10 กว่าปีก่อน เมล็ดกาแฟไทยที่ชนะการประกวดและถูกนำขึ้นประมูลในราคากิโลกรัมละ 1,000 บาท สร้างความตื่นเต้นให้คนในวงการอย่างมาก วันนี้ราคาประมูลกาแฟไทยขยับขึ้นสู่หลักหมื่นบาทต่อกิโลกรัม และเคยทำสถิติสูงถึงกิโลกรัมละ 33,000 บาท
การเปลี่ยนแปลงของราคาไม่ได้บอกเพียงว่ากาแฟไทยแพงขึ้น แต่สะท้อนพัฒนาการของอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษไทยที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณ ไปสู่การแข่งขันด้วยคุณภาพและมูลค่า พร้อมกับเชื่อมโยงคนตั้งแต่เกษตรกร ผู้แปรรูป โรงคั่ว บาริสต้า ร้านกาแฟ ไปจนถึงผู้บริโภคเข้าด้วยกัน
พัฒนาการนี้เป็นหัวใจของ Thailand Coffee Fest 2026 ซึ่งจัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) และ The Cloud ระหว่างวันที่ 10-13 กันยายน 2569 ณ IMPACT Exhibition Center Hall 5-8 เมืองทองธานี ปีนี้งานเดินทางเข้าสู่ปีที่ 11 ภายใต้แนวคิด “Made by All of Us” และรวบรวมผู้ประกอบการจากไทยและต่างประเทศกว่า 400 ร้าน
ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์ แอนด์ กราวนด์ จำกัด (The Cloud) กล่าวว่า Thailand Coffee Fest ไม่ใช่งานแสดงสินค้าที่แบ่งพื้นที่ให้ผู้ประกอบการมาเปิดบูธและค้าขาย แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้กลไกต่าง ๆ เชื่อมโยงคนในวงการ และผลักดันอุตสาหกรรมกาแฟไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเป้าหมายต่อไปคือการเชื่อมไทยเข้าสู่ตลาดโลกและผลักดันประเทศสู่การเป็น Global Coffee Destination
ตลาดโตแต่ไทยต้องแข่งด้วยคุณภาพ
ตลาดกาแฟไทยยังมีพื้นที่เติบโต บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งรวมร้านกาแฟ เบเกอรี่ และไอศกรีม จะขยายตัวแตะ 66,000-67,000 ล้านบาทในปี 2569 จากระดับ 56,900-65,000 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่ตลาดกาแฟพิเศษเติบโตเฉลี่ยราว 12-15% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง
คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 1.5-1.7 แก้วต่อคนต่อวัน ขณะที่ประเทศในยุโรปและญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 3-6 แก้วต่อวัน จึงยังมีพื้นที่ให้ตลาดขยายตัวอีก โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ แหล่งที่มา รสชาติ และประสบการณ์มากขึ้น
แต่ในขณะที่ตลาดโต ฝั่งการผลิตกลับมีข้อจำกัด เพราะพื้นที่ปลูกกาแฟไทยจำนวนมากอยู่บนภูเขาสูงชันและในพื้นที่ป่า การขยายพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณจึงทำได้ยาก ผลผลิตอาราบิก้าของไทยอยู่ที่ประมาณ 15,000 ตันต่อปี ขณะที่กาแฟในกลุ่มกาแฟพิเศษมีประมาณ 4,000 ตัน จากช่วงแรกที่สัดส่วนกาแฟพิเศษยังมีไม่ถึง 5% ของผลผลิต
ข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้ทิศทางของไทยไม่ใช่การแข่งขันด้วยปริมาณกับประเทศที่มีพื้นที่ราบ ใช้เครื่องจักร และผลิตได้ด้วยต้นทุนต่ำกว่า แต่ต้องเพิ่มคุณภาพและมูลค่าต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้สูงขึ้นจากพื้นที่เพาะปลูกที่มีอยู่

ณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และอดีตนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย กล่าวว่า ในอนาคตไทยมีโอกาสพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตกาแฟพิเศษ โดยสัดส่วนกาแฟเกรดทั่วไปจะค่อย ๆ ลดลง ขณะที่กาแฟพิเศษเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด
ราคาหลักหมื่น ต้องมาจากคุณภาพจริง
การประกวดและประมูลเมล็ดกาแฟเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ต้นน้ำ จากราคาประมูลกาแฟอันดับหนึ่งประมาณกิโลกรัมละ 1,000 บาทในช่วงแรก ขยับขึ้นสู่หลักหมื่นบาท และเคยทำสถิติประมาณ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม โดยสมาคมกาแฟพิเศษไทยหักค่าใช้จ่าย 10% และรายได้จากการซื้อขายอีก 90% ไปถึงเกษตรกร
แต่ราคาที่สูงขึ้นต้องสัมพันธ์กับคุณภาพ คุณช้างน้อยมองว่า การเติบโตที่ดีต้องอยู่บนการแข่งขันที่สมเหตุสมผลและเป็นธรรม หากราคาสูงแต่คุณภาพของกาแฟไม่สอดคล้องกัน ระบบก็ไม่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้
แนวทางของสมาคมฯ จึงเน้นสร้างความรู้และทักษะให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยตัวเอง ทั้งการจัดการสวน การดูแลดิน การเพิ่มผลผลิตต่อต้น และการพัฒนาคุณภาพเมล็ด พร้อมรักษาสมดุลระหว่างกาแฟระดับประกวดซึ่งมีปริมาณจำกัด กับกาแฟคุณภาพดีสำหรับตลาดที่บริโภคในชีวิตประจำวัน
Geopolitics เปิดโอกาสไทยเชื่อมตลาดกาแฟโลก
นอกจากการพัฒนาคุณภาพในประเทศ คุณน้อยยังมองเห็นโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อความขัดแย้งและการแบ่งขั้วอำนาจ ทำให้ทั่วโลกต้องการพื้นที่กลางสำหรับพบปะ แลกเปลี่ยน และทำธุรกิจมากขึ้น อาเซียนและประเทศไทยจึงอยู่ในตำแหน่งที่น่าสนใจ เพราะไทยมีทั้งสถานที่จัดงานขนาดใหญ่และวัฒนธรรมที่เปิดรับผู้คนจากหลากหลายประเทศ
จากข้อมูลที่ผู้จัดรวบรวม Thailand Coffee Fest มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร และมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100,000 คนตลอดสี่วัน ทำให้ผู้จัดประเมินว่าปัจจุบันงานมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากงานกาแฟในเกาหลีใต้
ปีนี้งานยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB ผ่านกลไก Show Multiplier และ Buyer Power Up เพื่อเพิ่มบทบาทจากพื้นที่พบปะผู้บริโภคไปสู่พื้นที่เจรจาธุรกิจแบบ B2B เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพบคู่ค้า ผู้ซื้อ และนักลงทุนจากต่างประเทศ
โอกาสนี้ยังเชื่อมต่อกับ Coffee Tourism เพราะไทยมีทั้งพื้นที่ปลูก ผู้แปรรูป โรงคั่ว ร้านกาแฟ และฐานผู้บริโภคอยู่ในประเทศเดียวกัน ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มวางเส้นทาง Cafe Hopping ในไทยมากขึ้น ร้านกาแฟจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจเครื่องดื่ม แต่สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของจุดหมายการเดินทางได้
ยกระดับร้านกาแฟไทย สร้างมาตรฐานปลายน้ำ
หลังจากวงการกาแฟพิเศษไทยใช้เวลาหลายปีพัฒนามาตรฐานต้นน้ำ ตั้งแต่พื้นที่ปลูก การแปรรูป และคุณภาพเมล็ด รวมถึงพัฒนาคนกลางน้ำผ่านการแข่งขันระดับประเทศ ปีนี้กำลังเกิดความเคลื่อนไหวสำคัญในฝั่งปลายน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาไทยยังไม่มีมาตรฐานกลางที่ชัดเจนสำหรับร้านกาแฟ
The Cloud ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการจาก The World’s 100 Best Coffee Shop ในการจัดทำ “The Best Coffee Shops Thailand” ร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้คะแนนตามมาตรฐานของ The World’s 100 Best Coffee Shop และเปิดให้ประชาชนร่วมโหวต
รายชื่อดังกล่าวจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน Thailand Coffee Fest Year End 2026 วันที่ 24 ธันวาคม 2569 เพื่อเป็นเข็มทิศให้ผู้บริโภคค้นหาร้านกาแฟคุณภาพ พร้อมผลักดันร้านกาแฟไทยเข้าสู่แผนที่ Coffee Tourism และสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ
เมื่อเชื่อมทั้งระบบเข้าด้วยกัน ต้นน้ำมี Thai Specialty Coffee Awards เป็นกลไกยกระดับคุณภาพและมูลค่าเมล็ดกาแฟ กลางน้ำมี Thailand Coffee Championships และ Thailand Es Yen Championship พัฒนาทักษะคนกาแฟ ส่วนปลายน้ำกำลังมี The Best Coffee Shops Thailand เข้ามาช่วยสร้างมาตรฐานร้านกาแฟ
Made by All of Us จากต้นน้ำสู่เวทีโลก
แนวคิด “Made by All of Us” จึงสะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษไทยที่ไม่ได้ฝากอนาคตไว้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เกษตรกรต้องสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ผู้แปรรูปและโรงคั่วเพิ่มมูลค่า บาริสต้าสร้างประสบการณ์ ผู้ประกอบการสร้างตลาด ขณะที่ผู้บริโภคมีส่วนกำหนดทิศทางผ่านกาแฟที่เลือกดื่มและคุณค่าที่พร้อมจ่าย
ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เพาะปลูกอาจทำให้ไทยไม่สามารถแข่งขันด้วยปริมาณกับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ แต่กลับเป็นแรงผลักให้อุตสาหกรรมต้องแข่งขันด้วยคุณภาพและมูลค่า เป้าหมายจึงไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่ผลิตกาแฟได้มากที่สุด แต่เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟพิเศษ มีคนทำกาแฟที่มีฝีมือ มีวัฒนธรรมร้านกาแฟที่แข็งแรง และสามารถเชื่อมโยงทั้งหมดเข้ากับการท่องเที่ยวและตลาดโลก
สำหรับคุณช้างน้อย ความสำเร็จของ Thailand Coffee Fest จึงไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าชมหรือขนาดของงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากคุณค่าที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรม หากเกษตรกร ผู้แปรรูป โรงคั่ว บาริสต้า ร้านกาแฟ และผู้บริโภคเติบโตไปพร้อมกัน เป้าหมายการพาประเทศไทยไปสู่ Global Coffee Destination ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้จากความแข็งแรงของทั้งระบบ
Thailand Coffee Fest 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 กันยายน 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ IMPACT Exhibition Center Hall 5-8 เมืองทองธานี เปิดให้เข้าชมฟรี
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
MAGURO เปิด ‘หลาย’ รุกอาหารไทย-อีสาน ขยายพอร์ตสู่ Food Platform
จากดอยตุงถึงทะเลตรัง เมื่อฟื้นธรรมชาติต้องมองทั้งระบบ



