ในวันที่เทคโนโลยีพลิกโฉมโลกอย่างฉับพลัน จนกลายเป็นพายุที่ซัดเข้าหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง “Technology Disruption” ไม่ได้เป็นเพียงคำเตือนในตำราบริหารอีกต่อไป แต่มันกำลังสั่นคลอนความมั่นคงในอาชีพของคนไทยหลายคน ท่ามกลางวิกฤติการขาดแคลนบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กว่า 80,000 ตำแหน่ง และความเสี่ยงที่ประเทศจะติดอยู่กับดักรายได้ปานกลางอย่างถาวร
การขยับตัวครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้นเมื่อ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ประสานมือกับ Google และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัวโครงการ “AI for All Thais” เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาสู่ยุคใหม่ที่เรียน AI แล้วนับหน่วยกิตได้จริงเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายสร้าง “AI First Citizen” จำนวน 20 ล้านคนภายใน 4 ปี เพื่อเปลี่ยนวิกฤตดิสรัปชันให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามข้อจำกัดสู่ความยั่งยืน
เมื่อ AI คือวาระแห่งชาติ และปากท้องของประชาชน
ประเทศไทยในปัจจุบันต้องเผชิญกับปัจจัยรุมเร้า ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และที่ส่งผลกระทบหนักที่สุดคือการที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่การทำงานรูปแบบเดิม จนทำให้ทักษะที่เคยเล่าเรียนมาอาจไม่สามารถใช้ประกอบอาชีพได้อีกต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนด้าน AI ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการ เพราะในอนาคตอันใกล้ หากคนไทยไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ ประเทศจะก้าวไปข้างหน้าได้ยากขึ้นเนื่องจากจำนวนประชากรที่ลดลงและเข้าสู่สังคมสูงวัย
“เทคโนโลยีดิสรัปชันอาจทำให้บางคนที่เคยเรียนบางอย่างมา ไม่สามารถประกอบอาชีพได้อีกต่อไป เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการศึกษา แต่คือเรื่องของปากท้องและความรับผิดชอบต่อสังคมที่เราต้องร่วมกันแบกรับ เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้ก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง”
จากห้องเรียนสู่การนับหน่วยกิตจริง
หัวใจหลักของการยกระดับครั้งนี้คือการบูรณาการหลักสูตร AI เข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม โครงการได้แบ่งการดำเนินงานเป็นสองระยะ โดยระยะแรกเริ่มต้นจากการสร้างพื้นฐาน “AI First Citizen” ภายใต้ Gemini Academy เพื่อปลูกฝังความปลอดภัยและทักษะดิจิทัลเบื้องต้น ต่อเนื่องด้วยระยะที่สองกับการเปิดตัวหลักสูตร “AI for Future Workforce” ระยะเวลา 45 ชั่วโมง ที่ทรูและ Google ร่วมกันออกแบบเพื่อให้มหาวิทยาลัยนำร่องกว่า 20 แห่งทั่วประเทศสามารถนำไปนับหน่วยกิตได้จริง
การก้าวข้ามจากการรับรู้ทั่วไปไปสู่การลงมือปฏิบัติบนโมเดลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Models) จะช่วยให้นักศึกษามีทักษะที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ทรูยังเข้ามาสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้วยการมอบดาต้าฟรี 10GB ให้นิสิตนักศึกษาที่ใช้บริการทรู-ดีแทค เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงองค์ความรู้
โครงสร้างพื้นฐานและพันธกิจเพื่อความเท่าเทียม

การที่ปัญญาประดิษฐ์จะเข้าถึงคนไทยทุกคนได้นั้น จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและราคาที่เหมาะสม ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าอุปสรรคสำคัญของการนำ AI มาใช้ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือทักษะของผู้คน โดยได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนครั้งนี้ว่า
“อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการปลดล็อกศักยภาพของ AI ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่คือความรู้ความเข้าใจของผู้คน ทรูจึงตั้งใจที่จะทำให้ AI เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบ เพื่อเตรียมกำลังคนไทยให้พร้อมสำหรับภูมิทัศน์ใหม่ของโลกดิจิทัล”
ขณะที่ Google ได้ยืนยันความมุ่งมั่นผ่านแผนลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้าง Data Center และ Cloud Region ในกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดให้บริการไปแล้วในช่วงต้นปีนี้ การลงทุนดังกล่าวช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและวางรากฐานให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล

ซึ่ง ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ Google กล่าวว่า กล่าวเสริมว่า “ภายใต้พันธกิจที่จะไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลัง เรามุ่งหวังให้นักศึกษาไทยเข้าถึงทักษะ AI ระดับโลก เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลและสร้างภูมิคุ้มกันให้พวกเขาสามารถเติบโตได้อย่างปลอดภัยในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์”
สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และระบบนิเวศนวัตกรรม
นอกเหนือจากการผลิตกำลังคน รัฐบาลยังมองไปถึงการใช้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการอัปเกรดเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้ GDP ของประเทศลดต่ำลงจากวิกฤติแรงงาน รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การใช้พื้นที่ EEC เป็นแซนด์บ็อกซ์เพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมรถยนต์ไปสู่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและการแพทย์ รวมถึงการเร่งรัดกระบวนการบัญชีนวัตกรรมและการจดสิทธิบัตรเพื่อให้ Startup ไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เป้าหมายคือการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่ “คิดในไทยแต่ใช้ได้ทั่วโลก” โดยอาศัยจุดแข็งของข้อมูลเฉพาะตัวที่มีในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านสุขภาพ การเกษตร หรือวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
ก้าวสู่ทศวรรษแห่งความหวังกับเป้าหมายคนไทย 20 ล้านคน
บทสรุปของความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การแจกประกาศนียบัตร แต่คือการร่วมกันสร้างอนาคตใหม่ของประเทศไทย “หากเรามองไปข้างหน้าในอีก 4 ปีเป้าหมายคือการทำให้คนไทย 1 ใน 3 ของประเทศเข้าถึงทักษะ AI เพื่อให้คนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานกลายเป็นเสือติดปีกที่มีความรู้เท่าทันโลกยุคใหม่ วันนี้เราไม่ได้เพียงแค่ทำเรื่องการศึกษา แต่เรากำลังร่วมกันสร้างอนาคตไปพร้อมกับเยาวชนไทยทุกคน” ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าว
โครงการ “AI for All Thais” จึงเปรียบเสมือนก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสาขาอาชีพใดหรือวัยใด ได้เข้าถึงทักษะแห่งอนาคตเพื่อเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เลอโนโวรุก Hybrid AI ชูนวัตกรรม Agent อัจฉริยะ รับปี 2569
KFC ปรุงสูตรลับ AI พลิกดาต้า 1,200 สาขา สู่ Insight ธุรกิจใน 3 นาที



