ในวันที่อุตสาหกรรมกีฬาไทย ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงผลแพ้ชนะบนกระดานคะแนน แต่คือกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่มีผู้คนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศกว่า 10 ล้านคน การขยับตัวของยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมอย่าง AIS ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการลงมาเป็นสปอนเซอร์รายวัน แต่คือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ก้าวสู่การเป็นผู้สร้างรากฐานผ่านการเปิดตัว AIS SPORT ACADEMY สถาบันที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรมนุษย์เป็นตัวนำในการยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยอย่างเป็นระบบ
ผสานการเรียนและกีฬาเพื่ออนาคตที่มั่นคง
หัวใจสำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้เริ่มจากเป้าหมายที่เหรียญรางวัล แต่เริ่มจากความพยายามในการแก้ปมปัญหาเรื้อรังของเยาวชนไทย ที่มักต้องเผชิญกับทางแยกในชีวิตระหว่างการเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือการมุ่งมั่นกับการเรียน ยุทธศาสตร์ที่เปิดตัวออกมา จึงเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุนเดสลีกา เยอรมนี และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยมีเป้าหมายสร้างปลายทางที่มั่นคงให้แก่เยาวชน ผ่านการมอบโอกาสให้ไปฝึกทักษะลูกหนังในสภาพแวดล้อมระดับโลก ที่ประเทศเยอรมนี พร้อมกับการสนับสนุนทุนการศึกษาเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพิสูจน์ว่า ทักษะบนสนามหญ้าและวิชาการในห้องเรียนสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างสมบูรณ์
สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส ให้ทัศนะถึงความตั้งใจในครั้งนี้ว่า “AIS SPORT ACADEMY เกิดจากการมองมิติกีฬาที่กว้างกว่าเพียงการแข่งขัน โดยเรามองว่า เป็นทั้งอุตสาหกรรมและชุมชนที่มีพลังมหาศาล การสร้างโอกาสและวางรากฐานผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าเยาวชนไทยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการเรียนหรือการกีฬา แต่สามารถเดินหน้าควบคู่กันไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อสร้างปลายทางที่มั่นคงและยั่งยืน”
ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยโมเดลพัฒนาคน
แนวคิด พลังคน สร้างพลังกีฬาไทย ที่ถูกนำมาใช้นั้น มีพื้นฐานมาจากการถอดบทเรียนความสำเร็จของ AIS Academy ที่เคยเน้นการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล โดยในครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตมาสู่คนกีฬาผ่านแกนหลักสามด้าน คือการสร้างโอกาสผ่านเวทีมาตรฐาน การเสริมองค์ความรู้จากแหล่งทักษะระดับโลก และการสร้างเส้นทางอาชีพที่มั่นคง เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในระบบนิเวศนี้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งความมุ่งมั่นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่แผนงานในกระดาษ แต่ได้มีการลงมือทำจริงผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับฐานราก

ทางด้าน กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส ได้ขยายความถึงการต่อยอด DNA ขององค์กรสู่แวดวงกีฬาว่า “AIS เชื่อมั่นมาตลอดว่า คนคือรากฐานสำคัญของสังคม วันนี้เราจึงนำโมเดลการสร้างคนมาต่อยอดสู่วงการกีฬา โดยเปลี่ยนบทบาทจากช่องทางถ่ายทอดสด ก้าวสู่การเป็นผู้สนับสนุนและยกระดับวงการอย่างเต็มตัว เราตั้งใจนำโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมาติดอาวุธทางปัญญาให้กับคนในแวดวงกีฬา เพราะหากบุคลากรแข็งแรง วงการกีฬาแข็งแรง ประเทศย่อมแข็งแรงตามไปด้วย”
สร้างบุคลากรครบวงจรตั้งแต่ฐานราก
การเคลื่อนไหวของสถาบันแห่งนี้ ยังขยายผลไปมากกว่าเพียงแค่การปั้นนักกีฬาในสนาม โดยมีการจัดกิจกรรมฟุตบอลคลินิก และบาสเกตบอลคลินิกในเชิงลึก รวมถึงการจัดอบรมครูพลศึกษาเพื่อปรับมาตรฐานการฝึกสอน ให้เป็นไปตามหลักสากล ซึ่งจะช่วยให้องค์ความรู้ที่ถูกต้องถูกส่งต่อไปยังเยาวชนได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีการข้ามไปสู่มิติอื่นของอุตสาหกรรม เช่น การเปิดโครงการคัดนักพากย์กีฬาหน้าใหม่ เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพเข้ามาเสริมทัพในสายงานสนับสนุนอื่น อันจะทำให้ระบบนิเวศของวงการกีฬามีความสมบูรณ์และเป็นอาชีพที่รองรับคนได้หลากหลายทักษะ
วางฐานรากสู่มาตรฐานสากลที่ยั่งยืน
ท้ายที่สุดแล้ว การก้าวนำของเอไอเอสในครั้งนี้คือการแสดงให้เห็นถึงการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและประสบการณ์ในการพัฒนาคน มาเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้แก่วงการกีฬาไทย โดยมองว่าความแข็งแรงของประเทศต้องเริ่มต้นจากความแข็งแรงของคน และความแข็งแรงของวงการกีฬาต้องเริ่มจากรากฐานที่ถูกต้องและมั่นคง ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นภาพสะท้อนของการบูรณาการระหว่าง กีฬา การศึกษา และโอกาส เพื่อให้วงการกีฬาไทยก้าวสู่มาตรฐานสากลได้อย่างสง่างามและมีทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
SCGP กำไรไตรมาส 1 โต 74% ชูกลยุทธ์ Customer Centricity มุ่ง Nature Positive 2573
สถาปนิก’69: ถอดรหัสภูมิปัญญาไทยในยุคAI ครองเมือง



