นายกฯ อนุทินเตรียมเป็นประธานเปิดโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ของบริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตระบบชิปควบคุมพลังงาน (Power Module) การทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์วิจัยและพัฒนา พร้อมเตรียมจ้างบุคลากรไทยกว่า 5,000 คน ภายใต้เงื่อนไขการร่วมวิจัย พัฒนาผู้ประกอบการไทย และใช้วัตถุดิบในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ชิปเมดอินไทยแลนด์”
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า การเปิดโรงงานดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จในการดึงดูดผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ช่วยยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยสู่อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่ม ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างบุคลากร และการพัฒนาผู้ประกอบการภายในประเทศ
Infineon ปักฐาน Power Module แห่งที่ 3 ในไทย
Infineon Technologies AG จากเยอรมนี ผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์สำหรับยานยนต์และระบบกำลังไฟฟ้า เลือกไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของโลก ต่อจากเยอรมนีและจีน เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์
การลงทุนครั้งนี้ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ มีเงื่อนไขสำคัญด้านการพัฒนาบุคลากร ได้แก่:
- พัฒนาบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 600 คน (วิศวกรสายการผลิต 400 คน และสาย R&D 200 คน)
- ส่งบุคลากรไทย 130 คน ฝึกอบรมเทคโนโลยีเฉพาะทางในต่างประเทศ ครอบคลุมกระบวนการผลิต การทดสอบ วัสดุศาสตร์ ระบบอัตโนมัติ การออกแบบเวเฟอร์ และบรรจุภัณฑ์ชิป
- ร่วมกับมหาวิทยาลัยพัฒนาหลักสูตรเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 60 วิชา
- เปิดให้นักศึกษาปริญญาตรีฝึกอบรมด้าน R&D ไม่น้อยกว่า 1,100 คน ใน 680 โครงการ
- ร่วมทำวิจัยและพัฒนากับสถาบันในประเทศไม่น้อยกว่า 18 โครงการ ตั้งแต่การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงการพัฒนากระบวนการและผลิตภัณฑ์ใหม่
สร้างซัพพลายเออร์ไทย เพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศเป็น 60%
บริษัทมีแผนพัฒนาผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 14 ราย ผ่านการถ่ายทอดความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ การออกแบบ การทดสอบ และมาตรฐานสากล เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ โดยส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนมูลค่าสูง เช่น DCB, Frame, Housing, Diode และ Pin รวมถึงกำหนดงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนาในไทยไม่น้อยกว่า 2,800 ล้านบาท
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ
การลงทุนของอินฟินีออนสอดรับกับ “ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยมีเป้าหมายดึงเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท ใน 5 ปีแรก และ 2.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2593 สร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี และสร้างงานทักษะสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 230,000 ตำแหน่ง
ปัจจุบัน ไทยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 900 ราย บุคลากรกว่า 336,000 คน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 26% ของการส่งออกทั้งหมด) และช่วงปี 2566 – มิถุนายน 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 879 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 909,000 ล้านบาท
ในจำนวนนี้ กลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) มีคำขอรับการส่งเสริม 224 โครงการ เงินลงทุนกว่า 331,000 ล้านบาท โดยขยายการลงทุนครอบคลุมถึงวัตถุดิบสำคัญ เช่น Prepreg, Copper Clad Laminate และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง
ระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร
ประเทศไทยมีระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่รองรับห่วงโซ่อุปทานอย่างครอบคลุม:
- เครื่องจักรและอุปกรณ์: มีผู้ลงทุน เช่น SAM Precision, Zollner, Advanced Energy และ Foxsemicon (เครือ Foxconn) ที่ลงทุนเฟสแรก 10,000 ล้านบาท จ้างงานกว่า 1,400 คน
- การออกแบบและทดสอบชิป (IC Design): มีผู้ประกอบการไทย เช่น Silicon Craft, Design Gateway รวมถึง Analog Devices (ADI) ที่ลงทุนกว่า 19,000 ล้านบาท และศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC)
- เทคโนโลยี Photonics & Optical Communication: มีบริษัทชั้นนำ เช่น Lumentum, Fabrinet, Terahop และ Eoptolink
- การประกอบและทดสอบชิป: มีบริษัทชั้นนำ เช่น Microchip, NXP, MPI, Hana, Rohm และ UTAC
- กลุ่มผู้ใช้งาน: มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในประเทศ ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ EV เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม ระบบพลังงาน โทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยี AI
บีโอไอจะเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในส่วนที่ยังขาด เพื่อเชื่อมโยงบริษัทต่างชาติกับผู้ประกอบการและสถาบันการศึกษาในไทย สร้างงานทักษะสูงและโอกาสทางธุรกิจให้แก่คนไทยต่อไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
บีโอไอเปิดร่างโรดแมปเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ อัดฉีด 2.5 ล้านล้าน ปั้น ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’
ศุภจี ชี้ไทยต้องปรับเกมเศรษฐกิจ ลดพึ่งพาเดิมรับโลกเปลี่ยน



