Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

กลาโหม-AIS-DGA ปั้น Digital-Ready Force สร้างคนรับความมั่นคงยุค AI

กลาโหม-AIS-DGA ปั้น Digital-Ready Force สร้างคนรับความมั่นคงยุค AI

ความมั่นคงในยุค AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการป้องกันประเทศบนบก ในน้ำ หรือในอากาศอีกต่อไป เมื่อข้อมูล โลกไซเบอร์ และพื้นที่เสมือนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคง เทคโนโลยีที่ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจทำได้เร็วขึ้น ก็สามารถถูกใช้ในการโจมตี บิดเบือนข้อมูล หรือสร้างภาพ เสียง และวิดีโอที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นได้เช่นกัน

การเตรียมประเทศรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพร้อมของ “คน” ในการเข้าใจ ใช้ประโยชน์ และรู้เท่าทันความเสี่ยงจาก AI ซึ่งเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ในการพัฒนาทักษะ AI และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่กำลังพลและครอบครัว เพื่อวางรากฐานสู่การสร้าง “Digital-Ready Force” และยกระดับ Digital Defense ของไทย

ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมการพัฒนา Digital Literacy และ AI Literacy โดยกำลังพลและข้าราชการสามารถเรียนผ่านแพลตฟอร์มของ DGA ซึ่งนำหลักสูตร AIS Aunjai Cyber: AI Literacy มาเชื่อมกับกรอบการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ส่วนครอบครัวของกำลังพลและประชาชนสามารถเข้าถึงหลักสูตรผ่าน AIS Aunjai Cyber พร้อมขยายการเรียนรู้ผ่าน Roadshow ในหน่วยทหาร 4 ภูมิภาค ครอบคลุมกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

AI เปลี่ยนโจทย์ความมั่นคงสู่โลกไซเบอร์

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน การบริหารจัดการ และความมั่นคงของประเทศ เทคโนโลยีจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และบุคลากรจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอเพื่อให้สามารถปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงได้

พลโท อดุลย์ ยกประสบการณ์ของตัวเองที่ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที เพื่อชี้ให้เห็นว่าข้อมูลในปัจจุบันสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วเพียงใด และความเร็วเช่นนี้กลายเป็นความท้าทายที่ต้องตระหนักในโลกศตวรรษที่ 21

สำหรับภาคความมั่นคง AI มีประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจ ทำให้ฝ่ายวางแผนสามารถรวบรวมข้อมูล ตั้งโจทย์ และจัดทำข้อเสนอเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เร็วขึ้น แต่เทคโนโลยีเดียวกันก็สามารถถูกใช้ในการโจมตีและบิดเบือนข้อมูล รวมถึงสร้างภาพ เสียง และวิดีโอที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและสร้างความเสี่ยงต่อฝ่ายต่าง ๆ ได้

“ความมั่นคงทางไซเบอร์หรือความมั่นคงในโลกยุคใหม่ มันไม่ได้เป็นการอยู่แค่บน ใต้น้ำ แล้วก็ในอากาศหรือในอาณาเขต มันไปทั้งโลกไซเบอร์และในพื้นที่ที่เป็นโลก Virtual” พลโท อดุลย์ กล่าว

กระทรวงกลาโหมจึงเดินหน้านโยบาย Digital Defense ควบคู่กับการเตรียมกำลังพลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ ทักษะวิชาชีพ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พร้อมพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนกระทรวงไปสู่ Data-Driven Organization และ AI-Driven Organization

การพัฒนาบุคลากรด้าน AI ยังครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้งาน ผู้ให้คำปรึกษา ผู้บริหารที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการใช้ AI ไปจนถึงผู้พัฒนาระบบ เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการทำให้กำลังพลรู้จัก AI แต่ต้องสามารถใช้เทคโนโลยีได้จริง รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และนำไปประยุกต์กับภารกิจ เพื่อสร้าง “คลังความรู้ทางปัญญา” หรือ “intellectual arsenal” สำหรับรับมือความเปลี่ยนแปลงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่

สร้างภูมิคุ้มกันรับมือภัยไซเบอร์และข้อมูลบิดเบือน

ความสามารถในการใช้ AI จึงต้องเดินไปพร้อมกับการปกป้องข้อมูลและรู้เท่าทันสิ่งที่ได้รับผ่านโลกดิจิทัล พลโท อดุลย์ กล่าวถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลองค์กร และข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งต้องได้รับการปกป้อง พร้อมเสนอหลักคิดสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลว่า

“เราต้องคิดก่อนที่จะคลิก ตรวจสอบก่อนที่จะเชื่อ รวมทั้งไตร่ตรองก่อนที่จะแชร์”

พลโท อดุลย์ กล่าวว่า หลักคิดนี้มีความสำคัญในสังคมที่ความคิดเห็นสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และผู้คนอาจเชื่อความคิดเห็นมากกว่าความจริง การรู้จักตรวจสอบและไตร่ตรองก่อนส่งต่อข้อมูลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัล

การเรียนรู้เทคโนโลยียังเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างรุ่น พลโท อดุลย์ กล่าวว่า หากปฏิเสธเทคโนโลยี คนรุ่นเก่าก็อาจไม่สามารถสื่อสารหรือเข้าใจคนรุ่นใหม่ได้ ขณะที่การพัฒนาคนให้มีความรู้และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะมีความสำคัญมากขึ้นต่อความเข้มแข็งของประเทศในอนาคต

ลงทุน AI ต้องเริ่มจากพัฒนาคน

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส
กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนทั้งเศรษฐกิจ สังคม โลกการทำงาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความพร้อมของประเทศไทยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคนในการเข้าใจ ใช้งาน และประยุกต์ AI ให้เกิดประโยชน์ การพัฒนา Digital Literacy และ AI Literacy จึงเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมคนรับความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

ในมุมของ AIS การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของคน โดย AIS Academy นำองค์ความรู้ด้านทักษะดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการ Upskill และ Reskill เพื่อให้คนสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและ DGA จึงเป็นการนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาทักษะเข้ามาสนับสนุนการสร้าง Digital-Ready Force

คุณกานติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดสำคัญของการใช้ AI ไม่ได้อยู่ที่การซื้อเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ศักยภาพของคนที่จะนำ AI ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะหากมีเครื่องมือแต่ขาดความเข้าใจในการใช้งาน ก็อาจเกิดปัญหาตั้งแต่ชุดข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แบบจำลองข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ไปจนถึงความเสี่ยงจากการหลอกลวงและการโจมตีทางไซเบอร์

“วันนี้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ ทุกคนเห็นกันแล้ว เทคโนโลยีเข้ามา ถ้าใช้ไม่เป็น การลงทุนนั้นเสียเปล่า” คุณกานติมา กล่าว

อีกโจทย์คือการเรียนรู้ต้องดำเนินต่อเนื่อง เพราะ AI และเครื่องมือใหม่ไม่ได้หยุดพัฒนา กานติมา อธิบายว่า ทุกวันที่มีเทคโนโลยี เครื่องมือ และความรู้ใหม่เข้ามา คนก็ต้องเรียนรู้ต่อไป พร้อมปรับเนื้อหาให้เหมาะกับบริบทและความต้องการของแต่ละกลุ่ม

DGA เชื่อมหลักสูตร AI ผ่านแพลตฟอร์ม DGLP

ไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า AI มีบทบาทมากขึ้นทั้งต่อการทำงาน การเรียนรู้ และการพัฒนาประเทศ แต่หัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คน DGA จึงพัฒนาบุคลากรภาครัฐผ่าน Thailand Digital Government Academy หรือ TDGA เพื่อให้บุคลากรสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้จริง

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ TDGA นำหลักสูตร Digital Government Skills ซึ่งครอบคลุม AI Literacy การจัดการข้อมูล และจริยธรรม AI มาให้กำลังพลเรียนผ่าน Digital Government Learning Platform หรือ DGLP ได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถรับประกาศนียบัตรออนไลน์เมื่อเรียนสำเร็จ

การใช้แพลตฟอร์มและหลักสูตรที่มีอยู่แล้วทำให้กระทรวงกลาโหมสามารถเริ่มพัฒนากำลังพลได้โดยไม่ต้องรอสร้างแพลตฟอร์มใหม่หรือพัฒนาหลักสูตร AI ขึ้นใหม่ทั้งหมด เป็นการนำทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานมาใช้ร่วมกันและช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐ

DGA ยังวางเป้าหมายให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการรวมศักยภาพของทั้งสามองค์กรจะช่วยพัฒนากำลังพลและสนับสนุนการขยับกระทรวงกลาโหมไปสู่ AI-Ready Defense Organization พร้อมสร้าง “intellectual arsenal” ให้กำลังพลสามารถใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมต่อภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ขยายทักษะ AI จากกำลังพลสู่ครอบครัว

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดการพัฒนาทักษะไว้เฉพาะกำลังพล แต่ขยายไปถึงครอบครัว ซึ่ง DGA ระบุว่าเป็นกลุ่มคนที่อยู่รอบตัวกำลังพลและจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลเช่นเดียวกัน

ขณะที่รูปแบบการดำเนินงานถูกวางให้ครอบคลุมทั้งการเรียนออนไลน์และกิจกรรมในพื้นที่ กำลังพลและข้าราชการเรียนผ่านแพลตฟอร์มของ DGA ส่วนครอบครัวและประชาชนเข้าถึงหลักสูตรผ่าน AIS Aunjai Cyber ก่อนขยายการเรียนรู้ไปยังหน่วยทหารใน 4 ภูมิภาค ครอบคลุมทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป้าหมายคือทำให้กำลังพลสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และนำเทคโนโลยีไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้

จาก Digital Defense ไปจนถึง Digital-Ready Force สิ่งที่ทั้งกระทรวงกลาโหม AIS และ DGA ให้ความสำคัญตรงกันคือ การพัฒนาเทคโนโลยีต้องเดินไปพร้อมกับการพัฒนาคน เพราะเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งต่อการทำงาน การจัดการข้อมูล การตัดสินใจ และความมั่นคง ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และปรับตัวต่อเครื่องมือใหม่จึงเป็นทักษะที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

พลโท อดุลย์ กล่าวถึงโจทย์นี้ไว้อย่างชัดเจนว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงาน ขณะที่การรู้เท่าทันเทคโนโลยี ความรับผิดชอบ และความปลอดภัย จะเป็นตัวกำหนดว่าเทคโนโลยีจะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างอนาคตหรือสร้างปัญหา

“เราต้องมาสร้างอนาคต อย่ารอให้มันสร้างปัญหา” พลโท อดุลย์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Connected Government โจทย์ใหญ่รัฐบาลดิจิทัลไทย เชื่อมข้อมูลอย่างไรให้มั่นคงและปลอดภัย

ซีพี ผนึก AWS ปั้นทักษะ AI คนไทย 3 ล้านคน ดันไทยสู่ Digital Hub

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar