Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

MTL เปิดยุทธศาสตร์รับยุค Longevity ชู ‘Wealthspan’ ปิด Gap สุขภาพ

MTL เปิดยุทธศาสตร์รับยุค Longevity ชู 'Wealthspan' ปิด Gap สุขภาพ

เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เปิดยุทธศาสตร์รับมือโจทย์ใหญ่ยุค Longevity ชี้คนไทยอายุยืนขึ้นแต่เสี่ยงเผชิญ “ช่องว่างสุขภาพ” นานถึง 11 ปี ชูแนวคิด “Wealthspan” สร้างความมั่นคงทางการเงินเป็นฐานรองรับ พร้อมยกทัพปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ยืดหยุ่นสูง เร่งสร้าง Health Ecosystem ดักทางกลุ่มคนโสด-DINKs ขณะที่ผลงานครึ่งปีแรกเบี้ยรับใหม่โต 7% ยูนิตลิงก์พุ่ง 500% เงินกองทุนแข็งแกร่งทะลุ 490% ด้านองค์กรเร่งทรานส์ฟอร์มพนักงานทลาย Silo ปรับทักษะสู่คนตัว “T” รับมือ AI

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยในงานแถลงข่าวครึ่งปีแรกว่า ปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ (Super Aging Society) อย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าอัตราการเกิด และคาดการณ์ว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ประชากรไทยอาจลดลงเหลือเพียงประมาณ 33 ล้านคนภายในปี 2083

นอกจากนี้ พฤติกรรมการออมและโครงสร้างครอบครัวยังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คนไทยส่วนใหญ่ยังมีเงินออมไม่เพียงพอต่อการเกษียณ ขณะที่คนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Y และ Gen X มีแนวโน้มครองตัวเป็นโสดยาวนานขึ้น หรือแต่งงานแต่ไม่มีบุตร (DINK – Dual Income, No Kids) ซึ่งกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงในการบริหารจัดการชีวิตหลังเกษียณ โดยเฉพาะในภาคเอกชนที่มีอายุเกษียณเฉลี่ยเริ่มต้นค่อนข้างเร็วที่ 55 ปี ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ของไทยพุ่งสูงราว 10% ต่อปี จากนวัตกรรมเทคโนโลยีการรักษาและปัญหาโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น เช่น โรคเบาหวาน

ชู “Wealthspan” ปิดช่องว่างสุขภาพ 11 ปี

คุณสาระ กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติของ Geneva Association สะท้อนให้เห็นว่า โดยทั่วไปคนมักโฟกัสที่การมีอายุที่ยืนยาว หรือ Lifespan (เฉลี่ย 81 ปี) และการดูแลร่างกายให้แข็งแรง หรือ Healthspan (เฉลี่ย 63.5 ปี) แต่ในความเป็นจริง กลับมีช่องว่าง เฉลี่ยประมาณ 11 ปี ที่ผู้สูงอายุต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยภาวะสุขภาพย่ำแย่ ทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงอย่างอัลไซเมอร์

“สิ่งสำคัญที่สุดในการปิดช่องว่าง 11 ปีนี้ คือ Wealthspan หรือช่วงเวลาที่มีเงินออมและสินทรัพย์ที่เพียงพอ เพราะหากปราศจากความมั่นคงทางการเงิน การจะรักษาช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีหรือ Healthspan ให้ยาวนานย่อมเกิดขึ้นได้ยากในทางปฏิบัติ” คุณสาระ กล่าว

ยกทัพสินค้ายืดหยุ่น-ปักหมุด Health Ecosystem 

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว MTL จึงเดินหน้านวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพที่เน้นความเฉพาะบุคคล (Personalization) อาทิ

D Health Lite: เปิดให้เลือกวงเงินคุ้มครองและเลือกจ่ายเบี้ยให้เหมาะกับงบประมาณได้ ทั้งแบบเหมาจ่าย, แบบ Deductible (เลือกส่วนแรก 20,000 / 30,000 / 50,000 / 100,000 บาท) และแบบ Copayment (10% หรือ 20%) พร้อมออปชันแปลงสภาพกรมธรรม์ (Convertible Option) หรือปรับลด Deductible ได้ 2 ช่วงอายุ คือช่วง 11–15 ปี และ 55–65 ปี โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่ เพื่อรับมือค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นในอนาคต

CI Prefect Care: เพิ่มความยืดหยุ่นคุ้มครองโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งปอด โดยมีทั้งรูปแบบเงินก้อนทันที (One-time Lump Sum), จ่ายซ้ำได้หลายกลุ่มโรค (Multiple Claim) และเงินช่วยเหลือการพักฟื้นระยะยาว (Recovery Benefit) สำหรับโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

Disability Benefit: ปรับคุ้มครองทุพพลภาพให้ครอบคลุมการทุพพลภาพระยะสั้น (1–2 ปี) ไม่จำเป็นต้องทุพพลภาพถาวรเพียงอย่างเดียว เพื่อให้สอดรับกับการรักษาพยาบาลสมัยใหม่ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ดีขึ้น

Flexi Protection: แก้จุดอ่อนประกันแบบเดิม โดยเปิดให้นำทุนประกันมาทยอยจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้ง OPD และ IPD ได้หลังอายุ 65 ปี หากเสียชีวิต ทุนประกันส่วนที่เหลือจะถูกส่งต่อไปยังทายาทโดยตรงโดยไม่ต้องทำการเวนคืนกรมธรรม์

พร้อมกันนี้ บริษัทได้ขยายระบบนิเวศสุขภาพ (Health & Wealth Ecosystem) ผ่านการส่งเสริมความรู้ Health & Wealth Literacy ด้านสุขภาพ เช่น ปัญหาการนอนหลับ และอัลไซเมอร์, นำร่องคลินิกปฐมภูมิ Care Cover แล้ว 2 สาขา (สำนักงานใหญ่ และโซนนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก), การสร้างเครือข่าย MTL Smile Hospital Network รวมกว่า 750 แห่งสำหรับประกันกลุ่ม และ 166 แห่งสำหรับประกันเดี่ยว

รวมถึงการขยายฐานเจาะกลุ่มคนโสดและผู้สูงวัย โดยร่วมกับมูลนิธิชิวารักษ์ และ Tilleke & Gibbins ในการให้ความรู้เรื่องพินัยกรรมชีวิต (Living Will) และการวางแผนมรดก รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง ‘นายา เรสซิเดนซ์’ (NAYA Residence), ‘Living Well’ และ ‘The Aspen Tree’ (ดูแล Independent Living และ Nursing Home) ซึ่งสัญญาประกันบางตัวสามารถสั่งจ่ายผลประโยชน์ค่ารักษาตรงไปยังสถานพยาบาลหรือ Nursing Home คู่สัญญาได้ทันทีเมื่อเกิดวิกฤติสุขภาพ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง กระดูกหัก หรืออัลไซเมอร์

ครึ่งปีแรกโตแกร่ง ยูนิตลิงก์พุ่ง 500%

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 MTL ยังคงสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมาย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยมีเบี้ยประกันภัยรับใหม่ (New Business Premium) เติบโตประมาณ 7% และเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโตประมาณ 9%

ที่โดดเด่นคือกลุ่มประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Link) ในส่วนของเบี้ยรับใหม่ เติบโตสูงถึง 500% ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 ของสมาคมประกันชีวิตไทย (รอบ 5 เดือนแรก) คิดเป็นสัดส่วนราว 5% ของเบี้ยรับใหม่ทั้งหมด ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้ร่ม Shield Life (Whole Life, Term, Universal Life) เติบโตประมาณ 6% และกลุ่มสะสมทรัพย์ระยะยาว (Long Term Saving) เติบโตราว 20%

นอกจากนี้ บริษัทยังมีความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงินด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) สูงกว่า 490% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และการันตีความสำเร็จด้วยรางวัล Top of Mind Thailand Social Award (ม.ค. – พ.ค. 2569)

สปีดคนรับยุค AI ประกันคือรากฐาน

ด้านการบริหารจัดการภายในองค์กร นายสาระ ระบุว่า บริษัทกำลังเร่งรับมือกับภาวะความรู้ล้าสมัย (Knowledge Obsolescence) จากการที่เทคโนโลยีและ AI หมุนเวียนรวดเร็ว ซึ่งทำให้องค์ความรู้ตกยุคได้แม้กระทั่งเด็กจบใหม่เพียง 2 ปี โดยมุ่งปรับเปลี่ยนพนักงานจากคนตัว “I” (ทำงานแบบ Silo รู้เฉพาะแผนก) สู่คนตัว “T” หรือลักษณะซี่หวี “Comb” ที่เข้าใจกระบวนการทำงานแบบ End-to-End ตั้งแต่ต้นน้ำถึงบริการหลังการขาย พร้อมสอดแทรกทักษะ AI Literacy, Data, PDPA และระเบียบข้อบังคับต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning ร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น CU XL)

นอกจากนี้ ยังทำโครงการ Reverse Mentoring ให้คนรุ่นใหม่มาแชร์มุมมองแก่ผู้บริหารรุ่นใหญ่ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้ายุคใหม่ และสนับสนุนการสร้างอาชีพที่สอง (Second Job) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเงินและสุขภาพ ให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกับ MTL ต่อไปได้หลังเกษียณอย่างมั่นคง

คุณสาระ ได้กล่าวทิ้งทายว่า “แม้เราจะดูแลสุขภาพให้มี Healthspan ดีเพียงใด แต่อุบัติเหตุและเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น การมีประกันชีวิตและประกันสุขภาพจึงยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในทุกช่วงชีวิต” 

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar