การนำปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ หรือ Medical AI ไปใช้จริง ต้องผ่านทั้งการทดสอบ การขึ้นทะเบียน และการสร้างความเชื่อมั่นให้โรงพยาบาล TILSNA จึงวางแผนงบประมาณปี 2570 ประมาณ 228 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบทดสอบและเตรียมผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด โดยมีเป้าหมายสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลทดสอบประมาณ 25 แห่ง ผลักดัน Health AI จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ให้พร้อมใช้เชิงพาณิชย์ภายในปี 2571 และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนภาครัฐ 800 ล้านบาท ขณะที่ DEPA และ BOI มีกลไกช่วยขยายตลาดและส่งเสริมการลงทุนทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีและกิจการที่นำ AI ไปใช้
แนวทางดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนา Government Support for Medical AI in Thailand ภายในงาน Global Medical AI Summit 2026 ซึ่งสะท้อนว่า การสนับสนุน Medical AI ต้องครอบคลุมมากกว่าทุนวิจัย ผู้พัฒนาจำเป็นต้องมีพื้นที่ทดสอบผลิตภัณฑ์ ได้รับคำแนะนำด้านมาตรฐานและการขึ้นทะเบียน รวมถึงเข้าถึงพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ซื้อ การทำงานของทั้งสามหน่วยงานจึงมีบทบาทเชื่อมแต่ละขั้นตอน เพื่อให้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในบริการทางการแพทย์ได้
วางแผนงบ 228 ล้านบาท ทดสอบ AI ใน 25 โรงพยาบาล
ธนพัฒน์ เลาวหุตานนท์ รักษาการผู้อำนวยการโปรแกรม TILSNA กล่าวว่า แผนพัฒนาระบบนิเวศเพื่อเร่งรัดนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์สู่การใช้เชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ ตั้งเป้าผลักดัน Health AI จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ให้พร้อมเข้าสู่ตลาดภายในปี 2571 โดยในปี 2570 มีแผนงบประมาณประมาณ 228 ล้านบาท ส่วนใหญ่ประมาณ 140 ล้านบาทจะใช้พัฒนาระบบกลางและหาโรงพยาบาลประมาณ 25 แห่งเป็นพื้นที่ทดสอบ พร้อมวางกรอบการประเมิน AI เพื่อให้นักวิจัยตรวจสอบผลการทำงานในทางคลินิกผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลได้
การทดสอบจะดำเนินการกับข้อมูลภายในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลเข้ามารวมไว้ส่วนกลาง ผู้พัฒนาสามารถนำ AI เข้าทดสอบและเก็บผลเพื่อประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป นอกจากนี้ ยังมีทุนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใกล้พร้อมเข้าสู่ตลาด เพื่อนำไปใช้ทดสอบ จ้างที่ปรึกษา เตรียมเอกสาร และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ รวมถึงงบสำหรับบ่มเพาะธุรกิจ สร้างเครือข่าย พัฒนากำลังคน และประเมินผล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการผ่านขั้นตอนที่จำเป็นก่อนจำหน่ายผลิตภัณฑ์
เป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนภาครัฐ 800 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งผลทางธุรกิจและประโยชน์ต่อระบบสาธารณสุข ธนพัฒน์ กล่าวว่า การประเมินจะรวมยอดขาย การลดการนำเข้า และการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หาก AI ช่วยให้ตรวจพบโรคและเข้าสู่การรักษาได้เร็วขึ้น ก็อาจลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการพบโรคในระยะรุนแรงได้ ผลสำเร็จของโครงการจึงต้องพิจารณาว่าเทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้ผู้ป่วยและระบบบริการได้มากเพียงใด ควบคู่กับความสามารถในการเข้าสู่ตลาด
หนุนมาตรฐานและขึ้นทะเบียนอย. ก่อนขายจริง
ธนพัฒน์ กล่าวว่า เส้นทางจากงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ต้องอาศัยทั้งนักวิจัยและผู้ประกอบการที่พร้อมนำเทคโนโลยีไปพัฒนาต่อ TILSNA จึงมีบทบาทค้นหางานวิจัยที่มีศักยภาพ สนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐาน การทดสอบ และการจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนและพร้อมจำหน่ายแล้ว ยังสามารถขอรับการสนับสนุนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาด ให้ผู้ใช้งานเห็นว่า AI มีความน่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยจริง
สำหรับนักวิจัยในมหาวิทยาลัยที่มีผลงานแต่ยังไม่มีพันธมิตรทางธุรกิจ TILSNA วางกลไกประสานเครือข่ายเพื่อจับคู่กับผู้ประกอบการ ให้ผู้ที่มีเทคโนโลยีได้ทำงานร่วมกับผู้ที่พร้อมลงทุนและทำตลาด การสนับสนุนจึงต้องพิจารณาว่าผลงานอยู่ในขั้นใดและยังขาดอะไร ก่อนช่วยให้เดินหน้าต่อได้ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้พร้อมทดสอบ การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการสร้างโอกาสใช้งานหลังผ่านการขึ้นทะเบียน
ใช้ข้อมูลประเมินตลาด เตรียมขยายสู่อาเซียน
นอกเหนือจากความพร้อมของผลิตภัณฑ์ TILSNA ยังมีแผนพัฒนาฐานข้อมูลเชื่อมโยงแหล่งทุน นักวิจัย และข้อมูลการใช้งานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เพื่อช่วยให้เห็นจำนวนผู้ป่วยในแต่ละโรคและนำข้อมูลมาประกอบการประเมินตลาด ผู้พัฒนาจึงมีข้อมูลช่วยพิจารณาว่าเทคโนโลยีของตนตอบโจทย์ความต้องการด้านใด และมีโอกาสนำไปใช้มากน้อยเพียงใด ควบคู่กับการติดตามและสนับสนุนผลงานให้เดินหน้าเข้าสู่ตลาด
ธนพัฒน์ยังกล่าวถึงความต้องการให้เครือข่ายความร่วมมือช่วยสร้างศักยภาพและพาผู้ประกอบการไทยไปสู่ตลาดอาเซียน โดยมองว่าการขยายตลาดต่างประเทศเป็นอีกภารกิจสำคัญหลังจากเตรียมผลิตภัณฑ์ให้พร้อมแล้ว แนวทางสนับสนุนจึงครอบคลุมทั้งการจับคู่ทางธุรกิจ การใช้ข้อมูลช่วยวางแผนตลาด และการเตรียมผู้ประกอบการให้สามารถขยายโอกาสจากตลาดในประเทศไปสู่ภูมิภาคได้
ดีป้า เพิ่มโอกาสขายผ่านบัญชีบริการดิจิทัล
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า หน่วยงานสนับสนุนสตาร์ตอัปตั้งแต่เริ่มจัดตั้งบริษัท พัฒนาต้นแบบ และหาลูกค้ารายแรก แต่กลุ่มที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์และเริ่มมีลูกค้าแล้ว โดยจะช่วยขยายตลาดและเพิ่มจำนวนลูกค้า ควบคู่กับการกระตุ้นให้หน่วยงานต่าง ๆ นำเทคโนโลยีไปใช้ ผ่านกลไกอย่างคูปองสนับสนุนและบัญชีบริการดิจิทัล
ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าสู่บัญชีบริการดิจิทัล ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามเกณฑ์ของดีป้า ซึ่งครอบคลุมความปลอดภัย การทำงานได้ตามคุณสมบัติที่ระบุ และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยมีทุนและคูปองช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทดสอบมาตรฐานทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เมื่อเข้าสู่บัญชีแล้ว ผลิตภัณฑ์และบริการจะเชื่อมกับกลไกจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยดีป้ามีการปรับปรุงรายการร่วมกับกรมบัญชีกลางทุกเดือน เพื่อให้หน่วยงานผู้ซื้อสามารถตรวจสอบข้อมูลประกอบการจัดซื้อได้
ด้านผู้ซื้อภาคเอกชน ดร.ศุภกร ระบุว่า มีสิทธิประโยชน์ในการนำรายจ่ายจากการซื้อผลิตภัณฑ์และบริการในบัญชีไปหักรายจ่ายทางภาษีได้ 200% โดยมีเพดาน 300,000 บาท พร้อมยกตัวอย่างว่า การซื้อในมูลค่า 150,000 บาท สามารถนำไปหักรายจ่ายได้ 300,000 บาท กลไกนี้ช่วยสนับสนุนความต้องการใช้เทคโนโลยี ขณะที่การตรวจสอบคุณภาพและการช่วยค่าใช้จ่ายด้านมาตรฐานทำหน้าที่เตรียมผู้ประกอบการให้มีผลิตภัณฑ์พร้อมรองรับผู้ซื้อทั้งภาครัฐและเอกชน
BOI ส่งเสริมทั้งผู้พัฒนา AI และโรงพยาบาล
ศิถี ตันบุนเต็ก ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 1 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI กล่าวว่า กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ ผลิตเครื่องมือแพทย์ และบริการทางการแพทย์ เช่น โรงพยาบาล มีประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมอยู่แล้ว ผู้พัฒนา Medical AI จึงสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมตามลักษณะโครงการได้ โดยกิจการผลิตเครื่องมือแพทย์อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ 3–8 ปี ส่วนกิจการพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ต้องพิจารณาประเภทกิจการ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และกระบวนการของแต่ละโครงการประกอบด้วย
BOI ยังมีมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับกิจการที่ดำเนินงานอยู่แล้วและต้องการนำ AI หรือเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ศิถีอธิบายว่า โรงพยาบาลที่ต้องการนำ AI มาปรับปรุงกระบวนการให้บริการรักษาพยาบาลก็อยู่ในข่ายที่สามารถขอรับการส่งเสริมได้ โดยต้องพิจารณารายละเอียดว่าจะปรับปรุงขั้นตอนใดและลงทุนอย่างไร การส่งเสริมจึงครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยเชื่อมผู้ประกอบการ Medical AI เข้ากับโรงพยาบาลที่ต้องการปรับปรุงบริการ
สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มธุรกิจ สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมกับ BOI ได้ตั้งแต่ยังไม่ได้จัดตั้งบริษัท แต่เมื่อโครงการผ่านการพิจารณาแล้ว ต้องดำเนินการในฐานะนิติบุคคลและลงทุนตามแผนที่ได้รับอนุมัติ โครงการที่ได้รับการส่งเสริมยังมีสิทธิประโยชน์ด้านอื่นนอกเหนือจากภาษี เช่น การอำนวยความสะดวกในการนำผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิคต่างชาติเข้ามาทำงาน เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน โดย BOI มีการประสานกับ depa เพื่อสอบถามและตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการที่พัฒนาเทคโนโลยีในประเทศด้วย
เชื่อมข้อมูล ลดภาระเอกสารผู้ประกอบการ
การเข้าถึงการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานยังมีโจทย์เรื่องการยื่นเอกสารและการตรวจสอบข้อมูลซ้ำ ดร.ศุภกรกล่าวว่า depa มีตัวอย่างการใช้ข้อมูลจาก กสทช. มาประกอบการตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสาร ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องยื่นเอกสารเดิมใหม่ แต่การเชื่อมข้อมูลกับ BOI ยังไม่ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน แม้ทั้งสองหน่วยงานมีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่แล้ว การพัฒนาส่วนนี้จึงเป็นอีกประเด็นที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการสนับสนุนได้ต่อเนื่อง ตั้งแต่เตรียมผลิตภัณฑ์ ทดสอบ ขึ้นทะเบียน ไปจนถึงลงทุนและขยายตลาด
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
IamStrong แพลตฟอร์มหางานวัย 55+ ผ่าน LINE เชื่อมคนมีประสบการณ์กับนายจ้าง
อว. ดัน HealthTech ไทย เร่งงานวิจัยสู่ตลาด ต่อยอดชิปและ AI การแพทย์



