Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ถอดรหัส J.AI Arena เมื่อ JMART เปลี่ยน AI เป็นระบบองค์กร

ถอดรหัส J.AI Arena เมื่อ JMART เปลี่ยน AI เป็นระบบองค์กร

กลุ่ม JMART ประกาศว่าจะไม่แข่งขันสร้าง AI เพื่อการค้า เพราะไม่ใช่ความชำนาญขององค์กร แต่จะเลือกเป็น “ผู้ใช้ AI ที่ฉลาดที่สุด” ผ่านการนำเครื่องมือที่มีอยู่แล้วในตลาด ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Claude หรือเครื่องมือ AI อื่น ๆ มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างโอกาสทางรายได้ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของทั้งกลุ่ม

แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเปิดตัว J.AI Arena หรือ AI Learning and Innovation Center ศูนย์กลางด้าน AI ของกลุ่ม JMART ที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อผลักดันองค์กรจากการเป็นผู้ใช้ AI ไปสู่ AI-Driven Enterprise ผ่านการสร้าง AI Use Case ที่ใช้งานได้จริงในระดับปฏิบัติการ

ในมุมของ JMART สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การสร้างโมเดล AI ของตัวเอง แต่คือการทำให้ AI เข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงาน ข้อมูล และโครงสร้างธุรกิจขององค์กรได้จริง และเกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

AI ไม่ใช่แฟชั่น แต่คือโครงสร้างการแข่งขันใหม่

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART อธิบายว่า การเปิดตัว J.AI Arena ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ AI เป็นกระแสแฟชั่น แต่เกิดจากบทเรียนทางธุรกิจที่กลุ่ม JMART เห็นมาตลอดหลายสิบปี

ในธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่ JMART อยู่มาตั้งแต่ยุคแรก หลายบริษัทเคยมองเห็นโอกาสเหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เล่นจำนวนมากกลับค่อย ๆ หายไปจากตลาด เพราะไม่สามารถทำให้โอกาสนั้นกลายเป็นธุรกิจที่เดินต่อได้จริง

เช่นเดียวกับยุค AI “ทุกคนเห็น Opportunity เหมือนกัน แต่จะทำให้เกิด Possible ได้หรือเปล่า เราไม่ได้ชำนาญในการพัฒนา AI เราชำนาญในการเอามาใช้” คุณอดิศักดิ์ กล่าว

บทเรียนดังกล่าวทำให้ JMART มองว่า AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจ

เอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART
เอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART

เอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART ระบุว่า โลกของ AI เปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่องค์กรจะเรียนรู้แบบแยกส่วนได้อีกต่อไป เพียงไม่กี่เดือน เครื่องมือที่ผู้คนใช้งานก็เปลี่ยนจาก ChatGPT ไปสู่ Claude และเครื่องมืออื่น ๆ ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น หากแต่ละบริษัทเรียนรู้แยกกัน องค์กรอาจตามไม่ทัน แต่หากทั้งกลุ่มเรียนรู้ร่วมกัน แบ่งปันองค์ความรู้ร่วมกัน และผลักดัน AI ไปพร้อมกัน ก็จะสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างได้เร็วกว่า

J.AI Arena ไม่ใช่แค่ AI Center แต่คือ“ระบบกลาง” ของทั้งกลุ่ม

สิ่งที่ JMART กำลังสร้างจึงไม่ใช่เพียงศูนย์ AI หรือ Innovation Hub ทั่วไป แต่คือระบบกลางที่ใช้จัดระเบียบการเปลี่ยนผ่านของทั้งองค์กรเข้าสู่ยุค AI

“เราพยายามจะ Transform JMART จากองค์กรที่ใช้ AI ไปสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI” คุณเอกชัย กล่าว

J.AI Arena ถูกวางบทบาทไว้ 3 ด้านหลัก

  • ด้านแรก คือการเป็นกลไกขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรด้วย AI
  • ด้านที่สอง คือการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของกลุ่ม ที่ช่วยให้ทุกบริษัทเปลี่ยนจากองค์กรที่ใช้ AI ไปสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผ่าน use case ที่เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง
  • ด้านที่สาม คือการเป็นพื้นที่สร้างและดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ที่สนใจ AI พร้อมกับพัฒนาคนเดิมในองค์กรให้สามารถใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันได้

ภายใต้ J.AI Arena กลุ่ม JMART วางการพัฒนา AI ไว้ 4 มิติ ได้แก่ การยกระดับความเข้าใจด้าน AI ของบุคลากร การนำ AI มาลดขั้นตอนการทำงานซ้ำ การใช้ข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อสร้างโอกาสด้าน Cross-sell และ Up-sell และการใช้ AI สนับสนุนการควบคุมคุณภาพ ตรวจจับความเสี่ยง และยกระดับการกำกับดูแลภายในองค์กร

ขณะเดียวกัน JMART ยังตั้ง AI Committee เพื่อดูแลนโยบายและกรอบการใช้ AI รวมถึงตั้งหน่วยงาน AITO หรือ AI Transformation Office ในระดับ Holding เพื่อเชื่อมโยงคน กลยุทธ์ ธรรมาภิบาลด้าน AI และเทคโนโลยีของแต่ละบริษัทในเครือ

หนึ่งในกลไกสำคัญคือการสร้าง AI Champion จาก 12 บริษัทในกลุ่ม บริษัทละ 5 คน รวมกว่า 60 คน เพื่อเป็นตัวแทนของแต่ละบริษัทในการนำ AI ไปใช้จริงในหน่วยงานของตนเอง และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปในองค์กร

“การขับเคลื่อนด้วย AI ต้องเริ่มจากผู้คน ไม่ใช่จากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว”

เป้าหมายจึงไม่ใช่การสร้าง use case แบบกระจัดกระจาย แต่คือการสร้างระบบกลางที่ทำให้ AI กลายเป็นความสามารถร่วมของทั้งกลุ่ม ภายใต้แนวคิด “No One is Left Behind”

เมื่อ AI เริ่มเข้าไปอยู่ใน Operation จริง

สิ่งที่ทำให้ยุทธศาสตร์ AI ของ JMART มีน้ำหนัก ไม่ได้อยู่ที่การประกาศวิสัยทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำ AI เข้าไปแก้โจทย์จริงในแต่ละธุรกิจของกลุ่ม

สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT บอกว่า ส่วนของ JMT นำ AI มาใช้ตรวจสอบคุณภาพสายโทรออกกว่า 100,000 สายต่อวัน จากเดิมที่ระบบสุ่มตรวจครอบคลุมได้เพียง 0.44% ให้กลายเป็นการตรวจสอบได้ครบ 100% และช่วยลดเคสที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานลงได้ถึง 79%

ดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด เล่าว่า Jaymart Mobile ใช้ AI Voice Bot หรือ “น้องเจนนี่” เพื่อขยายขีดความสามารถของทีมขาย หลังความต้องการจากโครงการ Online Sim Card เพิ่มขึ้นเกินกว่ากำลังคนจะรองรับได้ โดย AI ช่วยเพิ่มผลผลิตของทีมงานได้ถึง 5 เท่า และช่วยขยายเวลาการดูแลลูกค้านอกเวลาทำงานปกติ

ณฐาภพ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการ บริษัท เจ อีลิท จำกัด ในเครือบริษัทเจมาร์ท บริหารจัดการ CRM และ J POINT เล่าว่า นำ AI มาใช้ในระบบ AI-driven receipt reading เพื่อเปลี่ยนข้อมูลใบเสร็จให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจแบบเรียลไทม์ และต่อยอดไปสู่ Personalized Engagement รวมถึงโอกาสทางรายได้ใหม่ในรูปแบบ B2B Platform Solution

นัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) เล่าว่า สุกี้ตี๋น้อย ใช้ AI เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรที่กำลังขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์การสั่งวัตถุดิบ ลดปัญหาของเหลือทิ้ง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีม Back Office

ขณะที่ SGC ใช้ AI ร่วมกับฐานข้อมูลของ JMT เพื่อคัดกรองความเสี่ยงสินเชื่อ และลดโอกาสเกิดหนี้เสียตั้งแต่ต้นน้ำ

use case ทั้งหมดจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวอย่างการทดลองใช้ AI แต่กำลังสะท้อนว่า JMART พยายามทำให้ AI กลายเป็น “Operating Layer” ของทั้งกลุ่ม ตั้งแต่งานควบคุมคุณภาพ งานขาย งานลูกค้าสัมพันธ์ งานบริหารหนี้ ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง

เมื่อ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืออีกต่อไป

สิ่งที่ JMART กำลังทำ จึงอาจไม่ใช่การสร้าง AI ที่ล้ำที่สุด แต่คือการสร้างองค์กรที่สามารถใช้ AI ได้จริงทั้งระบบ

ตั้งแต่พื้นที่กลางในการเรียนรู้ หน่วยงานกลางอย่าง AITO กลไกกำกับดูแลอย่าง AI Committee เครือข่าย AI Champion ไปจนถึงการวัดผลจากประสิทธิภาพ ยอดขาย รายได้ต่อพนักงาน ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงในธุรกิจจริง

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า JMART ไม่ได้มอง AI เป็นเครื่องมือใหม่ที่นำมาใช้เฉพาะจุด แต่กำลังพยายามฝัง AI เข้าไปในโครงสร้างการทำงานขององค์กร

ในโลกที่ทุกองค์กรพูดเรื่อง AI พร้อมกัน ความแตกต่างอาจไม่ได้อยู่ที่ใครสร้าง AI ได้เก่งกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถทำให้ AI ถูกใช้จริงในธุรกิจได้ลึกกว่า เร็วกว่า และสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่ากัน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จาก JMT ถึงสุกี้ตี๋น้อย: AI กำลังเปลี่ยน Operation ของกลุ่ม JMART

ถอดบทเรียน ‘ไปรษณีย์ไทย-เงินติดล้อ’ พลิกองค์กรด้วย AI

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar