Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

DXY ทะลุ 100 หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย ทำไม Bitcoin ยังรับแรงกดดันได้ดีกว่า Altcoins?

DXY ทะลุ 100 หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย ทำไม Bitcoin ยังรับแรงกดดันได้ดีกว่า Altcoins?

การกลับมาแข็งค่าของดอลลาร์กำลังสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทเคอร์เรนซี แต่ปัจจุบันคริปโทเคอร์เรนซีกลับไม่ได้เคลื่อนไว้ไปในทิศทางเดียวกัน โดย Bitcoin ยังสามารถยืนเหนือระดับ 85,000 ดอลลาร์ได้ ขณะที่ Altcoins มีความอ่อนไหวต่อภาวะการเงินที่ตึงตัวมากกว่า จึงเป็นคำถามที่ว่า อะไรทำให้ Bitcoin รับแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าได้ดีกว่า Altcoins ในรอบนี้?

Fed ขึ้นดอกเบี้ยและดอลลาร์กลับมาแข็งค่า

วันที่ 16 กันยายน 2026 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ 12–0 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75%–4.00% โดยให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง

สิ่งที่ตลาดให้ความสนใจไม่แพ้การขึ้นดอกเบี้ย คือแนวโน้มของนโยบายหลังจากนี้ ประมาณการล่าสุดของ Fed ระบุว่า median ของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2026 อยู่ที่ 4.1% ซึ่งสูงกว่าประมาณการในเดือนมิถุนายนที่ 3.8% สัญญาณดังกล่าวทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยวันที่ 22 กันยายน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ขึ้นไปแตะระดับประมาณ 100.66 ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 100.48

ทำไมดอลลาร์ที่แข็งค่าจึงกดดัน Altcoins มากกว่า?

เมื่อดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้น นักลงทุนจึงมีเหตุผลที่จะลดการรับความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ผลกระทบนี้มักเห็นได้ชัดใน Altcoins เพราะราคาของเหรียญจำนวนมากพึ่งพาสภาพคล่องและความต้องการเก็งกำไรจากตลาดมากกว่า

เมื่อสภาพคล่องตึงตัว เงินทุนจึงมีแนวโน้มไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและมีฐานนักลงทุนกว้างกว่า ขณะที่ Altcoins มีความผันผวนสูงกว่าอาจเผชิญแรงขายได้มากกว่า Bitcoin จึงไม่ได้หมายความว่า ไม่ถูกกระทบจากดอลลาร์แข็งค่า แต่โครงสร้างตลาดของ Bitcoin ในปัจจุบันแตกต่างจาก Altcoins มากขึ้น

ETF เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของตลาด Bitcoin

ปัจจัยสำคัญคือการเข้ามาของ Spot Bitcoin ETF ทำให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนในตลาดการเงินแบบดั้งเดิมสามารถเข้าถึง Bitcoin ผ่านผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระบบตลาดทุนได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูล ETF ในช่วงหลังการประชุม Fed สะท้อนภาพที่ซับซ้อนกว่านั้น โดยเมื่อวันที่ 15 และ 16 กันยายน Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิ 450.4 ล้านดอลลาร์ และ 295.9 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ก่อนกลับมาเป็นเงินไหลเข้า 159.5 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 17 และ 433 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 18 และเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 21 กันยายน

ดังนั้น ETF ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกำแพงรับแรงขายที่ป้องกัน Bitcoin จากแรงกดดันของตลาด แต่กำลังเพิ่ม อีกหนึ่งช่องทางของอุปสงค์ ที่สามารถเข้ามามีบทบาทต่อราคาได้ นี่คือหนึ่งในความแตกต่างระหว่าง Bitcoin กับ Altcoins ในปัจจุบัน เพราะ Bitcoin มีช่องทางการลงทุนผ่านตลาดการเงินดั้งเดิมที่ชัดเจนกว่า ขณะที่ Altcoins ส่วนใหญ่ยังพึ่งพาตลาดคริปโทฯ โดยตรงมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ภาพตลาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในวันที่ 23 กันยายน หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูล Composite PMI เดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้นเป็น 58.4 จาก 56.0 ในเดือนก่อนหน้า และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กรกฎาคม 2021 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังมีแรงกดดันด้านต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจยังอยู่ในระดับสูงและ Fed อาจจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป

แรงกระเพื่อมเกิดขึ้นทันทีในตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับขึ้นเหนือ 5% ขณะที่ Bitcoin ซึ่งก่อนหน้านั้นฟื้นขึ้นเหนือ 87,000 ดอลลาร์ กลับร่วงลงต่ำกว่า 84,000 ดอลลาร์หลังข้อมูล PMI ถูกเปิดเผย สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคยังสามารถส่งผลต่อสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการเปลี่ยนแปลงของมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยและต้นทุนโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเอง

สิ่งที่ตลาดกำลังทดสอบในช่วงท้ายปี 2026

การที่ DXY กลับมาในระดับที่สูงกว่า 100 ทำให้แรงกดดันจากดอลลาร์และดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีต้องต้องจับตา โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและ Fed ส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูงต่อไป

ในสถานการณ์ดังกล่าว Altcoins อาจมีความอ่อนไหวมากกว่า Bitcoin เนื่องจากมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงกว่า แต่ในอีกด้านหนึ่ง Bitcoin มีโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปจากวัฏจักรก่อนหน้า จากการมี Spot Bitcoin ETF และช่องทางการลงทุนของนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้น ประเด็นสำคัญของตลาดในช่วงต่อจากนี้อาจไม่ใช่เพียงว่า DXY จะขึ้นหรือลง แต่คือ แรงกดดันจากต้นทุนเงินที่สูงขึ้น จะมีน้ำหนักมากกว่าอุปสงค์ใหม่ที่เข้ามาในตลาด Bitcoin หรือไม่ คำตอบของคำถามนี้จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่า Bitcoin จะยังสามารถรับแรงกดดันจากภาวะการเงินที่ตึงตัวได้ดีกว่า Altcoins หรือไม่

อ้างอิง: Bitcoin ETF Flow (US$m), Reuters, U.S. Dollar Index (DXY)

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

KUB Foundation จัด KUB Global Bangkok 2026 ชูแนวคิด Road to Regional Financial Infrastructure

Stablecoin หรือ Digital Fiat เมื่อโลกกำลังแบ่งออกเป็นสองแนวทางของเงินดิจิทัล

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ ‘Lelli Hack’ กับอนาคตความปลอดภัยของ Bitcoin

×

Share

ผู้เขียน