Share on
×

Share

AWC จับมือ IHG ดึงแบรนด์ ‘Ruby’ ปักหมุดโรงแรมแรกในเอเชียแปซิฟิกที่สาทร คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2570

AWC จับมือ IHG ดึงแบรนด์ ‘Ruby’ ปักหมุดโรงแรมแรกในเอเชียแปซิฟิกที่สาทร คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2570

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ร่วมกับ IHG Hotels & Resorts เตรียมปรับโฉมโรงแรม Holiday Inn Express Bangkok Sathorn เป็นแบรนด์ Ruby แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขนาด 184 ห้อง คาดเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปี 2570 วางตำแหน่งเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม เน้นห้องพักคุณภาพ การออกแบบที่มีเรื่องราว และพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมนักเดินทางกับคนในย่าน ผ่านดนตรี บาร์ และกิจกรรมภายในโรงแรม

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า AWC นำ Ruby เข้ามาในไทยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศและประสบการณ์ระหว่างเข้าพัก พร้อมใช้ทำเลใจกลางย่านธุรกิจสาทรดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ให้เข้ามาใช้บริการ

ปรับโฉม Holiday Inn Express สาทร สู่โรงแรมพรีเมียม

จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากความต้องการของ AWC ที่จะเพิ่มลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ให้กับโรงแรมเดิม จึงหารือกับ IHG เพื่อนำ Ruby เข้ามาปรับรูปแบบการให้บริการ หลังจาก IHG เข้าซื้อแบรนด์นี้ในปี 2568 วัลลภามองว่า Ruby มีลักษณะตรงกับความต้องการของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่มองหากิจกรรมและประสบการณ์ รวมถึงโอกาสพบปะผู้คนระหว่างเดินทาง โดยโรงแรมสาทรถูกวางให้เป็น Ruby แห่งที่ 42 ของโลก และเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

ราจิต สุขุมารัน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAPAC) ของ IHG Hotels & Resorts กล่าวว่า โรงแรมจะอยู่ในตลาดพรีเมียม แต่ยังไม่ได้กำหนดราคาห้องพักเมื่อเปิดให้บริการ หากอ้างอิงตลาดโรงแรมระดับเดียวกันในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีราคาประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน และอัตราการเข้าพักราว 60–70% โดยบริษัทคาดหวังให้ Ruby ทำได้ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่า

วิเวก บัลลา กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG Hotels & Resorts อธิบายว่า Ruby อยู่ในกลุ่ม Urban Premium Lifestyle Hotel หรือโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมในเมือง โดยทั่วไปห้องพักประมาณครึ่งหนึ่งของโรงแรมแบรนด์ Ruby มีขนาดราว 16–18 ตารางเมตร ส่วนขนาดและจำนวนห้องจะแตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ

Ruby ชู Lean Luxury พร้อมบาร์ 24 ชั่วโมงและดนตรีสด

แนวคิดหลักของ Ruby คือ “Lean Luxury” ที่ลดสิ่งไม่จำเป็นและให้ความสำคัญกับบริการที่ผู้เข้าพักใช้งานจริง เพื่อเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ตั้งแต่ห้องพักที่นอนสบาย การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ทำเลเดินทางสะดวก ไปจนถึงบาร์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แนวทางนี้มุ่งตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการคุณภาพและความสะดวก โดยเลือกใช้บริการให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทางของตนเอง

สำหรับโครงการสาทร พื้นที่ชั้นล่างจะเชื่อมต่อห้องนั่งเล่น บาร์ และพื้นที่ดนตรีเข้าด้วยกัน วัลลภาระบุว่า ต้องการสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนไปบ้านเพื่อน มีพื้นที่นั่งพูดคุย ฟังดนตรี และใช้เวลาร่วมกัน ขณะเดียวกันก็เปิดรับคนในย่านให้เข้ามานัดพบและใช้บริการ โรงแรมจึงมีบทบาทเป็นพื้นที่พบปะของชุมชนด้วย โดยนำดนตรี วัฒนธรรม และกิจกรรมมาผสมผสานตั้งแต่บริเวณล็อบบี้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ชวนให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วม

ราจิต กล่าวว่า เอกลักษณ์ของ Ruby ที่จะนำมาใช้ในโรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยบาร์เปิดตลอด 24 ชั่วโมง การแสดงดนตรีสดทุกคืน ลำโพง Marshall ในห้องพักทุกห้อง และกีตาร์ให้ผู้เข้าพักยืมเล่น ส่วนล็อบบี้จะมีการคัดสรรดนตรีให้เหมาะกับบรรยากาศของพื้นที่ ดนตรีจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญตั้งแต่พื้นที่ส่วนกลางไปจนถึงห้องพัก และเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และทำความรู้จักกัน

ดีไซน์สยามยุค 1920 เล่าเรื่องย่านสาทร–สีลม

AWC จับมือ IHG ดึงแบรนด์ ‘Ruby’ ปักหมุดโรงแรมแรกในเอเชียแปซิฟิกที่สาทร คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2570

