LINE ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลในงาน BOOTCAMP DAY 2026 ระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ไทยใช้งานเทคโนโลยี AI อย่างเต็มประสิทธิภาพเพียง 16% แม้จะมีการเข้าถึงเทคโนโลยีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในอาเซียน พร้อมแนะกลยุทธ์ Chat Commerce เป็นทางรอดหลักท่ามกลางปัจจัยท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันจากแบรนด์ต่างประเทศ
รัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ Chief Commercial Officer, LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทยให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ Chat Commerce อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังผลสำรวจพบช่องว่างสำคัญระหว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีกับการใช้งานจริง โดยคนไทยกว่า 90% รู้จัก AI และ 80% ใช้งานเป็นประจำ แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ใช้ AI ได้เต็มศักยภาพ
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงถึงขั้นยอมจ่ายแพงขึ้น 86% เพื่อแลกกับประสบการณ์การซื้อที่ดี ท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกผันผวน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์ใหญ่และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น โดยงานสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนทุกบทสนทนาบนแชตให้เป็นโอกาสสร้างยอดขาย และนำพาธุรกิจ SMEs ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ความท้าทายรอบด้านที่บีบให้ SMEs ต้องปรับตัว
คุณรัฐธีร์ให้ข้อมูลว่า ยอดจดทะเบียนบริษัทใหม่ในประเทศไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยทั้งหมด เพราะในขณะที่มีหน้าใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดตัวลงในทุกปี
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า อัตราการเลิกกิจการที่สูงขึ้นเผยให้เห็นความจริงข้อหนึ่ง นั่นคือธุรกิจที่ปรับตัวได้เท่านั้นที่จะมีโอกาสอยู่รอดและเติบโต ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อซัพพลายเชนและต้นทุนพลังงาน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งจากแบรนด์ใหญ่ที่ขยายตลาดลงมา และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่ไหลเข้าตีตลาดไทย
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังต้องเผชิญกับความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านบุคลากร เมื่อเจ้าของธุรกิจต้องสวมบทบาทหลายหน้าที่ในคนเดียว โดยมีเวลาและกำลังคนจำกัด
รู้จัก AI 90% ใช้แค่ 16%
คุณรัฐธีร์ กล่าวว่า แม้ SME ไทยจะมีความก้าวหน้าในการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดย 77% ของผู้ประกอบการนำ IT Solutions เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 39% แต่เมื่อเจาะลึกถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กลับพบตัวเลขที่น่ากังวล
“คนไทยมีการเข้าถึงเทคโนโลยีและ AI สูงสุดในอาเซียน โดยกว่า 90% รู้จัก AI และ 80% เคยใช้งานเป็นประจำ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยมีความเชื่อมั่นและเห็นประโยชน์ในการใช้ AI เพื่อเพิ่มยอดขายเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ใช้ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานโลก” คุณรัฐธีร์กล่าว
ปัญหาดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนเครื่องมือ แต่เป็นปัญหาของการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับโจทย์ทางธุรกิจ ในยุคที่ข้อมูลมีมากมายกระจัดกระจาย ผู้ประกอบการจำนวนมากเผชิญกับภาวะข้อมูลล้นมือ จนไม่รู้ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือใดให้ตอบโจทย์ปัญหาของแบรนด์ตัวเองอย่างแท้จริง
“การจะให้ภาคธุรกิจไทยปรับตัวเดินหน้าด้วยเทคโนโลยีได้ ธุรกิจควรต้องศึกษาให้รอบด้าน ทั้งสถานการณ์ภายนอก ภายในประเทศ และพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อวิเคราะห์เป็นโจทย์ทางธุรกิจในการเลือกใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาให้เหมาะสม” คุณรัฐธีร์กล่าว
เมื่อลูกค้าพร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ดี
ขณะที่ผู้ประกอบการยังคงหาจุดสมดุลในการใช้เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ท้าทายมากขึ้น
ผลสำรวจจาก LINE ระบุว่า 90% ของลูกค้าจะรู้สึกประทับใจกับแบรนด์ หากได้รับการตอบแชตที่รวดเร็ว และ 86% ยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลือกซื้อสินค้าจากคุณภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การซื้อที่สะดวก รวดเร็ว และตรงใจเป็นสำคัญ
หากแบรนด์บริการไม่ดีหรือตอบสนองช้า ลูกค้าก็พร้อมที่จะเปลี่ยนใจไปหาแบรนด์อื่นทันที เพราะในตลาดออนไลน์ที่มีตัวเลือกมากมาย การเปลี่ยนใจทำได้เพียงปลายนิ้วคลิก
Chat Commerce อาวุธปิดการขายยุคใหม่
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว LINE มองว่า Chat Commerce หรือการค้าขายผ่านแชต คือคำตอบสำหรับ SME ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการซื้อขายของคนไทยที่แตกต่างจากประเทศอื่น
คุณรัฐธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตอบแชตที่รวดเร็วสามารถดันธุรกิจที่ใช้ Chat Commerce ให้ปิดการขายได้สูงถึง 85–98% และมีโอกาสซื้อซ้ำบน Chat Commerce เดิมอีก 67% ขณะที่การใช้เครื่องมือ CRM อย่าง MyCustomer จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าประจำหรือลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำได้ถึง 6 เท่า
“การทักแชตเพื่อซื้อขายเป็นความโดดเด่นของคนไทย ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมองว่าแชตเป็นพื้นที่ส่วนตัวสูงมาก การนำแชตมาใช้เพื่อการซื้อขายจึงไม่เป็นที่นิยมเท่าไทย แต่สำหรับประเทศไทย เรามีความก้าวหน้าที่สุดในแง่ของการประยุกต์ใช้แชตเพื่อการซื้อขายและการโอนเงิน” คุณรัฐธีร์กล่าว
การพูดคุยผ่านแชตสร้าง Human Bonding หรือความผูกพันระหว่างบุคคล ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น รู้สึกถูกใจ และตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งแตกต่างจากการซื้อขายบน Marketplace ที่มักเน้นความรวดเร็ว หรือ Live Commerce ที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก
ตลาด Chat Commerce โตเฉลี่ย 12% ต่อปี

ด้าน จิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม Product Marketing Strategy LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาด Chat Commerce โดยรวมมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12% และคาดการณ์ว่าจะทะยานแตะ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2031 ซึ่งการซื้อขายผ่านแชตถือเป็นตลาดที่เติบโตอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่การใช้งานบนแพลตฟอร์ม LINE มีแนวโน้มลูกค้าทักแชตผ่าน LINE Official Account เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า Chat Commerce กำลังกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของ SME ไทย
“ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้ต้องการเพียงการตอบกลับที่รวดเร็ว แต่ยังต้องการการสื่อสารที่เข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละคน การผสานความเป็นมนุษย์และความเข้าใจเข้ากับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้กลายเป็นโอกาสเติบโตและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าในระยะยาว” คุณจิรพัฒน์กล่าว
LINE จัด BOOTCAMP DAY 2026 เสริมแกร่ง SME ไทย
จากสถานการณ์ดังกล่าว LINE ประเทศไทยจึงจัดงาน BOOTCAMP DAY 2026 ภายใต้แนวคิด “แชตพุ่ง ธุรกิจรุ่ง รวมพลังครบทุกโซลูชันไปด้วยกัน” เพื่อเป็นเวทีสัมมนาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการไทย ในการรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จริงจากผู้นำธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญ
ภายในงานช่วงเช้าเน้นวางรากฐานความเข้าใจโลกธุรกิจภาพใหญ่ ทั้งการมองทิศทางเศรษฐกิจและกรอบแนวคิดในการปรับตัวของ SME ไทยโดย THE STANDARD พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีช่วย SME ไทยปรับตัวใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ได้เต็มศักยภาพ ทั้งระบบหลังบ้านด้าน HR จาก HumanSoft ที่ช่วยบริหารจัดการงานด้านบุคลากร ลดความซับซ้อน และเทคโนโลยียอดฮิตอย่าง Canva ที่ติดอาวุธ SME ไทยสร้างงานดีไซน์ด้วยพลัง AI พร้อมลดต้นทุน
ช่วงบ่ายจัดเต็มกับ 7 เซสชันจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลและผู้ประกอบการตัวจริง ร่วมด้วย LINE Certified Coach ที่มาเผยกลยุทธ์ในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ตั้งแต่การเปลี่ยนไอเดียให้เป็นแคมเปญที่สร้างรายได้ การออกแบบประสบการณ์ลูกค้า การบริหารธุรกิจหลังบ้านให้เป็นระบบ ตลอดจนเทคนิคการใช้โซลูชัน LINE ทั้งการปิดการขายผ่านแชต การยิงโฆษณา และการใช้ Data เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด
นอกจากนี้ ยังมี 2 กิจกรรมเวิร์กชอปภาคปฏิบัติ ให้ผู้ประกอบการได้ลงมือใช้ AI จริง ตั้งแต่การออกแบบคอนเทนต์เพื่อสร้างยอดขายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Canva และการปั้นยอดขายบน LINE ด้วย AI Workflow จาก ZWIZ.AI ปิดท้ายด้วย Exclusive Talk ในช่วง Networking ที่ให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้ต่อยอดแนวคิดในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยคอมมูนิตี้ จากมุมมองผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่าง ซีเค เจิง
LINE ยืนยัน Chat Commerce โตพร้อมแพลตฟอร์มอื่น
คุณรัฐธีร์ กล่าวถึงบทบาทของ LINE ในฐานะแพลตฟอร์มว่า ไม่ได้มองว่า Chat Commerce จะไปแทนที่ Marketplace หรือ Live Commerce แต่ทั้ง 3 ช่องทางจะเติบโตไปด้วยกันในฐานะจิ๊กซอว์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าคนละกลุ่ม
“Marketplace เหมาะกับผู้บริโภคที่รู้ว่าต้องการอะไรและเน้นความรวดเร็ว ขณะที่ Live Commerce ตอบโจทย์คนที่ต้องการความบันเทิง ในขณะที่ Chat Commerce เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการสอบถามรายละเอียดและต้องการความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น การเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นที่ต้องเช็กไซส์ให้ชัวร์” คุณรัฐธีร์กล่าว
ข้อได้เปรียบของ LINE คือการไม่เน้นเก็บกำไรจากยอดขาย แต่เน้นการขายโซลูชันให้แบรนด์ ซึ่งแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นที่อาจมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม ทำให้ LINE เป็นทางเลือกที่จับต้องได้สำหรับ SME ไทย
LINE เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัย ปิดบัญชีมิจฉาชีพครึ่งล้าน
นอกจากการส่งเสริมการขายแล้ว LINE ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา LINE ทำงานร่วมกับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น สั่งปิดบัญชีที่เข้าข่ายมิจฉาชีพในไทยไปแล้วเกือบ 500,000 บัญชี เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงก่อนโควิด-19 ที่ปิดเพียงหลักหมื่นต่อปี
นอกจากมาตรการเชิงรุก อาทิ การมีปุ่ม Report ระบบโล่ฟ้า-โล่เขียว (Verified Badge) เพื่อยืนยันตัวตน และข้อความแจ้งเตือนความปลอดภัยเมื่อเพิ่มเพื่อนใหม่แล้ว LINE ยังทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อย่างใกล้ชิด
ในอนาคต LINE เตรียมเชื่อมต่อระบบ API กับฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้การตรวจจับและบล็อกสิ่งผิดกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ใช้แพลตฟอร์ม
LINE ชี้ทางรอด SME ไทย เลือก ‘Tech ที่ใช่’
คุณรัฐธีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ SME ไทยใน 3 ด้านหลัก
ด้านแรก คือการทำงานที่ง่ายขึ้น ด้วยการลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านที่สอง คือการขายที่ดีขึ้น ด้วยการเข้าถึงลูกค้าที่ใช่และปิดการขายง่ายขึ้น และด้านที่สาม คือการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์และกระตุ้นการซื้อซ้ำ
“ธุรกิจที่ปรับตัวได้ จะมีโอกาสอยู่รอดและเติบโตมากกว่า” คุณรัฐธีร์กล่าว “การเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมเพื่อมาช่วยแก้ปัญหาให้ถูกจุด ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมาช่วยให้ SME ไทยปรับตัวเดินหน้าเพื่อการอยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่แค่เติบโตเพียงอย่างเดียว แต่สามารถโตได้ไกลกว่า มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว”
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ททท. รุก Sub-culture ปั้นไทยสู่ศูนย์กลาง UFO Tourism & Soul-Healing
SC โฉมใหม่: โลโก้ใหม่-ธุรกิจใหม่-กำไรใหม่ 3,000 ล้าน



