อรับข้อมูลสะท้อนกลับจากผู้ใช้งานจริง จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนขยายกำลังการผลิตที่สูญเปล่า ดร.บุญโสม ได้เสนอให้นวัตกรนำเครื่องมือวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ประเมินความคุ้มค่าของการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนที่แท้จริงและปัจจัยแปรผันต่าง ๆ ก่อนการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่
คุณธันว์ กล่าวว่า ในช่วงที่ธุรกิจกำลังเติบโต ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับการจัดการกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลายบริษัทอาจประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้แม้ว่าจะมีตัวเลขกำไรปรากฏอยู่ในบัญชีก็ตาม โดยคุณธันว์ได้ให้คำแนะนำที่ลุ่มลึกว่า
“ในวันที่ธุรกิจขยายตัว ความเร็วไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวที่ต้องคำนึงถึง แต่ความมั่นคงทางกระแสเงินสดและการมีทีมบริหารจัดการด้านการเงินที่เข้มแข็ง คือเกราะป้องกันที่จะช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากภาวะวิกฤติได้”
ระบบนิเวศนวัตกรรม และการก้าวสู่เวทีระดับโลก
ประเด็นเรื่องระบบนิเวศนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นวัตกรไทยจำนวนหนึ่งเลือกไปจดทะเบียนธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ ดร.วันดี ยอมรับว่าสิงคโปร์เป็นแพลตฟอร์มที่เอื้อต่อการขยายธุรกิจไปสู่ระดับสากลได้ง่ายกว่า เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและการเป็นศูนย์รวมของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่
“เราไม่ควรเริ่มต้นจากการตั้งคำถามเพียงว่างานวิจัยของเราดีเพียงพอแล้วหรือยัง แต่ควรตั้งคำถามว่าโลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด หากนวัตกรรมที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสรรค์ขึ้นมานั้น ถูกนำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับมวลมนุษยชาติได้จริง” ดร.วันดี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ดร.บุญโสม มองว่าประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบที่สำคัญในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่ดีสำหรับการเป็นฐานการผลิตและงานวิจัยในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ
“ทรัพยากรชีวภาพและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย คือต้นทุนอันมหาศาลที่หากนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศให้โดดเด่นในระดับโลกได้” ดร.บุญโสม กล่าว
บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ท้ายที่สุด การจะขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยให้เติบโตอย่างสง่างามจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเชิงนโยบายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กรวิจัยเพื่อส่งเสริมความร่วมมือข้ามศาสตร์ การสร้างพื้นที่ให้นักนวัตกรและนักธุรกิจได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนการที่ภาครัฐเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ใช้งานรายแรกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนวัตกรรมสัญชาติไทย
ดร.บุญโสม กล่าวทิ้งท้ายว่า “หัวใจสำคัญของการสร้างนวัตกรรมในระดับสากล คือการแสวงหาพันธมิตรที่เหมาะสมและการเปิดรับข้อมูลจากการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาปรับปรุงและพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเทคโนโลยีของคนไทยมีดีไม่แพ้ชาติใด”
แม้ว่าการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นธุรกิจจะเป็นเส้นทางที่ยาวไกลและต้องใช้ความอดทน แต่หากนวัตกรไทยมีความเข้าใจในข้อกำหนดระดับสากลและสร้างความร่วมมือที่เหมาะสมได้ นวัตกรรมไทยย่อมมีโอกาสสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับโลกได้อย่างแน่นอน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
นาโนเทค x กรมอนามัย ยกระดับน้ำประปาหมู่บ้านไทยด้วยนวัตกรรมนาโน
‘ยศชนัน’ ดันนวัตกรรมปลดล็อกเศรษฐกิจเขียวทางรอดไทยสู่ประเทศรายได้สูง





