Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

4 องค์กรโลกชี้โอกาสไทย ใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ–หนุนรายย่อยเข้าถึงทุน

4 องค์กรโลกชี้โอกาสไทยใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ–หนุนรายย่อยเข้าถึงทุน

เศรษฐกิจไทยต้องเร่งนำ AI มาเพิ่มผลิตภาพ พร้อมเปิดทางให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึงทุน เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อกระจายโอกาสเติบโตและสร้างงาน ท่ามกลางการส่งออกที่ยังกระจุกตัวในบริษัทขนาดใหญ่ ผู้บริหาร IFC กลุ่มธนาคารโลก สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด Microsoft และ Accenture ชี้บนเวทีเสวนาหัวข้อ “Powering the Future Economy – Growth, Technology, and Sustainability” ว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะสร้างผลตอบแทนได้จริงเมื่อธุรกิจปรับกระบวนการทำงานและพัฒนาทักษะแรงงานควบคู่กัน โดยเวทีเสวนานี้จัดขึ้นภายในงาน “KBank x Techsauce: EMPOWER THE FUTURE ECONOMY” ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Program) เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026)

IFC หนุนธุรกิจรายย่อยเข้าถึงทุนเพิ่มโอกาสสร้างงาน

ซาร์เวช ซูรี รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) กลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า ประเทศไทยมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกสูง โดยมีมูลค่าการค้าคิดเป็นประมาณ 130% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ แต่บริษัทเพียง 1% มีสัดส่วนถึง 80% ของการส่งออก ขณะที่วิสาหกิจรายย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลาง หรือ MSMEs คิดเป็น 99.6% ของกิจการที่จดทะเบียน และรองรับการจ้างงานประมาณ 70% ของประเทศ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ประกอบการรายย่อยยังมีส่วนร่วมในตลาดส่งออกอย่างจำกัด การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI จึงต้องกระจายประโยชน์ไปถึงธุรกิจกลุ่มนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตและสร้างงานในวงกว้าง

การสร้างงานเป็นเป้าหมายสำคัญของกลุ่มธนาคารโลก เนื่องจากในช่วง 10–15 ปีข้างหน้า ประเทศกำลังพัฒนาจะมีประชากรเข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณ 1,200 ล้านคน แต่จากแนวโน้มปัจจุบันจะเกิดงานใหม่เพียง 420 ล้านตำแหน่ง เท่ากับว่าผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานราว 2 ใน 3 อาจไม่มีงานรองรับ แม้ยังไม่นับผลกระทบจาก AI ขณะที่ภาคเอกชนเป็นแหล่งสร้างงานประมาณ 90% กลุ่มธนาคารโลกจึงมุ่งใช้เงินทุนและเครื่องมือทางการเงินขององค์กรเพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มขึ้น แทนการพิจารณาเฉพาะวงเงินที่องค์กรให้กู้หรือลงทุนโดยตรง

ซาร์เวช ระบุว่า ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน กลุ่มธนาคารโลกระดมเงินทุนภาคเอกชนทั่วโลกได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 112,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อสามปีก่อน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การขนส่ง และดิจิทัล ควบคู่กับการทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อให้มีกฎระเบียบที่มั่นคงและแรงจูงใจที่เอื้อต่อการลงทุน รวมถึงสนับสนุนเงินทุนและความช่วยเหลือแก่บริษัทเอกชน โดยกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสร้างงานครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล เกษตรและธุรกิจเกษตร การท่องเที่ยว และการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับการเพิ่มโอกาสเข้าถึงทุนของ MSMEs ซาร์เวชเสนอให้ใช้ข้อมูลธุรกิจประกอบการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งไม่มีที่ดินหรือทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน แต่มีข้อมูลกระแสเงินสด ใบอนุญาต และประวัติธุรกรรมกับคู่ค้า ซึ่งช่วยให้สถาบันการเงินประเมินกิจการได้ นอกจากนี้ การทำงานผ่านบริษัทหรือแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับผู้ประกอบการจำนวนมากจะช่วยขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินได้ พร้อมกันนั้นต้องพัฒนาทักษะให้ธุรกิจรายย่อยใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจด้วย

Accenture ชี้ใช้ AI ให้คุ้มต้องปรับวิธีทำงาน

อะนูป ซากู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Accenture กล่าวว่า การใช้ AI ในภาคธุรกิจเริ่มเข้าสู่ช่วงที่องค์กร ต้องพิจารณาว่าเทคโนโลยีสร้างมูลค่า และความแตกต่างให้กิจการได้อย่างไร โดยปัญหาที่พบ คือหลายองค์กรนำ AI ไปช่วยงานย่อย ทำให้พนักงานประหยัดเวลาได้ครั้งละไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง แต่ยังเปลี่ยนผลประโยชน์เหล่านั้นให้เป็นผลตอบแทนทางธุรกิจได้ยาก องค์กรจึงต้องพิจารณาการใช้ AI ตลอดกระบวนการทำงาน และเลือกแก้ปัญหาที่มีผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอย่างชัดเจน

ตัวอย่างสำคัญ คือการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมากจากการซื้อขายและการทำงานกับคู่ค้า แทนที่จะใช้ AI เพียงช่วยประมวลผลใบแจ้งหนี้ให้เร็วขึ้น ธุรกิจสามารถนำข้อมูลจากกระบวนการเหล่านี้ มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการบริหารห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับเหตุการณ์ที่กระทบการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยข้อมูลที่เหมาะสม ความเข้าใจบริบทของธุรกิจ และการปรับวิธีทำงานร่วมกันภายในองค์กร

อะนูปเห็นว่า ผู้บริหารต้องกำหนดทิศทางการใช้ AI อย่างชัดเจน ส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้และนำไปใช้ในงานประจำจนเกิดความชำนาญ รวมถึงแก้ปัญหาการทำงานแยกส่วนระหว่างฝ่าย ซึ่งขัดขวางการสร้างประโยชน์ร่วมกัน การลงทุนด้านข้อมูลจึงเป็นพื้นฐานที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ เพราะหากไม่มีข้อมูลและระบบรองรับที่เพียงพอ การใช้ AI ก็ยากจะสร้างมูลค่าได้ตามเป้าหมาย แม้องค์กรจะมีเครื่องมือเทคโนโลยีพร้อมแล้วก็ตาม

Microsoft หนุนทักษะ AI ลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี

อาซาร์ คูลิบาลี รองประธานประจำภูมิภาคและรองที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป ฝ่ายกิจการองค์กร กิจการภายนอกและกฎหมาย Microsoft Asia กล่าวว่า การวัดผลจากเทคโนโลยีต้องให้ความสำคัญกับผลทางเศรษฐกิจและประโยชน์ที่เกิดกับผู้ใช้งาน โดยรายงาน AI Global Diffusion ของ Microsoft สะท้อนว่า ประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มนำ AI ไปใช้ได้เร็วกว่า หากไม่มีการดำเนินการเพื่อขยายโอกาสเข้าถึง เทคโนโลยีอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่เพิ่มขึ้น การพัฒนาความรู้และทักษะด้าน AI จึงมีความสำคัญต่อประเทศที่ต้องการเร่งการเติบโตและลดช่องว่างดังกล่าว

สำหรับประเทศไทย อาซาร์ระบุว่า การนำ AI ไปใช้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่การทำให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ในวงกว้างยังต้องอาศัยการพัฒนาทักษะให้ประชาชน ควบคู่กับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ บริษัทท้องถิ่น และบริษัทเทคโนโลยี โดยภาครัฐมีบทบาทกำหนดเป้าหมาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ส่วนบริษัทท้องถิ่นนำความเข้าใจปัญหา และความต้องการของผู้ใช้งานมาพัฒนาระบบ โดยมีบริษัทเทคโนโลยีสนับสนุนเครื่องมือและแพลตฟอร์ม เพื่อให้การใช้ AI ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและขยายโอกาสให้คนเข้าถึงได้มากขึ้น

ตัวอย่างคือ การใช้ AI สนับสนุนการเตรียมเอกสาร เพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ของไทย ซึ่งต้องตรวจสอบกฎหมายไทยประมาณ 70,000 ฉบับเทียบกับเอกสารประมาณ 270,000 รายการ และทำงานข้ามภาษา

อาซาร์ ระบุว่า การใช้ AI ช่วยให้กระบวนการเตรียมเอกสารเบื้องต้นซึ่งอาจใช้เวลา 2–5 ปี ดำเนินการได้ภายใน 8–12 เดือน โดยบริษัท ST Intelligence เป็นผู้พัฒนาระบบบนแพลตฟอร์มของ Microsoft ร่วมกับภาครัฐ และยังมีโอกาสขยายผลแนวทางดังกล่าวไปใช้ในประเทศอื่น

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดชี้ธุรกิจต้องพร้อมรับคู่แข่งใหม่

ยาน เม็ตซ์เกอร์ หัวหน้าสายงาน Coverage Banking ระดับโลก ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงสำคัญของเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน คือความเร็วในการเติบโตของบริษัท ซึ่งสามารถก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ขณะที่การแข่งขันอาจมาจากผู้ประกอบการนอกอุตสาหกรรมเดิม ผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท จึงต้องประเมินว่าใครอาจเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน พร้อมปรับธุรกิจให้รับมือกับความเสี่ยงจากภาษี ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อการผลิตหรือการค้าได้รวดเร็วขึ้น

การเพิ่มความยืดหยุ่นอาจทำให้ธุรกิจมีต้นทุนสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการบางรายยอมรับต้นทุนดังกล่าว เพื่อให้ดำเนินงานต่อได้เมื่อเกิดปัญหา ยานยกตัวอย่างบริษัทผู้ผลิตรายหนึ่ง ที่ปรับโรงงานจากการผลิตสินค้าเฉพาะอย่างให้สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายขึ้น แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เพื่อให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในแต่ละพื้นที่ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจยังต้องเตรียมรับบทบาทของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านการลงทุน การสนับสนุน และการกำกับดูแล ซึ่งทำให้ความสามารถในการทำงานร่วมกับภาครัฐ มีความสำคัญมากขึ้นต่อการบริหารกิจการ

ในด้านแรงงาน ยานเห็นว่า AI จะเปลี่ยนความสำคัญของทักษะ เมื่อความรู้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ความสามารถในการจดจำและถ่ายทอดข้อมูลเพียงอย่างเดียวจะมีคุณค่าลดลง ขณะที่ความใฝ่รู้ ความเข้าใจผู้อื่น วิจารณญาณ และความยืดหยุ่นจะมีบทบาทมากขึ้น คนรุ่นใหม่จึงต้องเตรียมพร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและอาจเปลี่ยนอาชีพหลายครั้งตลอดชีวิตการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับความจำเป็นของภาคธุรกิจที่ต้องพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการลงทุนเทคโนโลยี

เลือก AI ให้เหมาะกับงานลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากร

อะนูปกล่าวถึงการใช้ AI ควบคู่กับความยั่งยืนว่า ทั้งสองเรื่องต้องอาศัยข้อมูลเป็นพื้นฐาน โดยองค์กรจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้เพื่อวัดผลและจัดการประเด็นด้านความยั่งยืน ขณะเดียวกัน การใช้ AI มีต้นทุนด้านเงินลงทุน พลังงาน และน้ำ ธุรกิจจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน งานพื้นฐานสามารถใช้เครื่องมือที่มีต้นทุนต่ำกว่า ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากและซับซ้อน เช่น ข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน อาจต้องใช้ระบบที่มีความสามารถสูงขึ้น การใช้โมเดลเดียวกับทุกงานจึงอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น

การลงทุนด้าน AI ของภาคธุรกิจจึงต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การเตรียมข้อมูล การพัฒนาคน และการปรับกระบวนการทำงาน ไปจนถึงการวัดผลตอบแทนและการใช้ทรัพยากร ขณะที่การขยายโอกาสเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยีให้ธุรกิจรายย่อย จะมีผลต่อการกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทย ผู้บริหารจาก Microsoft และ Accenture ยังย้ำว่า มนุษย์ต้องมีบทบาทกำหนดทิศทางและใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความสามารถของคน และสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Microsoft เร่งปั้นคน AI ป้อนตลาดงานไทย ขาดแคลน 8 หมื่นตำแหน่ง

BOTNOI แปลภาษาเรียลไทม์ให้นายกฯเปิดงาน CNN ขยายบริการสู่ต่างประเทศ

Grab จับมือ OpenAI เสริมทักษะ AI ให้พาร์ตเนอร์กว่า 30,000 ราย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar