เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 อย่างเต็มตัว เทรนด์สำคัญที่บอร์ดบริหารขององค์กรยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังเพ่งเล็ง และตั้งคำถามทวงสัญญากับฝ่ายไอทีก็คือ เรื่องของความคุ้มค่า หรือ ROI หลังจากที่แต่ละแห่งแห่ลงทุนในระบบ Generative AI ไปมหาศาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
รายงานล่าสุดจาก Gartner ในปี 2569 เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า แม้องค์กรทั่วโลกจะมียอดการใช้จ่ายด้าน AI รวมสูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่กลับมีโปรเจกต์ AI เพียง 1 ใน 4 หรือประมาณ 25% เท่านั้น ที่สามารถสร้างความคุ้มค่าและให้ผลตอบแทนได้จริงตามที่คาดหวังไว้ นั่นหมายความว่า มีโปรเจกต์ AI อีกถึง 75% ทั่วโลกที่กำลังสอบตกในเรื่องนี้
เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤติความคุ้มค่าดังกล่าว ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล กรรมการผู้จัดการ กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้ขึ้นเวทีแชร์กรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์สำคัญในหัวข้อ “Beyond AI ROI: Building a Framework for Enterprise AI Value” ภายในงานสัมมนา The Story Thailand Forum 2026: The Future of AI: When Intelligence Meets Reality เพื่อเปลี่ยนการไล่ล่าผลตอบแทนระยะสั้น ให้กลายเป็นการสร้างคุณค่าระยะยาวที่ยั่งยืน ผ่านสมการการทวีคูณมูลค่า และตารางประเมินผลระดับนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง
ถอดสูตรลับ V=(P+P+P)E ปรับ 3 เสาหลักองค์กรสู่ความสำเร็จ

ดร.ทัดพงศ์ ชี้ให้เห็นว่า สาเหตุที่โปรเจกต์ AI ส่วนใหญ่สอบตกเรื่อง ROI เนื่องจากองค์กรมักนำเทคโนโลยีนี้ไปสวมเข้ากับกระบวนการทำงานเดิม ๆ โดยไม่มีการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับ KBTG จึงได้ถอดรหัสความสำเร็จออกมาเป็นสมการ V=(P+P+P)E เริ่มต้นจาก P แรกคือ Process Realigned หรือการปรับกระบวนการใหม่
โดย ดร.ทัดพงศ์ ย้ำแนวคิดว่า อย่าเอาเทคโนโลยีใหม่ไปทำเรื่องเดิม ๆ ในวิถีทางแบบเดิม องค์กรต้องปรับโครงสร้างงานใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เปลี่ยนบทบาทจาก AI ที่เป็นเพียงผู้ช่วย ให้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงาน และยกระดับจากการทำ Automation ทีละส่วน สู่การเชื่อมโยงระบบเอเจนต์ที่ทำงานร่วมกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Agentic SDLC ของ KBTG ที่ใช้ AI Agent เข้ามาร่วมทำงานกับมนุษย์ในทุกกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์
ถัดมาคือ P ที่สอง People Redefined หรือการนิยามทักษะคนใหม่ เมื่อแรงงานมนุษย์และแรงงานดิจิทัลต้องทำงานร่วมกัน องค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านทักษะของพนักงานทั้งหมด ซึ่ง KBTG ประสบความสำเร็จในการสร้าง AI Literacy 100% ให้กับพนักงานกว่า 2,600 คน และกำลังขับเคลื่อนต่อยอดสู่ทักษะขั้นสูงอย่าง AI Mastery และ AI Excellence
ตามมาด้วย P ที่สาม Platform Redesigned หรือการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมให้ยืดหยุ่น โดยเปลี่ยนจากระบบโครงสร้างใหญ่แบบเดิมให้เป็นแพลตฟอร์มโมดูลาร์ที่ปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ง่าย ซึ่ง KBTG วางรากฐานสำคัญด้วยสถาปัตยกรรมภายในชื่อ AthenaMind เพื่อรองรับการสร้าง การรันระบบ และการตรวจสอบความปลอดภัยด้านข้อมูลของระบบ AI เอเจนต์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานทั้ง 3P จะไม่มีความหมายเลยหากขาดตัวยกกำลังที่สำคัญที่สุดอย่าง E ซึ่งย่อมาจาก Experimentation Amplified หรือการทดลองที่ทวีคูณ เพราะจิตวิญญาณแห่งการลองผิดลองถูกคือหัวใจหลัก KBTG จึงพัฒนาระบบ AI Playground ที่ช่วยให้พนักงานทดลองไอเดียเพื่อสร้างโปรเจกต์ต้นแบบได้ภายในเวลาเพียง 1 วัน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 45 วัน โดยนวัตกรรมที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกจะถูกนำมาขยายผลรวมกลุ่มกันจนกลายเป็นโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ระดับองค์กรในที่สุด
กางตาราง 3×3 AI Value Matrix ประเมินคุณค่าเหนือกว่าแค่การเพิ่มผลผลิต
อีกหนึ่งปัญหาหลักที่เกิดขึ้นคือองค์กรส่วนใหญ่มักประเมินผล AI แค่ในแง่ของระบบหลังบ้านหรือการเพิ่มผลผลิตเพียงอย่างเดียว ดร.ทัดพงศ์ จึงเสนอให้เปลี่ยนมาประเมินมูลค่าผ่านมุมมองที่กว้างขึ้น โดยการนำแกน “จุดเกิดมูลค่า” 3 ระดับ มาร้อยเรียงเข้ากับแกน “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ” 3 ด้าน
หากอธิบายให้เห็นภาพ ในฝั่งของจุดเกิดมูลค่านั้น จะเริ่มต้นจากสิ่งทึ่ทำง่ายที่สุดในระยะสั้นอย่างระบบหลังบ้าน (Productivity) ขยับมาสู่การสร้างความผูกพันในงานหน้าบ้าน (Engagement) และปลายทางคือการสร้างยุทธศาสตร์หรือโมเดลธุรกิจใหม่ในระยะยาว (Strategy) ซึ่งทำได้ยากที่สุดแต่ทรงพลังที่สุด
โดยในทุก ๆ ระดับที่ AI เข้าไปสร้างมูลค่านั้น องค์กรจะต้องนำมาตรวจสอบกับผลลัพธ์ทางธุรกิจใน 3 แง่มุมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ใหม่ (Top-line) การประหยัดค่าใช้จ่าย (Bottom-line) หรือการลดและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Management) เพื่อให้เห็นภาพรวมที่รอบด้านและชัดเจนที่สุด
ดร.ทัดพงศ์ เน้นย้ำว่า ในธุรกิจที่มีเกณฑ์ควบคุมเข้มงวดสูงเช่นธุรกิจธนาคาร มูลค่าในแกนความเสี่ยงหรือในแง่ของการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นมูลค่าเชิงรุกที่สูงมากและสำคัญไม่แพ้การเพิ่มรายได้เพราะส่งผลโดยตรงต่อความอยู่รอดของธุรกิจ
จากทฤษฎีสู่เคสจริง ความสำเร็จที่วัดได้ระดับแสนชั่วโมงของ KBank
ที่ผ่านมา KBTG ได้นำนวัตกรรม AI ทุกชิ้นมาจัดหมวดหมู่เข้ากับตาราง 3×3 Matrix นี้เพื่อประเมินความคุ้มค่าก่อนลงมือสร้างจริงเสมอ จนเกิดผลงานที่พิสูจน์ความสำเร็จแล้วอย่าง Customer-Service Chatbot ของ KBank ที่เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2562 โดยช่วยตอบแชตอัตโนมัติได้ถึง 80% ของทราฟฟิกทั้งหมด และลดชั่วโมงการทำงานของบุคลากรลงได้ถึง 300,000 ชั่วโมงต่อปี รวมถึง AINU Verification Technology ระบบยืนยันตัวตนและการสแกนใบหน้าอัจฉริยะที่สร้างขึ้นภายในแบบ In-house ซึ่งปัจจุบันต่อยอดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ ส่งมอบบริการให้แก่ลูกค้านอกกลุ่มธนาคารกว่า 30 ราย และรองรับผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคน สร้างโอกาสทางรายได้เชิงกลยุทธ์ใหม่ให้แก่ธนาคาร
นอกจากนี้ยังมี Coding Assistant & IT Agents ที่ช่วยประหยัดเวลาการทำงานด้านระบบส่งมอบไอทีไปได้ถึง 8% คิดเป็นมูลค่าการประหยัดต้นทุนทางอ้อมได้ประมาณ 300 ล้านบาทในปี 2025
ยึดมั่นความโปร่งใส ปักหมุด “ความเชื่อใจ” เป็นขีดจำกัดที่แท้จริงของนวัตกรรม
ท่ามกลางตัวเลขความสำเร็จระดับหลายแสนชั่วโมง และมูลค่าประหยัดต้นทุนหลายร้อยล้านบาทนี้ ดร.ทัดพงศ์ กลับชี้ให้เห็นว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่อยู่เหนือตัวเลข ROI ก็คือแง่คิดเชิงแบรนด์และสังคมอันลึกซึ้ง โดยฝากประโยคสำคัญไว้ว่า รายได้และมูลค่า คือสิ่งที่ทำให้องค์กรอยู่ได้ แต่หลักการและจรรยาบรรณ คือสิ่งที่ทำให้องค์กรอยู่ได้ยาว แม้ว่าความคุ้มค่าเชิงตัวเลขจะเป็นเป้าหมายระยะสั้นที่บอร์ดบริหารต้องการ แต่การขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริงต้องอาศัยแนวคิด Human-First x AI-First ควบคู่ไปกับความโปร่งใสและความปลอดภัยที่สอดคล้องตามมาตรฐานระดับโลก เช่น G7 Hiroshima AI Process พร้อมย้ำคำกล่าวจาก WEF ว่า ความเชื่อมั่นคือขีดจำกัดที่แท้จริงของนวัตกรรม AI หากไม่มีความน่าเชื่อถือ นวัตกรรมนั้นก็จะหยุดชะงักและล้มเหลวไปในที่สุด
สำหรับคำแนะนำ “3 Moves” ที่ผู้บริหารองค์กรควรเริ่มทำทันทีในสัปดาห์หน้า ดร.ทัดพงศ์ สรุปว่า ขั้นแรกคือ Map your portfolio ด้วยการนำโปรเจกต์ AI ทั้งหมดในมือมาจัดใส่ตาราง 3×3 Matrix เพื่อจัดลำดับความสำคัญและสร้างตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน
ขั้นต่อมาคือ Invest in the exponent โดยลงทุนสร้างวัฒนธรรมแห่งการลองผิดลองถูกและประเมินผลอย่างรวดเร็วแทนการจัดซื้อเครื่องมือไอทีแบบแยกส่วน และขั้นสุดท้ายคือ Lead with principles ด้วยการวางหลักการและแนวทางจริยธรรมของ AI ในองค์กรให้เรียบร้อย ก่อนที่จะขยายสเกลงานไปสู่การใช้งานในวงกว้าง เพื่อไม่ให้องค์กรมัวแต่ไล่ล่าคุณค่าระยะสั้น แต่สามารถสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
KBTG มุ่งสู่ Regional AI Infused Powerhouse ดัน AI สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ
‘ดร.ธนชาติ’ ชี้เป้าไทยพลิกเกมคุม Data ลุย AI Agents กุมเศรษฐกิจประเทศ
ยุทธศาสตร์ทรู คอร์ปอเรชั่น: เมื่อ AI คือรากฐานความอยู่รอดประเทศและแรงงานไทย



