ในยุคที่หันไปทางไหนใคร ๆ ก็พูดถึง AI ภาพที่คนส่วนใหญ่คุ้นตาคือระบบอัจฉริยะที่ช่วยหาคำตอบที่ถูกต้องที่สุด สเปรดชีตที่แม่นยำที่สุด หรือแผนธุรกิจที่สมบูรณ์แบบที่สุดมาวางตรงหน้า แต่บนเวที Wisdom To The Future หรือ WTF Festival ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ AI Practitioner ผู้บริหารและผู้เขียนหนังสือ Infinite Scaler กลับพูดถึง AI ในอีกมุมหนึ่ง คือมุมที่เทคโนโลยีไม่ได้เปลี่ยนแค่วิธีทำงานของมนุษย์ แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิด วิธีตัดสินใจ และวิธีที่มนุษย์มองความเป็นไปได้ของตัวเอง
“อย่าเชื่อ AI ทุกครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่สำคัญที่สุด”
ประโยคนี้ไม่ใช่การปฏิเสธ AI แต่เป็นบทเรียนจากคนที่ใช้ AI มาหลายพันชั่วโมง และนำ AI ไปสร้างธุรกิจจริง จนค้นพบว่า AI อาจช่วยให้มนุษย์สร้างผลงานได้เร็วขึ้น ทำสิ่งที่เคยยากให้เป็นไปได้มากขึ้น และเปิดโอกาสใหม่ให้คนตัวเล็ก แต่ในเวลาเดียวกัน AI ก็อาจกลายเป็นเสียงที่ทรงอิทธิพลต่อการตัดสินใจของมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในวันที่คำตอบของมันดูมีเหตุผล สมบูรณ์ และน่าเชื่อถือกว่าความรู้สึกของเราเอง
AI ทำให้คนตัวเล็กสร้างสิ่งที่ใหญ่ขึ้นได้
ดร.ณภัทรเล่าว่า ตัวเองเป็นคนอยู่ในกรอบมาตลอดชีวิต เรียนเศรษฐศาสตร์จนจบปริญญาเอก ไม่เคยทำธุรกิจ ครอบครัวเองก็ไม่มีพื้นฐานด้านธุรกิจ แถมธุรกิจที่เคยทำยังล้มเหลว ที่สำคัญคือ เขาเป็นคนไม่ดมยาดม แต่ระหว่างทำงานด้าน Big Data และ AI เขากลับสังเกตเห็นว่าลูกค้าหลายคนต้องทำงานหนัก เจอเอกสารจำนวนมหาศาล และพึ่งยาดมตลอดเวลา จึงเริ่มตั้งคำถามว่า ถ้าลองสร้างธุรกิจเครื่องหอมขึ้นมาจะเป็นอย่างไร
สิ่งแรกที่เกิดขึ้นไม่ใช่แผนธุรกิจ ไม่ใช่ตัวเลขยอดขาย และไม่ใช่ภาพความสำเร็จ แต่คือเสียงในหัวที่บอกว่า มันไม่เวิร์กหรอก เพราะตลาดมีเจ้าตลาดอยู่เต็มไปหมด ไม่มีโรงงาน ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีต้นทุน ไม่มีพื้นฐานด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ทุกอย่างเหมือนเล่นไพ่ที่เจ้ามือจัดสำรับให้เราแพ้ตั้งแต่แรก แต่คติที่เขายึดไว้ตลอดคือ
“ช่างแม่มัน แล้วลุย”
จากจุดเริ่มต้นที่แทบไม่มีแต้มต่อ เขาเริ่มต้นด้วยการคุยกับ Claude เพื่อให้ช่วยค้นคว้าและวิเคราะห์ตลาดไทย จนได้ชื่อแบรนด์ กลิ่นความเจริญ พร้อมแนวคิดของแบรนด์ที่สะท้อนชีวิตคนทำงานและสังคมไทย AI ช่วยคิดตั้งแต่ชื่อแบรนด์ แนวทางการวาง Positioning ไปจนถึงการพัฒนาไอเดียของสินค้า ซึ่งหลายอย่างสะท้อนชีวิตคนทำงานและบริบทสังคมไทยในแบบที่คนฟังจำได้ทันที
หลังจากนั้น AI ยังถูกใช้แทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์แนวทางแบบ Blue Ocean Strategy การพัฒนาสินค้า ไปจนถึงการสร้างระบบหลังบ้านของธุรกิจ แม้ทั้งทีมจะมีเพียง 4 คน และไม่มีใครเขียนโค้ดเป็น แต่พวกเขาก็ใช้ AI ช่วยสร้างระบบ E-Commerce การจัดการออเดอร์ และการเชื่อมระบบขนส่งผ่าน Google Sheet และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับ Gmail ขณะเดียวกัน ChatGPT ยังถูกใช้ทำ Deep Research เพื่อช่วยคำนวณสูตรผสมกลิ่นในระดับมิลลิกรัม ก่อนส่งต่อให้โรงงาน OEM ผลิตจริง
“แบรนด์วันเดียวก็สร้างเสร็จ” ดร.ณภัทร กล่าว
สำหรับ ดร.ณภัทร AI ทำให้คนตัวเล็กสามารถสร้างสิ่งที่ในอดีตอาจต้องใช้เงิน เวลา และทีมงานจำนวนมาก ให้เกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิมมหาศาล นี่คือบทบาทแรกของ AI ต่อมนุษย์ คือการขยายกำลังของคนที่ไม่มีทรัพยากรมาก ให้สามารถทดลอง สร้าง และลงมือทำสิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น
AI กำลังเปลี่ยนวิธีตัดสินใจของมนุษย์
แต่ชีวิตจริงไม่ได้สวยงามเหมือนในสไลด์พรีเซนเทชัน วันหนึ่งแบรนด์เริ่มเจอปัญหา ทั้งอุปสรรคเรื่องสินค้า ความกังวลของลูกค้า และแรงกดดันจากการแข่งขัน จนเริ่มเกิดคำถามว่า ธุรกิจนี้ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ และเหมือนคนยุคนี้จำนวนมาก เมื่อมีปัญหา สิ่งแรกที่เขาทำคือถาม AI
คำตอบที่ได้กลับตรงไปตรงมาอย่างเย็นชา คือเลิกทำเลย เพราะถ้ามองด้วยตรรกะ ข้อมูล และความน่าจะเป็นทั้งหมด ธุรกิจนี้แทบไม่มีเหตุผลให้ไปต่อ ตลาดเป็น Red Ocean คู่แข่งอยู่มานานหลายสิบปี และไม่มีอะไรรับประกันว่าธุรกิจเล็ก ๆ นี้จะอยู่รอดได้ ดร.ณภัทรยอมรับว่า “AI พูดถูกทุกช็อต”
นี่คือบทบาทอีกด้านของ AI ที่สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่เริ่มกลายเป็นผู้ให้คำตอบในวันที่มนุษย์ต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อคำตอบนั้นมาพร้อมข้อมูล เหตุผล และตรรกะที่ดูสมบูรณ์แบบกว่าเสียงในหัวของเราเอง ปัญหาจึงไม่ใช่ว่า AI คิดผิดเสมอไป แต่คือเมื่อ AI คิดถูกมาก ๆ มนุษย์จะยังเหลือพื้นที่ให้ความหมาย ความรู้สึก และประสบการณ์จริงของตัวเองมากแค่ไหน
AI มีสิ่งที่ทำได้แต่ก็มีสิ่งที่คำนวณไม่ได้
คำแนะนำของ AI อาจสมเหตุสมผลที่สุดถ้าวัดจากข้อมูลและความเป็นไปได้ทางธุรกิจ แต่สิ่งที่ AI ไม่เข้าใจ คือสิ่งที่คำนวณออกมาไม่ได้ มันไม่รู้ว่ายาดมเล็ก ๆ ขวดหนึ่งอาจเป็นกำลังใจของคนที่เหนื่อยจากการทำงาน ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกค้าบางคนถึงผูกพันกับแบรนด์ และไม่เข้าใจว่าของชิ้นเล็ก ๆ บางอย่าง อาจกลายเป็นพลังใจให้ใครบางคนในวันที่เหนื่อยล้าได้จริง
สุดท้าย ทีมของเขาจึงเลือกจะไม่เชื่อคำตอบที่มีเหตุผลที่สุด แล้วเดินหน้าต่อ ไม่ใช่เพราะ AI ไม่มีประโยชน์ แต่เพราะชีวิตจริงมีบางมิติที่ไม่สามารถสรุปได้ด้วยตรรกะเพียงอย่างเดียว นี่คือขอบเขตสำคัญของ AI ในสายตาของ ดร.ณภัทร มันช่วยมนุษย์คิด วิเคราะห์ สร้าง และสเกลผลงานได้ แต่ยังไม่อาจเข้าใจความผูกพัน ความหวัง ความกล้า หรือเหตุผลบางอย่างที่ทำให้มนุษย์ยังเลือกไปต่อ แม้ทุกอย่างจะดูไม่ make sense ก็ตาม
เมื่อ Output ราคาถูกลง Input ของมนุษย์จึงสำคัญขึ้น
ดร.ณภัทรมองว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ Output กลายเป็นสิ่งราคาถูก ใคร ๆ ก็สร้างเว็บไซต์ได้ สร้างแอปได้ สร้างแบรนด์ได้ หรือสร้างคอนเทนต์ได้ด้วย AI แต่ยิ่งเทคโนโลยีทำให้ทุกคนผลิตผลงานได้ง่ายขึ้นเท่าไร สิ่งที่หายากขึ้นกลับไม่ใช่ Output แต่คือ Input ที่อยู่ภายในมนุษย์
เขาไม่ได้กำลังพูดถึงแค่ทักษะในการใช้เครื่องมือ แต่กำลังพูดถึงความกล้า ความทุ่มเท ความสามารถในการเดินต่อในวันที่ทุกอย่างดูไม่ make sense และการกล้าทำบางอย่างทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่
“Output จะถูกมาก แต่ Input จะหายาก”
นี่จึงเป็นเหตุผลที่บทเรียนเรื่อง AI ของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การใช้เครื่องมือให้เก่งขึ้น แต่ย้อนกลับมาถามมนุษย์ว่า เรากำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อผลิตผลงานให้มากขึ้นเท่านั้น หรือกำลังใช้มันเพื่อผลักตัวเองให้กล้าลอง กล้าเดิมพัน และกล้าเดินต่อในวันที่ตรรกะทั้งหมดบอกว่าควรหยุด
แก่นแท้ของ Infinite Scaler คือการสเกลมนุษย์ไม่ใช่แค่สเกลงาน
บทสรุปของ Infinite Scaler จึงไม่ใช่การใช้ AI เพื่อปั๊มผลงานให้มากที่สุด แต่คือการใช้ AI เพื่อ Scale ตัวเอง หรือในคำของ ดร.ณภัทร คือ “ใช้ AI ให้ Scale ตัวเองให้เป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น เก่งขึ้น เข้มแข็งขึ้น”
เพราะในท้ายที่สุด สิ่งที่อันตรายที่สุดอาจไม่ใช่คู่แข่ง ไม่ใช่ตลาด และไม่ใช่ AI แต่คือความคิดของตัวเองที่คอยบอกว่าเราทำไม่ได้ บางครั้งเสียงนั้นอาจมาจากสังคม จากครอบครัว จากตัวเลข หรือแม้แต่จาก AI ที่ดูมีเหตุผลสมบูรณ์แบบกว่ามนุษย์เสียอีก
แต่ต่อให้วันหนึ่งผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่หวัง เขาก็ยังเชื่อว่า การได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ไม่เคยสูญเปล่า เพราะบางอย่างเราไม่ได้ทำเพราะแน่ใจว่าจะสำเร็จ แต่ทำเพราะการลงมือทำอาจพาเราไปไกลกว่าความคิดเดิมที่เคยบอกว่าเราทำไม่ได้
ในโลกอนาคต AI อาจช่วยให้มนุษย์สร้าง Output ได้เร็วขึ้น ถูกลง และมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่จะยิ่งสำคัญขึ้นคือ Input ที่อยู่ในตัวมนุษย์ ทั้งความกล้า ความหมาย ความทุ่มเท และความสามารถในการไม่ยอมแพ้เร็วเกินไป เพราะบางครั้ง คำตอบที่มีเหตุผลที่สุดอาจบอกให้เราหยุด แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์ยังไปต่อได้ อาจไม่ใช่เหตุผลเพียงอย่างเดียว
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
DITTO ส่ง ‘Blu Green Token’ สินทรัพย์ดิจิทัลป่าชายเลน รับกม.โลกร้อน
ถอดรหัส J.AI Arena เมื่อ JMART เปลี่ยน AI เป็นระบบองค์กร