โรงแรม Ruby แต่ละแห่งจะมีการออกแบบและเรื่องเล่าที่แตกต่างกัน โดยนำลักษณะของเมืองหรือย่านนั้นมาใช้สร้างเอกลักษณ์ การตั้งชื่อโรงแรมก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ โดยใช้ชื่อผู้หญิงต่อท้าย Ruby เช่น Ruby Ella, Ruby Lucy และ Ruby Emma

สำหรับโรงแรมในสาทร ราจิตระบุว่า การออกแบบจะนำเสนอกลิ่นอายความงดงามของสยามในทศวรรษ 1920 ขณะที่ วัลลภา กล่าวว่า จะนำประวัติความเป็นมาของย่านสาทรและสีลม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนพัฒนาเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ภายในโรงแรม

การเลือกกรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นในภูมิภาค ราจิตมองว่า เมืองนี้มีความเป็นสากล มีความคิดสร้างสรรค์ และมีชีวิตชีวา เหมาะกับการนำแนวคิดใหม่เข้ามาทดลอง ขณะเดียวกัน นักเดินทางให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความเชื่อมโยงกับสถานที่ที่ไปเยือนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Ruby

“ด้วยทำเลในย่านสีลม–สาทร ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตของเมือง Ruby จะนำเสนอทางเลือกการเข้าพักที่แตกต่าง สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านแนวคิด Style, Soul And A Story In Every Stay ที่ผสานดีไซน์ คุณภาพ และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับย่านและชุมชนโดยรอบ พร้อมมีส่วนเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่แห่งนี้” ราจิตกล่าว

ส่วนวัลลภามองว่า วัฒนธรรม วิถีชีวิต และบรรยากาศสนุกสนานของกรุงเทพฯ เป็นองค์ประกอบที่เข้ากับแบรนด์ โดย Ruby จะเป็นแบรนด์ที่ 6 ที่ IHG เลือกเปิดตัวในกรุงเทพฯ ก่อนขยายสู่ตลาดอื่นในเอเชียแปซิฟิก

AWC–IHG เดินหน้า 8 โรงแรมในไทย

Ruby เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง AWC กับ IHG ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมโรงแรมในหลายจุดหมายปลายทางสำคัญของประเทศ อาทิ อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว และคาดว่า Ruby ในสาทรจะเป็นโครงการที่เปิดตามมา สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและได้ลงนามสัญญาบริหารแล้ว ได้แก่ คิมป์ตัน หัวหิน ซึ่งคาดเปิดปลายปี 2571 ขณะที่โครงการเวิ้งนครเกษมจะมีโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ และคิมป์ตัน แบงค็อก ไชน่าทาวน์ รวมถึงโครงการในต่างจังหวัด ได้แก่ อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงราย โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล รีสอร์ต คิมป์ตัน เชียงราย โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล และคิมป์ตัน พัทยา

วัลลภา กล่าวว่า แต่ละโครงการจะนำประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศิลปะ และจุดเด่นของท้องถิ่นมาใช้สร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าพัก พร้อมส่งเสริมสินค้าชุมชนและการจัดซื้อวัตถุดิบในพื้นที่ เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยว ความร่วมมือกับ IHG ยังช่วยให้ AWC เข้าถึงเครือข่ายสมาชิกประมาณ 160 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการดึงนักเดินทางเข้ามาใช้บริการโรงแรมและสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวของไทย ทั้งสองบริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสพัฒนาโครงการอื่นเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาความเหมาะสมของแบรนด์และรูปแบบโรงแรมในแต่ละพื้นที่

IHG มั่นใจท่องเที่ยวไทย มีแผนพัฒนาอีกราว 40 โรงแรม

วิเวก ระบุว่า ไทยเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ IHG ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการประมาณ 42 แห่ง ครอบคลุม 11 แบรนด์ และมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนาอีกประมาณ 40 แห่ง บริษัทจึงยังมองโอกาสเติบโตในระยะยาว แม้การท่องเที่ยวเผชิญแรงกดดันระยะสั้น โดยความเชื่อมั่นมาจากจุดแข็งด้านอาหาร วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ตลอดจนความสามารถในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยและความสนใจลงทุนอย่างต่อเนื่องของพันธมิตรในประเทศ

สำหรับการขยาย Ruby หลังจากกรุงเทพฯ วิเวกมองว่า ยังมีโอกาสในเมืองท่องเที่ยวอื่นของไทย เช่น ภูเก็ต พัทยา หัวหิน สมุย และเชียงใหม่ รวมถึงเมืองใหญ่ในเอเชียอย่างสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ โซล และโตเกียว โดยจะพิจารณาเมืองที่มีความคึกคักและทำเลที่เหมาะกับโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม อย่างไรก็ตาม เมืองเหล่านี้ยังเป็นโอกาสที่บริษัทกำลังมองหา ส่วนโครงการสาทรจะเป็นจุดเริ่มต้นของการนำแบรนด์เข้ามาสู่ภูมิภาค

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

BMW เปิด ซีรีส์ 7 ใหม่ 3 ขุมพลัง ราคาใกล้กัน รับตลาดเปลี่ยนเร็ว

GC x SCGC เปิดดีลยักษ์ตั้งบริษัทร่วมทุนปิโตรเคมี เสริมศักยภาพทำกำไร

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar