Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Amazon กางแผนลงทุน ทุ่ม 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายคลาวด์-AI อาเซียน

Amazon กางแผนลงทุน AI-คลาวด์ อาเซียน 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์

Amazon ประกาศแผนการลงทุนระยะยาวมูลค่ารวมกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีพ.ศ. 2582 เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใน 4 ประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย

การลงทุนครั้งนี้คาดว่า จะช่วยสร้างงานเทียบเท่าพนักงานเต็มเวลาในห่วงโซ่อุปทานของศูนย์ข้อมูลได้มากกว่า 56,300 ตำแหน่งต่อปี และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของทั้ง 4 ประเทศรวมกันอีกกว่า 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อการลงทุนเสร็จสิ้น นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา บริษัทได้ดำเนินการฝึกอบรมทักษะด้านคลาวด์ให้แก่บุคลากรในภูมิภาคนี้ไปแล้วกว่า 2.7 ล้านคน โดยในปี 2025 เพียงปีเดียว มีการลงทุนมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและค่าตอบแทนพนักงานในกลุ่มธุรกิจ Stores, Amazon Web Services (AWS), Global Selling, Devices และ Entertainment

การประกาศแผนลงทุนครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) กำลังเติบโตสู่การเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคจะสูงถึง 560 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 ทาง Amazon จึงมุ่งขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการใช้งานของภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ

เดวิด ซาโพลสกี (David Zapolsky) ประธานฝ่ายกิจการระดับโลกและกฎหมายของ Amazon กล่าวว่า นอกเหนือจากการลงทุนเม็ดเงินกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2039 แล้ว บริษัทยังมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาทักษะบุคลากร พร้อมทั้งกล่าวถึงบทบาทของรัฐบาลในภูมิภาคที่มีการกำหนดนโยบายและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI

Amazon ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หากย้อนดูประวัติการดำเนินงาน Amazon เริ่มเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อ 16 ปีที่แล้ว จากการเปิด AWS Singapore Region ในปี 2010 และเปิดตัวร้านค้าออนไลน์ Amazon.sg ในปี 2019 ปัจจุบัน Amazon มี AWS Regions ครอบคลุมสิงคโปร์ (2010) อินโดนีเซีย (2021) มาเลเซีย (2024) และไทย (2025) มีการจ้างงานพนักงานมากกว่า 3,000 คน และแรงงานเสริมอีกกว่า 2,500 คนทั่วภูมิภาค

ในส่วนของภาคปฏิบัติ องค์กรในภูมิภาคได้นำ AI บน AWS ไปประยุกต์ใช้ในหลากรูปแบบ เช่น บริษัท 123RF ในมาเลเซียใช้ AI วิเคราะห์ภาพเพิ่มความแม่นยำในการค้นหาเป็นสองเท่าและลดเวลาลง 90% ธนาคาร Union Bank of the Philippines นำระบบวิเคราะห์ข้อมูล Generative AI ไปใช้กับผู้ใช้ทางธุรกิจช่วยให้ได้คำตอบเร็วขึ้น 3-5 เท่า

บริษัท แสนสิริ ในประเทศไทยพัฒนา AI Assistant ช่วยตอบสนองผู้ซื้อบ้านเร็วขึ้น 30% ประมวลผลใบแจ้งหนี้ได้ 50,000 ใบต่อเดือน และลดงานเอกสารด้วยมือลงครชีพ และหน่วยงาน GovTech ของสิงคโปร์ พัฒนาเครื่องมือ “MAESTRO” ซึ่งมีหน่วยงานรัฐ 20 แห่ง และผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลกว่า 300 คนนำไปใช้งานภายในเวลา 9 เดือน

สร้างโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับการพัฒนาบุคลากร Amazon ได้จัดทำโครงการร่วมกับภาครัฐและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง นายเดวิด เน้นย้ำว่าการพัฒนาทักษะด้าน AI และคลาวด์เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการเพิ่มขึ้น ตัวอย่างโครงการที่ดำเนินการแล้ว ได้แก่ โปรแกรม “AI Spring” ในสิงคโปร์ ที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อตั้งเป้าอบรมผู้เรียนปีละ 5,000 คนจนถึงปีพ.ศ. 2569

การจัดโปรแกรมพัฒนาทักษะ Generative AI ในจังหวัดชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย มีผู้เข้าร่วมสร้างแอปพลิเคชันรวม 10,821 แอปภายในวันเดียว จนได้รับการบันทึกสถิติโลกโดย GUINNESS WORLD RECORDS®

โครงการ “Skills to Job Tech Alliance” ซึ่งเป็นความร่วมมือในมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ที่ใช้ AI ช่วยจับคู่ทักษะกับโอกาสงานเพื่อลดช่องว่างด้านแรงงาน และโครงการ “AI Ready” ที่นำเสนอหลักสูตรด้าน AI และ Generative AI ฟรีมากกว่า 30 หลักสูตรในรูปแบบภาษาเวียดนาม

ฃขยายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานข้อมูลจาก Access Partnership ที่ระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรกว่า 150 ล้านคนในภูมิภาคนี้ที่ยังขาดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสม ซึ่งหากลดช่องว่างนี้ได้จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 47,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเกิดการจ้างงาน 3.8 ล้านตำแหน่ง ทาง Amazon จึงมีเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ “Amazon Leo” ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ห่างไกล รองรับแอปพลิเคชันเรียลไทม์ เช่น การแพทย์ทางไกล การชำระเงินดิจิทัล และการเรียนออนไลน์

นำผลิตภัณฑ์และเนื้อหาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่สายตาชาวโลก

ในด้านการค้าและความบันเทิง ผ่านบริการ “Amazon Global Selling” ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในภูมิภาคสามารถส่งออกสินค้าไปกว่า 200 ประเทศ เช่น แบรนด์สุขภาพและของใช้ส่วนตัวจากสิงคโปร์ หรือสินค้าเฟอร์นิเจอร์และเครื่องครัวจากเวียดนาม รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ผ่าน Prime Video ที่เปิดตัวผลงาน Originals ท้องถิ่น 7 เรื่องในฟิลิปปินส์ เช่น LOL: Last One Laughing Philippines Season 2 และ Behind Closed Doors ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในปี 2027 ไปยัง 240 ประเทศทั่วโลก

ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน AWS มีเป้าหมายใช้น้ำในเชิงบวก (Water Positive) ภายในปี 2030 ปัจจุบันศูนย์ข้อมูลในสิงคโปร์ใช้น้ำรีไซเคิล NEWater ทั้งหมด และมีการร่วมมือกับ Air Selangor ในมาเลเซียทำโครงการใช้น้ำหมุนเวียน ส่วนในอินโดนีเซียได้ร่วมมือกับ Habitat for Humanity สร้างโรงบำบัดน้ำสะอาด 9 แห่ง ช่วยเหลือ 1,394 ครัวเรือน โดยตั้งเป้าคืนน้ำ 200 ล้านลิตรต่อปีให้ชุมชนชวาตะวันตก พร้อมตั้งเป้าปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2040 ผ่านการลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียน 2 โครงการในสิงคโปร์ และร่วมมือกับ PT PLN ในอินโดนีเซียซื้อขายพลังงานสีเขียวขนาด 210 เมกะวัตต์

ในส่วนนโยบายและการกำกับดูแล Amazon ได้สนับสนุนกรอบความร่วมมือ ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) เพื่อเอื้อต่อการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน และในงาน Asia Tech x Singapore นายเดวิดได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับอธิปไตยทางข้อมูล (Sovereignty) ว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับสัญชาติของผู้ให้บริการ แต่ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและการควบคุมของผู้ใช้งาน ซึ่งคลาวด์ของ Amazon ได้รับการออกแบบมาให้รองรับการควบคุมดังกล่าวในทุกชั้นโครงสร้าง AI เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการนำไปใช้งานอย่างรวดเร็ว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

AWS Summit Bangkok: AI โครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กร

STT GDC เล็ง EEC รับ Data Center 100MW ชี้ AI ดันดีมานด์ไฟพุ่ง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar