Share on
×

Share

ลาซาด้าเผยอีคอมเมิร์ซไทยโต 51.8% เจาะกำลังซื้อ ‘Savvy Shopper’ ขุมทรัพย์ใหม่มูลค่า 4.6 หมื่นล้าน

ลาซาด้าเผยอีคอมเมิร์ซไทยโต 51.8% เจาะกำลังซื้อ ‘Savvy Shopper’ ขุมทรัพย์ใหม่มูลค่า 4.6 หมื่นล้าน

ลาซาด้าเผยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่า 1.18 ล้านล้านบาท คิดเป็น 25% ของตลาดค้าปลีกทั้งประเทศ โดยปี 2025 เติบโตจากปี 2024 ถึง 51.8% สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเปิดพฤติกรรม “Savvy Shopper” นักช้อปที่เลือกซื้ออย่างพิถีพิถันและมองหาความคุ้มค่าครอบคลุมทั้งราคา คุณภาพ และบริการหลังการขาย แม้มีสัดส่วน 22% ของนักช้อปออนไลน์ไทย แต่ใช้จ่ายสูงกว่านักช้อปทั่วไป 27% เป็นโอกาสที่ลาซาด้าและแบรนด์มุ่งเข้าถึงผ่านสินค้าของแท้ ประสบการณ์ซื้อที่มั่นใจ และ AI ช่วยเลือกสินค้า

ลาซาด้าเผยอีคอมเมิร์ซไทยโต 51.8% เจาะกำลังซื้อ ‘Savvy Shopper’ ขุมทรัพย์ใหม่มูลค่า 4.6 หมื่นล้าน

อีคอมเมิร์ซไทยแตะ 1.18 ล้านล้านบาท

สุธาวัลย์ ประสงค์ดี Senior Vice President ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีขนาดประมาณ 1 ใน 4 ของตลาดค้าปลีกทั้งประเทศ และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การขยายตัวไม่ได้มาจากจำนวนผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากเม็ดเงินที่นักช้อปนำมาใช้จ่ายมากขึ้นด้วย ลาซาด้าจึงศึกษาพฤติกรรมผู้ซื้อเพื่อทำความเข้าใจว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอะไรและใช้เกณฑ์ใดตัดสินใจซื้อสินค้า

ลาซาด้าเผยอีคอมเมิร์ซไทยโต 51.8% เจาะกำลังซื้อ ‘Savvy Shopper’ ขุมทรัพย์ใหม่มูลค่า 4.6 หมื่นล้าน

ผลวิจัยทางการตลาดพบว่า Savvy Shopper เป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อการใช้จ่าย โดยมีสัดส่วน 22% ของนักช้อปออนไลน์ไทย และใช้จ่ายสูงกว่านักช้อปทั่วไป 27% เมื่อประเมินส่วนต่างการใช้จ่ายดังกล่าวในระดับตลาด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 46,500 ล้านบาทต่อปีในไทย ผู้ซื้อกลุ่มนี้ตัดสินใจเลือกอย่างรอบคอบและพร้อมจ่ายเมื่อเห็นคุณค่าชัดเจน ทำให้แบรนด์ต้องพิจารณาทั้งตัวสินค้า ข้อเสนอ และบริการประกอบกันเพื่อให้ตรงกับความต้องการ

Savvy Shopper ซื้อบ่อย เลือกคุ้ม และต้องมั่นใจ

ลาซาด้าให้นิยาม Savvy Shopper ว่าเป็นนักช้อปยุคใหม่ที่เลือกซื้อสินค้าอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุด โดยมีคุณลักษณะสำคัญ 3 ด้าน คือ Smarter หรือฉลาดเลือก Selective หรือคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด และ Value Conscious หรือคำนึงถึงคุณค่าในการซื้อทุกครั้ง ผู้บริโภคกลุ่มนี้จึงไม่ได้ตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาว่าสินค้ามีคุณภาพเหมาะสมหรือไม่ ผู้ขายน่าเชื่อถือเพียงใด และได้รับความคุ้มครองอย่างไรหลังซื้อ

พฤติกรรมดังกล่าวแบ่งเป็น 4 มิติ ได้แก่ Verification หรือการตรวจสอบข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า อ่านรีวิวและดูที่มาก่อนตัดสินใจ Value Optimization หรือการเลือกสินค้าและโปรโมชันที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด Confidence & Protection หรือความมั่นใจในการซื้อและการคุ้มครองหลังการขาย ซึ่งครอบคลุมการรับประกันและความสะดวกในการเปลี่ยนหรือคืนสินค้า ตลอดจน Digital Fluency หรือความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือดิจิทัล รวมถึง AI เพื่อช่วยค้นหาและเปรียบเทียบตัวเลือก

ข้อมูลในไทยพบว่า 60% ของ Savvy Shopper ซื้อสินค้าออนไลน์มากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่ 66% เลือกซื้อผ่านร้านค้าทางการหรือ Official Mall เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและของแท้ และ 22% ยอมจ่ายเพิ่มเล็กน้อยในช่วง 0–2% เพื่อแลกกับการรับประกันหรือการคุ้มครองที่ดีกว่า ความมั่นใจในการซื้อจึงมีน้ำหนักควบคู่กับราคา โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าต้องตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านออนไลน์และไม่สามารถตรวจสอบสินค้าจริงก่อนจ่ายเงิน

อย่างไรก็ตาม นักช้อปกลุ่มนี้ยังให้ความสำคัญกับจังหวะซื้อและสิทธิประโยชน์ โดย 52% รอซื้อช่วงแคมเปญเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด ส่วน 38% ยอมเพิ่มยอดซื้อเพื่อให้ถึงเงื่อนไขใช้คูปองหรือรับสิทธิ์ส่งฟรี และ 40% มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของแพลตฟอร์ม ทั้งการเก็บ LazCoins เล่นเกม หรือชวนเพื่อนเพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อพร้อมใช้เวลาและวางแผนเพื่อให้การซื้อแต่ละครั้งคุ้มค่ามากขึ้น

ผลแคมเปญ 9.9 บนลาซาด้าพบว่า นักช้อปกว่า 62% มียอดซื้อต่อครั้งมากกว่า 3,000 บาท ขณะที่ร้านค้าทางการบน LazMall มียอดขายในวันแคมเปญสูงกว่าวันปกติถึง 14 เท่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนโอกาสของแบรนด์ในการเข้าถึงลูกค้าที่รอซื้อสินค้าในช่วงแคมเปญ โดยต้องนำเสนอทั้งสินค้าที่ผู้บริโภคมั่นใจและข้อเสนอที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าไปพร้อมกัน

ลาซาด้าวาง 3 กลยุทธ์รับนักช้อปยุคใหม่

สุธาวัลย์ กล่าวว่า ลาซาด้านำข้อมูลพฤติกรรมผู้ซื้อมาพัฒนากลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ Quality หรือคุณภาพ Experience หรือประสบการณ์ และ Innovation หรือนวัตกรรม

ด้านคุณภาพให้ความสำคัญกับ LazMall ซึ่งมีมากกว่า 32,000 แบรนด์และรับประกันของแท้ 100% พร้อมเพิ่มทางเลือกผ่านแบรนด์หรือสินค้าที่จำหน่ายเฉพาะบนลาซาด้า เช่น TOM FORD, BOYY และ MUJI รวมถึงรองเท้า On รุ่น Cloudrunner, Cloudsurfer และ Cloudmonster เพื่อรองรับลูกค้าที่มองหาทั้งคุณภาพและสินค้าที่แตกต่าง

ด้านประสบการณ์ ลาซาด้าใช้ Lazada Membership มอบสิทธิประโยชน์ตามระดับสมาชิก เช่น Classic, Gold และ Platinum โดยสมาชิก Platinum สามารถรับคูปองส่วนลด 30–40% ในบางช่วง รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น เช่น ส่วนลดซื้อรถ Tesla 50,000 บาท

สุธาวัลย์ระบุว่า สมาชิกระดับ Platinum มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าลูกค้าทั่วไป 2.5 เท่า ลาซาด้าจึงพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมทั้งการซื้อสินค้าและการใช้ชีวิต เพื่อให้สมาชิกได้รับคุณค่าจากการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

ความมั่นใจหลังการซื้อเป็นอีกส่วนสำคัญ โดย LazMall มีการรับประกัน 4 เรื่อง ได้แก่ ของแท้ 100% การจัดส่งตรงเวลา การคืนสินค้าหรือคืนเงินที่สะดวก และการมีสินค้าพร้อมส่งเมื่อสั่งซื้อได้ บริการเหล่านี้รองรับความต้องการของนักช้อปที่ตรวจสอบทั้งคุณภาพและเงื่อนไขการซื้ออย่างละเอียด รวมถึงพิจารณาล่วงหน้าว่า หากได้รับสินค้าแล้วเกิดปัญหา จะสามารถติดต่อ เปลี่ยนสินค้า หรือขอคืนเงินได้สะดวกเพียงใด

ประพนธ์ศักดิ์ กัมพลพันธ์ Senior Vice President ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า พฤติกรรมการเลือกซื้ออย่างพิถีพิถันพบได้ในผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้ง Gen Y และ Gen Z รวมถึงลูกค้าทุกเพศ ขณะที่ลูกค้า LazMall เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการซื้อและการกลับมาซื้อซ้ำสูง ลาซาด้าจึงให้ความสำคัญกับการช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ พร้อมพัฒนาบริการตั้งแต่การค้นหาสินค้า การตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงหลังการขาย เพื่อสร้างความสบายใจตลอดการซื้อ

Lazzie ช่วยเลือกสินค้า ผู้ใช้กว่า 60% ซื้อจริง

ด้านนวัตกรรม ลาซาด้าใช้ Lazzie แชตบอต AI ช่วยแนะนำสินค้าตามความต้องการและงบประมาณ ผู้ใช้สามารถสนทนาเพื่อขอคำแนะนำ เช่น การหาของขวัญราคา 2,000–3,000 บาท ก่อนเลือกซื้อจากสินค้าที่ระบบนำเสนอ

สุธาวัลย์เปิดเผยว่า ในแคมเปญ 9.9 มีผู้ใช้ Lazzie มากกว่า 400,000 ราย และกว่า 60% ของผู้ใช้กลุ่มนี้ซื้อสินค้าจริง สะท้อนว่าการสนทนาเพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำสามารถช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้

ประพนธ์ศักดิ์ กล่าวว่า ลาซาด้าลงทุนด้าน AI เพื่อช่วยแนะนำสินค้าจากตัวเลือกจำนวนมากให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน พร้อมพัฒนาการค้นหาด้วยเสียง ภาพ และการสนทนา เพื่อให้ผู้บริโภคค้นพบสิ่งที่ต้องการได้สะดวกขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีจึงทำควบคู่กับทางเลือกในการชำระเงินและบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มค้นหาจนถึงได้รับสินค้าและใช้บริการที่เกี่ยวข้อง

TOM FORD ชูของแท้และประสบการณ์ซื้อที่มั่นใจ

อรพรรณ พงศ์พานิช Fragrance & Active Derm Brand General Manager, The Estée Lauder Companies Thailand ตัวแทนแบรนด์ TOM FORD กล่าวถึงมุมมองของแบรนด์ TOM FORD ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคสินค้าความงามระดับหรูหรามีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่ช่วงโควิด โดยยอมรับการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น และยังคงใช้ช่องทางนี้ต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือความมั่นใจว่าจะได้รับของแท้ 100% รวมถึงสินค้าที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน การมีร้านค้าทางการที่จำหน่ายเฉพาะบน LazMall จึงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมทำให้ลูกค้าค้นหาร้านของแบรนด์พบได้ง่าย

ลูกค้ากลุ่มนี้ยังต้องการประสบการณ์ใหม่ควบคู่กับข้อเสนอด้านราคา TOM FORD จึงนำสินค้าบางรายการมาเปิดตัวบนลาซาด้าก่อนช่องทางอื่น ซึ่งอรพรรณระบุว่าสามารถสร้างยอดขายได้ไม่แพ้ช่องทางอื่น สำหรับผู้ซื้อ ความคุ้มค่าอาจหมายถึงการได้สินค้าก่อนผู้อื่นหรือได้สินค้ารุ่นพิเศษ ขณะที่ความสบายใจเกิดจากการมั่นใจว่า ไม่ว่าจะซื้อผ่านช่องทางใด ก็จะได้รับสินค้าและประสบการณ์ตามมาตรฐานของแบรนด์

อรพรรณ กล่าวว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ค้นหาข้อมูลผ่าน AI และติดตามรีวิวหรือคำแนะนำจาก KOL มากขึ้น เมื่อคลิกเข้ามายังร้านค้าออนไลน์ ข้อมูลและสินค้าที่พบจึงต้องตรงกับสิ่งที่ได้รับรู้มาก่อน และสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในช่องทางอื่น เช่นเดียวกับบรรจุภัณฑ์และประสบการณ์เมื่อแกะกล่องที่ต้องรักษามาตรฐาน เพื่อให้ความมั่นใจจากการซื้อครั้งแรกนำไปสู่การกลับมาซื้ออีก

Happy Sunday รักษาคุณภาพ ฟังลูกค้าเพื่อสร้างการซื้อซ้ำ

ภาวิดา ชิตเตชะ หรือ ไอซ์พาดี้ (ICEPADIE) ผู้ก่อตั้งบริษัท แฮปปี้ ซันเดย์ จำกัด กล่าวว่า ลูกค้าหลักของ Happy Sunday เป็น Gen Y และ Gen Z ซึ่งเลือกสินค้าที่มีดีไซน์ตรงกับตัวตน ควบคู่กับคุณภาพ การใช้งาน และคุณค่าที่ได้รับจากแบรนด์ เมื่อสินค้าตอบโจทย์ ลูกค้าพร้อมใช้จ่าย แบรนด์จึงต้องพัฒนาทั้งรูปลักษณ์และการใช้งานให้เหมาะกับความต้องการ พร้อมสร้างความรู้สึกที่ดีเมื่อผู้บริโภคได้รับสินค้า

ภาวิดาให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอทุกคอลเลกชัน เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและมีความสุขตั้งแต่ครั้งแรกที่แกะกล่อง รวมถึงได้รับประสบการณ์เช่นเดิมเมื่อกลับมาซื้อครั้งต่อไป เพราะลูกค้าที่ซื้อซ้ำเป็นกลุ่มที่แบรนด์ต้องดูแลให้ดีที่สุด นอกจากสร้างยอดขายต่อเนื่องแล้ว ยังช่วยบอกต่อไปยังเพื่อนและคนใกล้ตัว ความสม่ำเสมอของสินค้าจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า

อีกด้านหนึ่ง Happy Sunday สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าผ่านการรับฟังความคิดเห็น โดยนำรีวิวและคอมเมนต์มาพิจารณาว่าสินค้ามีจุดใดที่ลูกค้าชอบหรือควรปรับปรุง รวมถึงใช้เป็นแนวคิดพัฒนาคอลเลกชันใหม่ ภาวิดามองว่า การเชื่อมโยงผู้คนที่ชื่นชอบแบรนด์เข้าด้วยกันและเปิดรับเสียงของลูกค้า ช่วยให้แบรนด์เข้าใจความต้องการได้ดีขึ้น และพัฒนาสินค้าที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้ออย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Easy Money Group จัดแคมเปญ 5 ล้านบาท เพิ่มคะแนนจำนำ–วงเงินขายฝากทอง

FIND 2026 จับมือ TIDA เชื่อมดีไซน์ไทยกับผู้ซื้อโครงการในเอเชีย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar