Share on
×

Share

บี.กริม–ดันโกเต ชี้ทางลดเสี่ยงพลังงาน กระจายแหล่งซื้อ–ผลิตใกล้ตลาด

บี.กริม–ดันโกเต ชี้ทางลดเสี่ยงพลังงาน กระจายแหล่งซื้อ–ผลิตใกล้ตลาด

การจัดหาพลังงาน ต้องให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการส่งมอบควบคู่กับราคา หลังความขัดแย้งกระทบเส้นทางขนส่งสำคัญของโลก มุมมองจากผู้บริหารบี.กริม เพาเวอร์ และ โรงกลั่นดันโกเต สะท้อนทางเลือกในการรับมือ ตั้งแต่การพัฒนาแหล่งก๊าซและไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไปจนถึงการลงทุนโรงกลั่นใกล้แหล่งน้ำมันและตลาดในแอฟริกา โดยให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งจัดหา ลดการพึ่งพาเส้นทางขนส่งบางแห่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานที่ยังมีความต้องการใช้

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ (Dr.Harald Link) ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และเดวิด เบิร์ด (David Bird) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงกลั่นดันโกเต (Dangote Petroleum Refinery) ในไนจีเรีย ร่วมแสดงมุมมองในการเสวนาว่าด้วยจุดคอขวดและเส้นทางขนส่งพลังงาน ภายในงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok โดยหารือถึงการพึ่งพาเส้นทางสำคัญ ทั้งช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบบับ เอล มันเดบ และคลองสุเอซ ตลอดจนแนวทางรับมือเมื่อความขัดแย้งกระทบการจัดหาพลังงาน ทั้งการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การลงทุนผลิตในภูมิภาค และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

จัดหาพลังงาน ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงควบคู่ราคา

เบิร์ด กล่าวว่า อุตสาหกรรมพลังงานมีความสามารถในการปรับตัว โดยตลาดรับมือกับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย–ยูเครนได้ค่อนข้างรวดเร็ว ก่อนเผชิญเหตุการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซตามมา อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าบทเรียนจากโควิด-19 สงครามรัสเซีย–ยูเครน และสถานการณ์ฮอร์มุซ ควรทำให้ธุรกิจทดสอบว่าห่วงโซ่อุปทานของตนสามารถรับมือกับปัญหาได้เพียงใด และตัดสินใจลงทุนโดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงในการจัดหาและความสามารถในการรับมือวิกฤติควบคู่กับต้นทุนต่ำ

เขาระบุว่า ประเด็นเหล่านี้เข้ามาอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัทมากขึ้น ทั้งการทำความเข้าใจห่วงโซ่อุปทานและการพึ่งพาเส้นทางขนส่งบางแห่ง เบิร์ดมองว่า การกระจายความเสี่ยงและความสามารถในการรับมือกับความผันผวนเป็นหลักที่ใช้กันอยู่แล้วในการวางแผนทางการเงิน แต่ในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ธุรกิจกลับเคยวางใจมากเกินไปและมองข้ามความเสี่ยงจากการพึ่งพาจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งหากเกิดปัญหาอาจกระทบต่อการดำเนินงานได้

เสนอไทยพัฒนาก๊าซและไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน

ลิงค์เห็นว่า ประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาแหล่งพลังงานทางตะวันตกและทางเหนือ ทั้งแหล่งก๊าซในเมียนมาและไฟฟ้าพลังน้ำในเมียนมากับลาว เพื่อลดการพึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เขาระบุว่า ไทยพลาดโอกาสสำรวจแหล่งก๊าซในเมียนมาเพิ่มเติมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และกล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่กำลังพยายามดำเนินการเรื่องนี้ นอกจากนี้ เขามองว่าการซื้อก๊าซจากเมียนมาสามารถชำระเป็นเงินบาท และเมียนมาสามารถนำเงินมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยต่อได้ จึงเป็นโอกาสสร้างประโยชน์ร่วมกันผ่านการค้าระหว่างสองประเทศ

เมื่อกล่าวถึงอุปสรรค ลิงค์ระบุถึงผลประโยชน์ของผู้ที่ต้องการนำเข้าก๊าซจากแหล่งอื่น และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ หลังการรัฐประหารในเมียนมา ผู้ดำเนินรายการตั้งคำถามต่อว่า การพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้านจะกลายเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อีกแบบหรือไม่ ลิงค์ตอบว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ทั้งหมด แต่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยยกตัวอย่างประเทศในยุโรปที่เคยขัดแย้งกัน ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือจนสถานการณ์เปลี่ยนไปจากอดีต

ลิงค์ กล่าวว่า บี.กริมให้ความสำคัญกับความร่วมมือและการเป็นพันธมิตร พร้อมแสดงความเห็นว่าบริษัทควรทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แทนการยึดแนวคิดสร้างกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว สำหรับกิจการของบริษัท เขาระบุว่าธุรกิจนอกประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพลังงานหมุนเวียน จึงไม่มีปัญหาจุดคอขวดด้านการขนส่งเชื้อเพลิงในลักษณะเดียวกัน ส่วนกิจการในไทยและมาเลเซียยังใช้ก๊าซจำนวนมาก ทำให้ต้องพิจารณาว่าจะจัดหาก๊าซจากที่ใด โดยเขากล่าวถึงออสเตรเลีย มาเลเซีย และเมียนมาว่าเป็นแหล่งที่จัดหาได้สะดวก และควรทำให้การจัดหาจากแหล่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

เขาอธิบายว่า ในยุคโลกาภิวัตน์ ผู้ซื้อเคยได้รับความสะดวกจากการเลือกเชื้อเพลิงที่ราคาถูก และจัดหาได้ง่าย แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ต้องทบทวนแหล่งที่มา ลิงค์เห็นว่า ไทยควรให้ความสำคัญกับแหล่งพลังงานในภูมิภาค เพราะแม้เชื้อเพลิงจากบางแหล่งจะมีราคาถูกกว่า ก็อาจเกิดสถานการณ์ที่วันหนึ่งได้รับสินค้า แต่อีกวันกลับไม่ได้รับ ความต่อเนื่องในการจัดหาจึงเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญเมื่อพิจารณาผลกระทบจากความขัดแย้งต่อระบบพลังงาน

ดันโกเตผลิตใกล้แหล่งน้ำมัน รองรับตลาดแอฟริกา

เบิร์ดนำเสนอโรงกลั่นดันโกเตในไนจีเรีย เป็นตัวอย่างของการลงทุนในพื้นที่ ที่มีทั้งแหล่งน้ำมันดิบและความต้องการใช้ โดยระบุว่า โรงกลั่นออกแบบให้มีกำลังกลั่น 650,000 บาร์เรลต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 700,000 บาร์เรลต่อวันแล้ว พร้อมแผนขยายกำลังกลั่นและปิโตรเคมีรวมเป็น 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน

เขากล่าวว่า ในระยะเดินเรือ 2-3 วันจากโรงกลั่นมีแหล่งผลิตน้ำมันดิบรวมประมาณ 3.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ไนจีเรียมีประชากรราว 240 ล้านคน ซึ่งต้องใช้เชื้อเพลิงสำหรับการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเกษตร

สำหรับเบิร์ด การลงทุนดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับปัญหาการเข้าถึงพลังงาน เขากล่าวว่า แอฟริกามีประชากรประมาณ 1,200 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ยังเผชิญความยากลำบากในการเข้าถึงพลังงาน การหารือเรื่องการเปลี่ยนผ่านจึงต้องคำนึงถึงพลังงานที่สะอาด เชื่อถือได้ และมีราคาที่ประชาชนจ่ายไหวด้วย เขานำเสนอโครงการของดันโกเตในฐานะตัวอย่างของการพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยเงินทุนเอกชน และการลงทุนผลิตในภูมิภาคที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์พร้อมกับมีความต้องการใช้พลังงานจำนวนมาก

เบิร์ดอธิบายว่า ก่อนหน้านี้น้ำมันดิบจากภูมิภาคต้องถูกส่งไปกลั่นในยุโรป แล้วจึงขนส่งผลิตภัณฑ์กลับมา บริษัทประเมินว่า การลดการขนส่งไปกลับดังกล่าวจากการดำเนินงานของโรงกลั่น ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณหนึ่งล้านตัน นอกจากนี้ เขาระบุว่า ดันโกเตจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานให้ยุโรปคิดเป็นสัดส่วน 20% และช่วยทดแทนอุปทานที่เคยพึ่งพาตะวันออกกลาง โดยยกกรณีนี้เป็นตัวอย่างของการเพิ่มแหล่งจัดหาเพื่อให้ห่วงโซ่อุปทานรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น

เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน รับโจทย์ไฟฟ้าจาก AI

เบิร์ดเห็นว่า การลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมน้ำมันยังมีความสำคัญ โดยกล่าวถึงการประชุม COP28 ว่า การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นควบคู่กับพลังงานหมุนเวียน เขาอธิบายว่า น้ำมันและก๊าซยังเกี่ยวข้องกับการผลิตพลาสติก ปิโตรเคมี และวัสดุต่าง ๆ รวมถึงใบพัดกังหันลม อีกทั้งการลดการปล่อยคาร์บอนจากเชื้อเพลิงอากาศยานยังเป็นเรื่องยาก หากยอมรับว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลจะยังมีบทบาทต่อไปอีกหลายทศวรรษ เขาเห็นว่า ควรลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

เขาย้ำว่า ประเด็นของการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของความต้องการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แม้ความต้องการลดลง หากโรงกลั่นเก่าที่มีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพต่ำ และปล่อยคาร์บอนสูงทยอยปิดตัว ขณะที่โรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเข้ามาทดแทน ประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยของกระบวนการกลั่นก็จะดีขึ้นได้ เบิร์ดจึงเสนอให้พิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพของขั้นตอนแปรรูปน้ำมันด้วย ตราบใดที่ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันและก๊าซยังมีบทบาทต่อเศรษฐกิจ

ด้านลิงค์กล่าวว่า ก่อนการเติบโตของ AI เขาเห็นแนวทางทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยแบตเตอรี่ในอนาคตชัดเจนขึ้นตามต้นทุนแบตเตอรี่ที่ลดลง แต่การเติบโตของ AI ทำให้เรื่องนี้ยากขึ้น เพราะต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ขณะที่เขามองว่าการใช้งาน AI จะเพิ่มขึ้นต่อไป จึงเกิดคำถามว่าจะจัดหาไฟฟ้าจากที่ใด ลิงค์ระบุว่า เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นทางเลือกหนึ่ง ส่วนอีกทางคือพลังงานหมุนเวียนร่วมกับแบตเตอรี่ พร้อมกล่าวว่าต้องลงทุนด้านการผลิตแบตเตอรี่

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘เด็กกับหน้าจอ’ งานวิจัยชี้ความเสี่ยงต่อพัฒนาการ ชวนทบทวนวิธีดูแล

FinCity.Tokyo เชื่อมการเงินไทย–ญี่ปุ่น เปิดทาง ‘จ่ายเที่ยว-ลงทุนอสังหาฯ’ ผ่านโทเคน

ปิดฉากประชุม IMF-World Bank ไทยได้อะไร?

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar