Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

กทม. นำร่องคัดแยกขยะ 10 คอนโดฯ หนุน ‘ไม่เทรวม’ ลดค่าธรรมเนียม ชูโมเดลเดนมาร์ก

กทม. เปิดโครงการนำร่องคัดแยกขยะ 10 คอนโดฯ หนุน ‘ไม่เทรวม’ ลดค่าธรรมเนียม-ชูโมเดลเดนมาร์ก

กรุงเทพมหานครเผชิญภาระขยะมูลฝอยเฉลี่ย 9,000 ตันต่อวัน คิดเป็นต้นทุนค่าจัดการสูงกว่างบประมาณด้านการศึกษาและการสาธารณสุขรวมกัน ขยะกว่าร้อยละ 50 คือเศษอาหารที่ยังไม่ถูกแยกตั้งแต่ต้นทาง

สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ร่วมกับองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แถลงข่าวเปิดตัว ‘โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร’ ตั้งเป้าสร้างต้นแบบระบบจัดการขยะสำหรับอาคารชุด ให้สอดคล้องกับนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ และข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่ใช้หลัก ‘ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย’ (Polluter Pays Principle) โดยครัวเรือนที่คัดแยกขยะและลงทะเบียนจะเสียค่าธรรมเนียม 20 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ไม่แยกขยะจ่าย 60 บาทต่อเดือน

พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายขยายผลต้นแบบสู่ 50 เขตของกรุงเทพฯ และภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

เดนมาร์กส่งต่อองค์ความรู้ สัญลักษณ์ภาพมาตรฐานกุญแจสำเร็จการแยกขยะ

โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานครเกิดจากความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA), สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดยมีเป้าหมายสร้างต้นแบบระบบจัดการขยะสำหรับอาคารชุดที่สามารถขยายผลสู่ 50 เขตของกรุงเทพฯ และภูมิภาคอาเซียน

(จากซ้าย) - พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน กรุงเทพมหานคร, H.E. Mr. Danny Annan สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย, Jens Nytoft Rasmussen, Programme Manager, The Danish Environmental Protection Agency (DEPA) และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
(จากซ้าย) – พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืน กรุงเทพมหานคร, H.E. Mr. Danny Annan สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย, Jens Nytoft Rasmussen ผู้จัดการโครงการ DEPA และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

H.E. Mr. Danny Annan สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศเดนมาร์กมีการคัดแยกขยะครัวเรือนอย่างเป็นระบบถึง 10 ประเภท ส่งผลให้สามารถรีไซเคิลขยะได้เกือบครึ่งหนึ่งของขยะครัวเรือนทั้งหมด และตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราการรีไซเคิลให้เกินร้อยละ 60 ภายในปี ค.ศ. 2030

“หัวใจสำคัญของการแยกขยะคือความง่าย ไม่ซับซ้อน และเข้าถึงได้สะดวก เดนมาร์กใช้สัญลักษณ์ภาพรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับสารที่ตรงกัน ปัจจุบันสหภาพยุโรปกำลังดำเนินการจัดทำสัญลักษณ์ภาพมาตรฐานเพื่อใช้งานร่วมกันในระดับภูมิภาค” Jens Nytoft Rasmussen ผู้จัดการโครงการ DEPA กล่าว

เขายังกล่าวอีกว่า วิสัยทัศน์ของความร่วมมือครั้งนี้คือการเปลี่ยน ‘โครงการนำร่องในวันนี้ ให้กลายเป็นมาตรฐานในวันหน้า’

ขยะ 5 อันดับแรกในคอนโดฯ : เศษอาหารนำโด่ง พลาสติกรีไซเคิลติดท็อปไฟว์

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สถาบันฯ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการได้ลงสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลการจัดการขยะในคอนโดมิเนียมนำร่อง นำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานวางแผนพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ และข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมฉบับใหม่ของกรุงเทพฯ ผลการศึกษาองค์ประกอบขยะมูลฝอยจากคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า ขยะ 5 อันดับแรกที่พบในถังทั่วไป ได้แก่ “ขยะอาหาร” รองลงมา คือ “กระดาษเลอะหรือเปื้อน” “พลาสติกแบบใช้
ครั้งเดียวทิ้ง” “พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้” และ “แก้ว” ตามลำดับ

เมื่อจำแนกตามประเภท พบว่าขยะทั่วไปมีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 41 รองลงมาคือขยะเศษอาหารร้อยละ 35 ขยะรีไซเคิลร้อยละ 21 และขยะอันตรายร้อยละ 3

“ข้อมูลชุดนี้สะท้อนว่าทรัพยากรจำนวนไม่น้อยยังถูกทิ้งปะปนไปกับขยะทั่วไป การจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยเข้าใจวิธีการคัดแยกที่ถูกต้อง” ดร.วิจารย์ กล่าว

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในฐานะที่ปรึกษาโครงการได้จัดทำแนวทางการพัฒนาระบบการจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมอย่างเป็นระบบ พร้อมสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง

10 คอนโดฯ นำร่องสู่โมเดลขยายผล 50 เขต

โครงการนำร่องคัดเลือกคอนโดมิเนียม 10 แห่ง ซึ่งมีบริบทโครงสร้างและลักษณะผู้อยู่อาศัยหลากหลาย เพื่อถอดบทเรียนและพัฒนาโมเดลต้นแบบการจัดการขยะที่ยืดหยุ่นและสามารถประยุกต์ใช้ได้กับคอนโดมิเนียมอื่นทั่วกรุงเทพฯ

รายชื่อคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วม ได้แก่ นิติบุคคลอาคารชุด ดิ เอ็มโพริโอ เพลส, อาคารชุด ไอดิโอคิว สุขุมวิท 36, สิริ แอท สุขุมวิท, นิติบุคคลอาคารชุด ไอดีโอ มอร์ฟ 38, นิติบุคคลอาคารชุด ไซมิส สุขุมวิท 48, 15 สุขุมวิท เรสซิเดนเซส, Eight Thonglor Residences, โครงการอาคารชุด โนเบิล บี เทอร์ตี้ทรี, นิติบุคคลอาคารชุด เดอะเบส และเดอะ รูม สุขุมวิท 69

คุณพรพรหม กล่าวว่า “โครงการความร่วมมือในวันนี้เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของคอนโดมิเนียมที่ต้องการแยกขยะ แต่ยังขาดระบบและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคารสูง”

คอนโดฯ นำร่องชี้ ‘ถังครบสี-จุดทิ้งชัด’ ลดภาระแม่บ้าน ปริมาณขยะทั่วไปลด

จุติพร คุ้มครอง ผู้จัดการอาคารคอนโดมิเนียม สิริ แอท สุขุมวิท กล่าวว่า เดิมห้องพักขยะแต่ละชั้นมีถังขยะเพียง 2 สี คือถังเขียวและถังเหลือง ทำให้เกิดการเทรวม แม่บ้านต้องเสียเวลาคัดแยกขยะที่ปลายทาง

คอนโดฯ นำร่องชี้ ‘ถังครบสี-จุดทิ้งชัด’ ลดภาระแม่บ้าน ปริมาณขยะทั่วไปลด

“เมื่อเข้าร่วมโครงการ ได้รับสนับสนุนถังขยะครบ 4 ประเภท ทั้งถังขยะเศษอาหารสีเขียว ขยะรีไซเคิลสีเหลือง ขยะทั่วไปสีน้ำเงิน และถังขยะอันตรายสีส้ม วางประจำทุกชั้น พร้อมจัดจุดแยกขยะส่วนกลางใหม่ ส่งผลให้ลูกบ้านแยกขยะดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ให้ความร่วมมือดีมาก แม่บ้านทำงานง่ายขึ้น และปริมาณขยะทั่วไปลดลง” คุณจุติพร กล่าว

เศษอาหารที่ผ่านการคัดแยกจะถูกจัดเก็บใส่ถุงสีเขียว และมีรถจากสำนักงานเขตคลองเตยมารับไปดำเนินการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ

ด้าน ส่งสวัสดิ์ เสมอวงศ์ติ๊บ ผู้จัดการอาคารคอนโดมิเนียม Eight Thonglor Residences กล่าวว่า คอนโดฯ มีห้องพักอาศัยประมาณ 200 ห้อง เคยจัดเก็บขยะ 2 ประเภทหลักคือขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิล โดยแม่บ้านจะนำลงมาคัดแยกละเอียดที่ห้องพักขยะรวมด้านล่างอีกครั้ง

“หลังจากเข้าร่วมโครงการประมาณ 1 ปี มีการแยกขยะเศษอาหารออกจากขยะทั่วไปอย่างชัดเจน ทำให้ขยะทั่วไปที่เหลือมีปริมาณน้อยลงและแห้งขึ้น ลูกบ้านกว่าร้อยละ 70 เป็นคนไทย ให้ความร่วมมือค่อนข้างดี เมื่อมีถังขยะที่ถูกต้องและชัดเจน ก็ทิ้งได้ถูกต้อง” คุณส่งสวัสดิ์ กล่าว

กทม. เผยคอนโดฯ ร่วม ‘ไม่เทรวม’ แล้วกว่า 1,600 แห่ง เดินหน้าปรับระบบขนส่งแยกเศษอาหารเฉพาะ

คุณพรพรหม เปิดเผยตัวเลขล่าสุดว่า ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเข้าร่วมโครงการ ‘บ้านนี้ไม่เทรวม แยกขยะลดค่าธรรมเนียม’ แล้วประมาณ 1,659 แห่ง จากจำนวนคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ กว่า 3,700 แห่ง และเมื่อรวมกับบ้านแนวราบ มีครัวเรือนร่วมโครงการเกือบ 1 ล้านครัวเรือน

กทม. อยู่ระหว่างปรับระบบรถขนขยะให้มีช่องแยกเศษอาหารโดยเฉพาะ รวมถึงจัดรถเฉพาะเส้นทางสำหรับพื้นที่ที่มีการคัดแยกขยะอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันปัญหาการเทรวมระหว่างการขนส่ง

นอกจากนี้ มาตรการค่าธรรมเนียมแบบก้าวหน้าที่คิดตามน้ำหนักจริงส่งผลให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าและโรงแรม ตื่นตัวในการลดปริมาณขยะมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณขยะกรุงเทพฯ ลดลงจากเกือบ 10,000 ตัน เหลือประมาณ 9,000 ตันต่อวัน และช่วยประหยัดงบประมาณค่าจัดการขยะได้หลายร้อยล้านบาทต่อปี

เมื่อ ‘ผู้ผลิต’ ต้องรับผิดชอบบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค

ดร.วิจารย์ กล่าวถึงทิศทางนโยบายด้านการจัดการขยะของประเทศไทยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการผลักดัน กฎหมายควบคุมพลาสติก และการขับเคลื่อนแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเฉพาะหลักการ ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ซึ่งกำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีส่วนร่วมในการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบการจัดการ

“โครงการนำร่องในคอนโดมิเนียมเป็นจุดเริ่มต้นระดับเมือง แต่การแก้ปัญหาขยะอย่างเป็นระบบจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับนโยบายระดับประเทศที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ง่าย และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการหลังการบริโภค” ดร.วิจารย์ กล่าว

หลักการ EPR กำลังถูกนำไปปรับใช้ในหลายประเทศ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมในระยะยาว

จากโครงการนำร่องสู่มาตรฐานการอยู่ร่วมกันของคนเมือง

โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานครเป็นความร่วมมือที่ไม่ได้เป็นเพียงการทดลองระบบจัดการขยะในพื้นที่จำกัด แต่ถูกออกแบบให้เป็น ‘หลักสูตร’ หรือคู่มือที่คอนโดมิเนียมอื่นสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามบริบทของตนเอง

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนในอาคารชุด การปรับโครงสร้างพื้นฐานของนิติบุคคล และการสนับสนุนทางวิชาการจากองค์กรระหว่างประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ถูกบันทึกเป็นข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขยายผลสู่ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นต่อไป

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา กล่าวทิ้งท้ายว่า “การจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพ นอกจากแนวทางการพัฒนาระบบที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละคอนโดมิเนียมแล้ว อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อให้ลูกบ้านและผู้พักอาศัยรับรู้แนวทางการพัฒนา และเกิดความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง”

ข้อมูลจากโครงการระบุว่า ขยะเศษอาหารร้อยละ 35 ที่ปะปนในถังทั่วไป คือทรัพยากรที่สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตปุ๋ย ขยะรีไซเคิลร้อยละ 21 คือวัตถุดิบที่ควรถูกส่งต่อไปยังภาคการผลิต ขณะที่ขยะอันตรายร้อยละ 3 คือสิ่งที่ต้องแยกออกจากระบบตั้งแต่ต้นทาง

ตัวเลขเหล่านี้คือโจทย์ที่โครงการนำร่องกำลังแสวงหาคำตอบ และคำตอบที่ได้จะถูกส่งต่อให้กรุงเทพมหานครและเมืองอื่น ๆ ใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

MIT ชู ‘En-ROADS’ นวัตกรรมจำลองนโยบายกู้วิกฤติโลก

กทม. เปิดตัว ‘EV เพื่อพี่วิน’ นำร่องมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ลดฝุ่น-ประหยัดปีละ 4 หมื่น

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar