Share on
×

Share

ไฮเออร์ ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ปักหมุดโรงงานเครื่องซักผ้าในระยอง ดันไทยฐานผลิตหลักอาเซียน

ไฮเออร์ ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ปักหมุดโรงงานเครื่องซักผ้าในระยอง ดันไทยฐานผลิตหลักอาเซียน

บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม จำกัด จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตเครื่องซักผ้าแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง มูลค่าการลงทุนประมาณมูลค่าประมาณ 5,250 ล้านบาท บนพื้นที่ 136 ไร่ เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตรองรับตลาดประเทศไทย อาเซียน และยุโรป หลังโรงงานในเวียดนามมีกำลังผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการในภูมิภาค โดยบริษัทวางแผนเริ่มการผลิตระยะแรกในไตรมาส 4 ปีพ.ศ. 2570 ด้วยกำลังการผลิต 1 ล้านเครื่องต่อปี ก่อนจะเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 3 ล้านเครื่องต่อปีเมื่อดำเนินโครงการครบทั้ง 2 ระยะ

เพิ่มกำลังผลิตรองรับอาเซียน วางแผนขยายถึง 3 ล้านเครื่องต่อปี

จาง ซือหย่ง ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตเครื่องซักผ้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม จำกัด กล่าวว่า การสร้างโรงงานเครื่องซักผ้าในไทย เป็นส่วนหนึ่งของแผนวางฐานผลิตทั่วโลกของไฮเออร์ โดยอาเซียนเป็นตลาดสำคัญที่บริษัทต้องเพิ่มกำลังผลิต และประสิทธิภาพการจัดหาสินค้า แม้จะมีโรงงานเครื่องซักผ้าในเวียดนามอยู่แล้ว แต่ขนาดและกำลังผลิตไม่เพียงพอรองรับการขยายตัวของตลาด โรงงานใหม่ในไทยจึงจะเข้ามาเติมส่วนนี้ โดยระยะแรกเน้นรองรับความต้องการในประเทศไทย รวมถึงฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ขณะเดียวกัน บริษัทยังวางแผนผลิตสินค้าสำหรับตลาดยุโรปด้วย

โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 136 ไร่ในจังหวัดระยอง ใช้เงินลงทุนประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,250 ล้านบาท จางระบุว่า งานก่อสร้างพื้นฐานมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2027 จากนั้นจึงนำสายการผลิตเข้าติดตั้งเพื่อเริ่มผลิตอย่างเป็นทางการในไตรมาส 4 ของปีเดียวกัน โครงการแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกมีกำลังผลิต 1 ล้านเครื่องต่อปี และจะเดินหน้าระยะที่สองหลังระยะแรกแล้วเสร็จ โดยวางแผนดำเนินการระยะที่ 2 ก่อนปี 2030 เพื่อเพิ่มกำลังผลิตรวมเป็น 3 ล้านเครื่องต่อปี

โรงงานเครื่องซักผ้าแห่งนี้เป็นโรงงานแห่งที่ 4 ของไฮเออร์ในไทย และเป็นการขยายฐานผลิตต่อเนื่องจากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บริษัทดำเนินงานอยู่แล้ว

หลิว ฉวนเหล่ย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในประเทศไทย กล่าวในพิธีว่า ไฮเออร์เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขยายสินค้าครอบคลุมเครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ โดยโรงงานเครื่องปรับอากาศเริ่มผลิตในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025 การเดินหน้าโรงงานเครื่องซักผ้าจึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเพิ่มฐานผลิตและเครือข่ายจัดหาสินค้าในประเทศไทย

เตรียมผลิตสินค้าขายในไทย หลังพึ่งนำเข้าทั้งหมด

เกษมสันต์ โอซาว่า ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เครื่องซักผ้าไฮเออร์ที่จำหน่ายในไทยปัจจุบัน เป็นสินค้านำเข้าทั้งหมด และคาดว่าหลายรุ่นจะสามารถเปลี่ยนมาผลิตจากโรงงานใหม่ได้ เนื่องจากตรงกับกลุ่มสินค้าที่ขายอยู่ แต่ยังไม่ได้ยืนยันสัดส่วนการผลิตทดแทนการนำเข้าอย่างชัดเจน ส่วนเครื่องซักผ้าฝาหน้าและ X Series ซึ่งเขาระบุว่ามีสัดส่วนประมาณ 35% ของยอดขายเครื่องซักผ้าในไทย เป็นกลุ่มสินค้าที่จะมีความต้องการรองรับการผลิตจากโรงงานแห่งนี้

การเตรียมฐานผลิตเกิดขึ้นควบคู่กับการขยายยอดขายในไทย เกษมสันต์ กล่าวว่า ยอดขายช่วงครึ่งปีแรกเติบโตประมาณ 20% โดยมีเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าเป็นสินค้าหลัก บริษัทตั้งเป้าเติบโตทั้งปีประมาณ 25% และวางเป้าปีถัดไปไว้ที่ 25% เช่นกัน ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายช่องทางจำหน่าย ทำให้ผู้บริโภคพบสินค้าไฮเออร์ได้มากขึ้นตามจุดขายต่าง ๆ อีกด้านหนึ่ง สินค้าระดับกลางถึงบนมีบทบาทต่อการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าฝาหน้า ตู้เย็นหลายประตู และตู้เย็นแบบประตูคู่ ขณะที่เครื่องปรับอากาศยังเป็นสินค้าที่มียอดขายสูงที่สุดของบริษัท

ในกลุ่มเครื่องซักผ้า เกษมสันต์ ระบุว่า ยอดขายสินค้าระดับบนเติบโตกว่า 40% และเครื่องซักผ้าสามถังที่นำเข้ามาจำหน่ายได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี จุดขายอยู่ที่การแยกซักผ้าต่างประเภทได้พร้อมกัน เช่น ผ้าขาว ชุดชั้นใน และเสื้อผ้าเด็ก ช่วยลดเวลาจากเดิมที่ผู้ใช้ต้องรอซักทีละรอบ ส่วนตลาดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ บริษัทมีการผลิตให้พันธมิตรที่มีเครือข่ายแฟรนไชส์อยู่แล้ว และกำลังพิจารณานำเครื่องรุ่นอื่นเข้ามาทำตลาดผ่านช่องทางเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้คาดหวังยอดขายจากส่วนนี้มากนัก

ขยายงานวิจัยและชิ้นส่วน เตรียมจ้างงานประมาณ 1,000 คน

ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงคลังสินค้าและระบบขนส่งอัจฉริยะ พร้อมมองว่า การลงทุนดังกล่าวจะช่วยยกระดับเทคโนโลยี และขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ขณะที่หลิว ฉวนเหล่ย มองว่า บริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในไทย กำลังขยายบทบาทจากการขายสินค้าไปสู่การนำเทคโนโลยี การบริหาร และความร่วมมือด้านการผลิตเข้ามาด้วย ควบคู่กับการสร้างงานและพัฒนาบุคลากรในประเทศ

สำหรับโรงงานเครื่องซักผ้าแห่งใหม่ จางระบุว่าจะจ้างงานประมาณ 1,000 คน โดยมากกว่า 90% เป็นคนไทย ส่วนบุคลากรจากจีนจะเข้ามาสนับสนุนงานเฉพาะด้าน เช่น การให้คำแนะนำทางเทคนิคและการบริหารการเงิน ขณะที่งานผลิตจะใช้บุคลากรในประเทศเป็นหลัก บริษัทจะพัฒนาโรงงานตามมาตรฐานสูงสุดของกลุ่มไฮเออร์ ทั้งด้านระบบการผลิตอัจฉริยะ การลดคาร์บอน และการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเพิ่มกำลังผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศและการส่งออก

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เมืองดึงดูดคน และการลงทุนอย่างไร เมื่อคุณภาพชีวิต สำคัญกว่าแค่งาน

GISTDA เผยไทยเสนอร่วม Artemis 3 โครงการ มุ่งสู่อุตสาหกรรมดวงจันทร์

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar