คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด ขยายการวิจัยทางคลินิกด้านโรคอ้วน เบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ (NCDs) หวังเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษา ท่ามกลางข้อจำกัดที่ยาบางชนิดมีราคาแพงและเข้าถึงได้ยาก พร้อมเปิดทางให้นักวิจัยไทยได้ศึกษายาและแนวทางรักษาที่หลากหลายขึ้น โดยรามาธิบดีคาดว่าจะเห็นโครงการวิจัยทางคลินิกใหม่หลายโครงการในปี 2570
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นวัตกรรมยาและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพมีความสำคัญต่อการรับมือปัญหาสุขภาพที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเมื่อยาใหม่พัฒนาสำเร็จ ผู้ป่วยอาจยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง ความร่วมมือกับผู้พัฒนายาจึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการวิจัยได้เข้าถึงการรักษาใหม่เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ไทยจะได้ร่วมศึกษาผลิตภัณฑ์ที่อาจเปลี่ยนแนวทางการรักษาและดูแลสุขภาพในอนาคต
เพิ่มโอกาสเข้าถึงยา ผ่านการวิจัยทางคลินิก
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง รพ.รามาธิบดีกับบริษัท โนโว มุ่งส่งเสริมการศึกษาและวิจัยยาสำหรับโรคอ้วน เบาหวาน และ NCDs อื่น ๆ โดยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าร่วมการวิจัยทางคลินิก การมีผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นคนไทยยังช่วยให้มีข้อมูลประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาในคนไทย ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาแนวทางรักษาที่เหมาะสมและการรับมือโรคก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน
“ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยทำให้คนไข้ของเราสามารถที่จะเข้าถึงยาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ โดยเป็นคนไข้ที่อยู่ในโครงการที่ทำวิจัยร่วมกัน ซึ่งก็จะทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น” ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ กล่าว พร้อมอธิบายว่า การวิจัยทางคลินิกเป็นการศึกษาว่ายาช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้นหรือไม่ โดยศึกษาในอาสาสมัครที่เป็นผู้ป่วยโรคตรงกับวัตถุประสงค์ของยา เพื่อประเมินทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนนำไปสู่การขึ้นทะเบียนใช้รักษา
สำหรับอุปสรรคด้านราคา ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ กล่าวถึง Patient Access Program หรือโครงการช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยา ว่า เป็นกระบวนการที่ผู้ผลิตช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาต้นแบบได้เร็วขึ้นและมีราคาถูกลง
อย่างไรก็ตาม การแถลงข่าวครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุเงื่อนไขหรือรายละเอียดของโครงการดังกล่าว
ภาระโรคอ้วน–เบาหวาน เร่งโจทย์พัฒนาการรักษา
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิกเพิ่มขึ้น ข้อมูลจากโนโวระบุว่า ผู้ใหญ่ไทยร้อยละ 45 มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน และมีผู้เป็นเบาหวานอย่างน้อย 6.1 ล้านคน ขณะที่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ ให้ภาพภาระของรามาธิบดีว่า โรงพยาบาลมีการเข้ารับบริการประมาณ 2.5 ล้านครั้งต่อปี โดยประเมินคร่าว ๆ ว่าราวร้อยละ 50 เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สะท้อนความต้องการดูแลรักษาที่มีอยู่จำนวนมาก
ผลกระทบจากโรคเหล่านี้ยังครอบคลุมถึงเศรษฐกิจ มีการประมาณการเมื่อปี 2562 ว่าโรคอ้วนสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่าร้อยละ 1.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี คิดเป็นมูลค่าราว 220,000 ล้านบาท และคาดว่าอาจเพิ่มเป็นร้อยละ 5 ของจีดีพี หรือประมาณ 850,000 ล้านบาทภายในปี 2603 หากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง การทดลองทางคลินิกจึงมีบทบาทในการค้นหาแนวทางรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือโรคก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนและผลกระทบอื่นตามมา
พัฒนานักวิจัยไทย พร้อมระบบรองรับงานวิจัย
นอกจากโอกาสของผู้ป่วย ความร่วมมือยังเปิดทางให้นักวิจัยไทยได้ศึกษาวิจัยทางคลินิกที่หลากหลายขึ้น ผ่านการฝึกอบรม การทำโครงการวิจัยร่วม และการแลกเปลี่ยนแนวคิดกับองค์ความรู้ใหม่ รพ.รามาธิบดีตั้งเป้าพัฒนาความสามารถของแพทย์และนักวิจัย ควบคู่กับระบบและโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยให้ได้มาตรฐานสากล รวมถึงปรับกระบวนการประเมินความเป็นไปได้ การเตรียมเริ่มโครงการ และการดำเนินงานให้รวดเร็วและมีคุณภาพ
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ กล่าวว่า การทำวิจัยทางคลินิกต้องมีทั้งแพทย์และนักวิจัยที่เชี่ยวชาญ ศูนย์วิจัยและระบบสนับสนุนที่ช่วยให้งานดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ตลอดจนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เข้าร่วมโครงการในจำนวนเพียงพอ ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความสามารถอยู่แล้ว ขณะที่การเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้มีผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำนวนมาก การพัฒนาระบบสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของไทยในการรองรับการวิจัยทางคลินิก
ในด้านการขยายแหล่งวิจัย รพ.รามาธิบดีกำลังขยายความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมการแพทย์ และยินดีร่วมสนับสนุนให้โรงพยาบาลศูนย์ในต่างจังหวัดเป็นแหล่งวิจัยทางคลินิกด้วย แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความร่วมมือของ รพ. รามาธิบดีในภาพรวม ซึ่งจะต้องอาศัยความพร้อมของบุคลากรและระบบสนับสนุนในแต่ละแห่ง ส่วนข้อตกลงกับโนโวจะช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และนักวิจัยให้เชื่อมกับงานพัฒนายาของบริษัท
คาดปี 2570 เริ่มเห็นงานวิจัยใหม่หลายโครงการ
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ กล่าวว่า โนโวมียาหลายชนิดที่ต้องการนำมาศึกษาวิจัยทางคลินิก และคาดว่าจะสามารถเชื่อมความเชี่ยวชาญของบริษัทกับทีมแพทย์และนักวิจัยของรามาธิบดีได้ จึงน่าจะเห็นโครงการวิจัยทางคลินิกใหม่หลายโครงการในปี 2570 แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ในขณะนี้
ส่วนความร่วมมือครั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดวงเงินเฉพาะหรือกรอบเวลาสิ้นสุด โดย จีฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ผู้จัดการทั่วไป โนโว ประเทศไทย ยืนยันความตั้งใจที่จะสานต่อการทำงานร่วมกันในระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสในการศึกษานวัตกรรมการรักษาและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยในประเทศไทย
โนโวชูความพร้อมบุคลากรไทย ต่อยอดความร่วมมือระยะยาว
จีฮาน กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่บริษัททำวิจัยในประเทศไทย เพราะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความตั้งใจที่จะนำการรักษาที่ดีมาสู่คนไทย ประกอบกับความพร้อมและความร่วมมือของบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากการวิจัยทางคลินิกเป็นงานที่ซับซ้อน ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ความทุ่มเท และการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงมุ่งนำงานวิจัยใหม่เข้ามาและขยายการศึกษาในไทย โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานวิจัย แต่ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
โนโวดำเนินงานในประเทศไทยมาแล้ว 43 ปี และมีทีมวิจัยทางคลินิกประจำประเทศเพื่อสนับสนุนงานด้านนี้โดยเฉพาะ จีฮานกล่าวว่า บริษัทลงทุนในไทยมาแล้ว 326 ล้านบาท สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยและสนับสนุนการจ้างงานเกือบ 470 ตำแหน่ง โดยจีฮานให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่พัฒนาร่วมกัน นอกเหนือจากมูลค่าเงินลงทุน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เมื่อโรคร้ายเจอในคนอายุน้อยลง: แนะวิธีเตรียมสุขภาพ-ค่ารักษาให้พร้อมรับมือ
Fit Span คืออะไร? ออกกำลังกายให้มีแรงใช้ชีวิตเมื่อสูงวัย



