Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

5 วงการ 5 บทพิสูจน์ความเชื่อใจที่ AI เลียนแบบไม่ได้

5 วงการ 5 บทพิสูจน์ ความเชื่อใจ ที่ AI เลียนแบบไม่ได้

ตัวการ์ตูนอายุเกือบร้อยปี สินค้าสุขภาพที่อยู่มา 9 ทศวรรษ และห้องตรวจที่คนไข้เลือกเชื่อใจหมอคนหนึ่งมากกว่าอีกคน ทั้งที่ทั้งสองมีความรู้ทางวิชาการเท่ากัน คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเล่าในเวที TRUSTtalk ทอล์กไม่เท็จ สูตรเด็ดท่ามกลางวิกฤติความเชื่อใจ ต้อง “สื่อสาร” ยังไงถึงจะ “ไปต่อ” ช่วงที่ 2 ภายในงาน into the new TRUST: Nitade Showcase 2026 ของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแม้เรื่องราวเหล่านี้จะมาจากห้าวงการที่ห่างไกลกันคนละขั้ว แต่ท้ายที่สุดกลับพาไปสู่คำตอบเดียวกัน นั่นคือความเชื่อใจเป็นสิ่งที่เทคโนโลยียังเลียนแบบไม่ได้

สมการ H.U.M.A.N. กรอบคิดที่ร้อยทุกเรื่องเข้าด้วยกัน

อาจารย์ก้อง-ปรีดิยุช รัตนงาม อาจารย์พิเศษคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นอีกหลายแห่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคคล อธิบายว่า แม้ AI จะเขียนบทความ สร้างสไลด์ หรือตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว แต่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องแข่งขันในจุดที่ AI ทำได้ดีกว่า สิ่งที่ควรทำคือสื่อสารด้วยสิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้

AI มีข้อมูล แต่มนุษย์มีประสบการณ์ AI มีเหตุผล แต่มนุษย์มีความรู้สึก AI ตอบได้ แต่มนุษย์รับฟังได้ AI สร้างคอนเทนต์ได้ แต่มนุษย์สร้างความผูกพันได้ และ AI สื่อสารได้ แต่มนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่สื่อสารออกไป

อาจารย์ก้องสรุปแนวคิดนี้เป็นเฟรมเวิร์กที่เรียกว่า H.U.M.A.N. ประกอบด้วย Heart คือหัวใจ Understand คือความเข้าใจ Meaning คือความหมาย Authenticity คือความแท้จริง และ Next Action คือความรับผิดชอบต่อสิ่งที่สื่อสารออกไป “มนุษย์ต้องสื่อสารด้วยหัวใจ ความเข้าใจ ความหมาย ความแท้จริง และความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความเชื่อใจที่ AI เลียนแบบไม่ได้” อาจารย์ก้องกล่าว

กรอบคิดนี้กลายเป็นเส้นด้ายที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากวิทยากรอีก 4 ท่านเข้าด้วยกัน แม้แต่ละคนจะมาจากวงการที่ห่างไกลกันคนละขั้ว ตั้งแต่บันเทิงระดับโลก สินค้าสุขภาพอายุเก่าแก่ โหราศาสตร์เพื่อธุรกิจ ไปจนถึงวงการแพทย์

เมื่อความสม่ำเสมอกลายเป็นอายุยืนของแบรนด์

ทศพร รุ่งวิทยา อดีตผู้ดูแลงานพากย์ไทยของดิสนีย์ เล่าถึงกรณีของมิกกี้ เมาส์ ตัวละครที่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1928 และยังคงเป็นที่รักของคนทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ ทศพรอธิบายว่าเหตุผลที่ตัวละครอายุเกือบร้อยปีตัวนี้ยังรักษาความเชื่อใจไว้ได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาจุดยืนของตัวละครอย่างเคร่งครัด ไม่นำไปใช้ในทางโฆษณาที่ผิดหรือทำลายจินตนาการของผู้ชม แม้กระทั่งกระบวนการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นอย่างการพากย์เสียง ดิสนีย์ก็ยังคัดเลือกนักพากย์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกประเทศ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเชื่อใจให้กับผู้ชม

“บริษัทเองก็เคยมีผลงานที่ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองยังคงพาบุตรหลานไปชมภาพยนตร์ของดิสนีย์อยู่เสมอ คือความตั้งใจที่สม่ำเสมอในการผลิตสื่อบันเทิงสำหรับครอบครัว”

“เกรดเฉลี่ยหรือใบปริญญาเป็นเพียงกระดาษที่แสดงถึงความรับผิดชอบเบื้องต้น แต่ความเชื่อใจจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานต้องพิสูจน์ด้วยการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอในโลกการทำงานจริง” ทศพรกล่าวฝากถึงคนทำงานรุ่นใหม่

หลักการเดียวกันนี้ปรากฏชัดในแบรนด์สินค้าไทยที่อยู่มานานถึง 90 ปี ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตยาดมตราโป๊ยเซียน กล่าวว่า ในฐานะสินค้ากลุ่มสุขภาพที่มีข้อจำกัดทางกฎหมายจนไม่สามารถทำโฆษณาหวือหวาได้ สิ่งที่แบรนด์ใช้สื่อสารกับผู้บริโภคทั่วโลกมาตลอดเก้าทศวรรษ คือคุณภาพและมาตรฐานที่สม่ำเสมอ

ดร.ณัฐพงศ์ยกตัวอย่างกระบวนการผลิตที่มีผู้ได้รับอนุญาตให้ตวงสารสกัดลงแทงก์เพียง 4 คนในโลก ซึ่งต้องตวงในระดับมิลลิลิตรด้วยสายตาอย่างแม่นยำ แม้จะไม่มีกล้องวงจรปิดหรือใครคอยตรวจสอบ แต่ทุกขั้นตอนยังคงต้องทำตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพราะนั่นคือการเคารพความเชื่อใจที่ผู้บริโภคมอบให้ แม้แต่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม แบรนด์ก็ไม่เลือกทำตามกระแสสังคมที่กำลังเป็นที่นิยม แต่เลือกทำเฉพาะสิ่งที่เป็นคุณค่าที่แบรนด์เชื่อมั่นจริง เช่น การดูแลสิ่งแวดล้อมและการทะนุบำรุงโบราณสถานที่ทำต่อเนื่องมาหลายปี

“สินค้าที่ไม่ดี ต่อให้ทำการประชาสัมพันธ์มากเพียงใดก็ไม่มีวันเป็นที่รู้จักในระยะยาวได้” ดร.ณัฐพงศ์กล่าว

เมื่อความเชื่อใจลงมาถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

จากระดับองค์กรที่สั่งสมมาเป็นสิบปี เวทีเลื่อนเข้ามาใกล้ตัวผู้ฟังมากขึ้น ผ่านมุมมองของนายแพทย์พงศกร จินดาวัฒนะ นักประพันธ์เจ้าของผลงาน “11 นวนิยายซีรีส์ผ้า” และนวนิยายอีกกว่า 30 เรื่องในนามปากกา “พงศกร” นักเขียนรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นจากกระทรวงวัฒนธรรม และผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลในเครือ BDMS กล่าวว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกลับลดลง ท่านยกตัวอย่างหมอสองคนที่มีความรู้ทางวิชาการเท่ากัน หมอคนแรกถามอาการแล้วสั่งยาทันที ขณะที่หมอคนที่สองรับฟัง ซักถามความกังวลของคนไข้ และถามถึงผลกระทบของอาการต่อการใช้ชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่ย่อมเลือกและเชื่อใจหมอคนที่สองมากกว่า แม้ความรู้ทางการแพทย์จะไม่ต่างกัน

“ความสามารถในการเข้าอกเข้าใจผู้อื่นจนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น คือจุดแข็งที่มนุษย์ใช้เอาชนะข้อจำกัดของ AI ได้” นายแพทย์พงศกรกล่าว พร้อมระบุว่า Empathy เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความเชื่อใจในสังคมปัจจุบัน

เมื่อความเชื่อใจเริ่มต้นจากการเชื่อใจตัวเอง

อีกมุมมองหนึ่งที่ดูเผิน ๆ อาจไม่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารหรือธุรกิจโดยตรง แต่กลับเชื่อมโยงกับแก่นเรื่องความเชื่อใจอย่างแยกไม่ออก คืออาจารย์อิม-วรินทร์พรรณ์ ตันติวัตนะ ที่ปรึกษาและอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์เพื่อการพัฒนาธุรกิจ การเงิน การลงทุน และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล กล่าวว่า หลายคนมักลังเลว่าจะเชื่อคำทำนายหรือเชื่อมั่นในตัวเองดีกว่ากัน ความจริงแล้วดวงชะตาของคนหนึ่งคนประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ ชะตาฟ้า ชะตาคน และชะตาดิน

ชะตาฟ้า คือสิ่งที่กำหนดไม่ได้ เช่น DNA เศรษฐกิจโลก หรือช่วงเวลาที่คนจำนวนมากมีจิตใจอ่อนแอและเต็มไปด้วยข้อมูลลวง ซึ่งมีผลต่อชีวิตเพียงหนึ่งในสามหรือประมาณร้อยละ 30 เท่านั้น ส่วนอีกเกือบร้อยละ 70 ที่เหลือ คือ ชะตาคน หมายถึงการตัดสินใจและการพัฒนาตัวเอง และ ชะตาดิน หมายถึงสภาพแวดล้อมที่แต่ละคนเลือกได้เอง

“ไม่ว่าคำทำนายจะบอกว่าดวงดีหรือดวงตก สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำคำทำนายนั้นมาบริหารความเสี่ยงและลงมือทำด้วยตนเอง” อาจารย์อิมกล่าว สรุปเป็นหลักการที่เรียกว่า Trust Yourself

เส้นด้ายที่ร้อยทุกวงการเข้าด้วยกัน

เมื่อนำมุมมองของวิทยากรทั้ง 5 ท่านมาเรียงต่อกัน จะเห็นว่าทุกเรื่องราวชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนที่อยู่มาเกือบร้อยปี สินค้าสุขภาพที่อยู่มาเก้าทศวรรษ ความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ในห้องตรวจ หรือแม้แต่ศาสตร์อย่างโหราศาสตร์ที่ดูเหมือนอยู่คนละขั้วกับการสื่อสารธุรกิจ ทุกเรื่องล้วนย้อนกลับไปที่จุดเดียวกันคือความเชื่อใจเกิดจากการกระทำที่สม่ำเสมอ ความซื่อสัตย์ในจุดที่ไม่มีใครมองเห็น และความสามารถในการรับฟังผู้อื่นอย่างเข้าใจ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เทคโนโลยียังทดแทนไม่ได้ในวันนี้ และอาจเป็นคำตอบเดียวที่เหลืออยู่ เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ใครก็สร้างเนื้อหาที่ดูน่าเชื่อถือได้ไม่ยากอีกต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘ความเชื่อใจ’ ในยุค AI: 3 นักเขียนบทซีรีส์ดังถอดสูตรทำให้คนดูเชื่อ โดยไม่ยัดเยียดคำตอบ

ดร.สุวิทย์ ชี้ ก่อนพัฒนาทักษะ AI ต้องอัปเกรด ‘Human OS’

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar