Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

LINE ชู Chat Commerce ปิดยอด 98% อุดช่องโหว่ SME ไทยใช้ AI ไม่เต็มที่

LINE เผย SME ไทยใช้ AI ไม่เต็มศักยภาพ ชูพลัง Chat Commerce ปิดยอดขายสูงสุด 98%

LINE ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลในงาน BOOTCAMP DAY 2026 ระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ไทยใช้งานเทคโนโลยี AI อย่างเต็มประสิทธิภาพเพียง 16% แม้จะมีการเข้าถึงเทคโนโลยีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในอาเซียน พร้อมแนะกลยุทธ์ Chat Commerce เป็นทางรอดหลักท่ามกลางปัจจัยท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันจากแบรนด์ต่างประเทศ

รัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ Chief Commercial Officer, LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทยให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ Chat Commerce อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังผลสำรวจพบช่องว่างสำคัญระหว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีกับการใช้งานจริง โดยคนไทยกว่า 90% รู้จัก AI และ 80% ใช้งานเป็นประจำ แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ใช้ AI ได้เต็มศักยภาพ

ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงถึงขั้นยอมจ่ายแพงขึ้น 86% เพื่อแลกกับประสบการณ์การซื้อที่ดี ท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกผันผวน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์ใหญ่และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น โดยงานสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนทุกบทสนทนาบนแชตให้เป็นโอกาสสร้างยอดขาย และนำพาธุรกิจ SMEs ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ความท้าทายรอบด้านที่บีบให้ SMEs ต้องปรับตัว

คุณรัฐธีร์ให้ข้อมูลว่า ยอดจดทะเบียนบริษัทใหม่ในประเทศไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยทั้งหมด เพราะในขณะที่มีหน้าใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดตัวลงในทุกปี

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า อัตราการเลิกกิจการที่สูงขึ้นเผยให้เห็นความจริงข้อหนึ่ง นั่นคือธุรกิจที่ปรับตัวได้เท่านั้นที่จะมีโอกาสอยู่รอดและเติบโต ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อซัพพลายเชนและต้นทุนพลังงาน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทั้งจากแบรนด์ใหญ่ที่ขยายตลาดลงมา และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่ไหลเข้าตีตลาดไทย

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังต้องเผชิญกับความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านบุคลากร เมื่อเจ้าของธุรกิจต้องสวมบทบาทหลายหน้าที่ในคนเดียว โดยมีเวลาและกำลังคนจำกัด

รู้จัก AI 90% ใช้แค่ 16%

คุณรัฐธีร์ กล่าวว่า แม้ SME ไทยจะมีความก้าวหน้าในการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดย 77% ของผู้ประกอบการนำ IT Solutions เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 39% แต่เมื่อเจาะลึกถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กลับพบตัวเลขที่น่ากังวล

“คนไทยมีการเข้าถึงเทคโนโลยีและ AI สูงสุดในอาเซียน โดยกว่า 90% รู้จัก AI และ 80% เคยใช้งานเป็นประจำ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยมีความเชื่อมั่นและเห็นประโยชน์ในการใช้ AI เพื่อเพิ่มยอดขายเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ใช้ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานโลก” คุณรัฐธีร์กล่าว

ปัญหาดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนเครื่องมือ แต่เป็นปัญหาของการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับโจทย์ทางธุรกิจ ในยุคที่ข้อมูลมีมากมายกระจัดกระจาย ผู้ประกอบการจำนวนมากเผชิญกับภาวะข้อมูลล้นมือ จนไม่รู้ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือใดให้ตอบโจทย์ปัญหาของแบรนด์ตัวเองอย่างแท้จริง

“การจะให้ภาคธุรกิจไทยปรับตัวเดินหน้าด้วยเทคโนโลยีได้ ธุรกิจควรต้องศึกษาให้รอบด้าน ทั้งสถานการณ์ภายนอก ภายในประเทศ และพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อวิเคราะห์เป็นโจทย์ทางธุรกิจในการเลือกใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาให้เหมาะสม” คุณรัฐธีร์กล่าว

เมื่อลูกค้าพร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ดี

ขณะที่ผู้ประกอบการยังคงหาจุดสมดุลในการใช้เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ท้าทายมากขึ้น

ผลสำรวจจาก LINE ระบุว่า 90% ของลูกค้าจะรู้สึกประทับใจกับแบรนด์ หากได้รับการตอบแชตที่รวดเร็ว และ 86% ยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลือกซื้อสินค้าจากคุณภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การซื้อที่สะดวก รวดเร็ว และตรงใจเป็นสำคัญ

หากแบรนด์บริการไม่ดีหรือตอบสนองช้า ลูกค้าก็พร้อมที่จะเปลี่ยนใจไปหาแบรนด์อื่นทันที เพราะในตลาดออนไลน์ที่มีตัวเลือกมากมาย การเปลี่ยนใจทำได้เพียงปลายนิ้วคลิก

Chat Commerce อาวุธปิดการขายยุคใหม่

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว LINE มองว่า Chat Commerce หรือการค้าขายผ่านแชต คือคำตอบสำหรับ SME ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการซื้อขายของคนไทยที่แตกต่างจากประเทศอื่น

คุณรัฐธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตอบแชตที่รวดเร็วสามารถดันธุรกิจที่ใช้ Chat Commerce ให้ปิดการขายได้สูงถึง 85–98% และมีโอกาสซื้อซ้ำบน Chat Commerce เดิมอีก 67% ขณะที่การใช้เครื่องมือ CRM อย่าง MyCustomer จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าประจำหรือลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำได้ถึง 6 เท่า

“การทักแชตเพื่อซื้อขายเป็นความโดดเด่นของคนไทย ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมองว่าแชตเป็นพื้นที่ส่วนตัวสูงมาก การนำแชตมาใช้เพื่อการซื้อขายจึงไม่เป็นที่นิยมเท่าไทย แต่สำหรับประเทศไทย เรามีความก้าวหน้าที่สุดในแง่ของการประยุกต์ใช้แชตเพื่อการซื้อขายและการโอนเงิน” คุณรัฐธีร์กล่าว

การพูดคุยผ่านแชตสร้าง Human Bonding หรือความผูกพันระหว่างบุคคล ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น รู้สึกถูกใจ และตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งแตกต่างจากการซื้อขายบน Marketplace ที่มักเน้นความรวดเร็ว หรือ Live Commerce ที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก

ตลาด Chat Commerce โตเฉลี่ย 12% ต่อปี

จิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม Product Marketing Strategy LINE ประเทศไทย
จิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม Product Marketing Strategy LINE ประเทศไทย

ด้าน จิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม Product Marketing Strategy LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาด Chat Commerce โดยรวมมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12% และคาดการณ์ว่าจะทะยานแตะ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2031 ซึ่งการซื้อขายผ่านแชตถือเป็นตลาดที่เติบโตอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะที่การใช้งานบนแพลตฟอร์ม LINE มีแนวโน้มลูกค้าทักแชตผ่าน LINE Official Account เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า Chat Commerce กำลังกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของ SME ไทย

“ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้ต้องการเพียงการตอบกลับที่รวดเร็ว แต่ยังต้องการการสื่อสารที่เข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละคน การผสานความเป็นมนุษย์และความเข้าใจเข้ากับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้กลายเป็นโอกาสเติบโตและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าในระยะยาว” คุณจิรพัฒน์กล่าว

LINE จัด BOOTCAMP DAY 2026 เสริมแกร่ง SME ไทย

จากสถานการณ์ดังกล่าว LINE ประเทศไทยจึงจัดงาน BOOTCAMP DAY 2026 ภายใต้แนวคิด “แชตพุ่ง ธุรกิจรุ่ง รวมพลังครบทุกโซลูชันไปด้วยกัน” เพื่อเป็นเวทีสัมมนาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการไทย ในการรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จริงจากผู้นำธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญ

ภายในงานช่วงเช้าเน้นวางรากฐานความเข้าใจโลกธุรกิจภาพใหญ่ ทั้งการมองทิศทางเศรษฐกิจและกรอบแนวคิดในการปรับตัวของ SME ไทยโดย THE STANDARD พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีช่วย SME ไทยปรับตัวใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ได้เต็มศักยภาพ ทั้งระบบหลังบ้านด้าน HR จาก HumanSoft ที่ช่วยบริหารจัดการงานด้านบุคลากร ลดความซับซ้อน และเทคโนโลยียอดฮิตอย่าง Canva ที่ติดอาวุธ SME ไทยสร้างงานดีไซน์ด้วยพลัง AI พร้อมลดต้นทุน

ช่วงบ่ายจัดเต็มกับ 7 เซสชันจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลและผู้ประกอบการตัวจริง ร่วมด้วย LINE Certified Coach ที่มาเผยกลยุทธ์ในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ตั้งแต่การเปลี่ยนไอเดียให้เป็นแคมเปญที่สร้างรายได้ การออกแบบประสบการณ์ลูกค้า การบริหารธุรกิจหลังบ้านให้เป็นระบบ ตลอดจนเทคนิคการใช้โซลูชัน LINE ทั้งการปิดการขายผ่านแชต การยิงโฆษณา และการใช้ Data เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด

นอกจากนี้ ยังมี 2 กิจกรรมเวิร์กชอปภาคปฏิบัติ ให้ผู้ประกอบการได้ลงมือใช้ AI จริง ตั้งแต่การออกแบบคอนเทนต์เพื่อสร้างยอดขายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Canva และการปั้นยอดขายบน LINE ด้วย AI Workflow จาก ZWIZ.AI ปิดท้ายด้วย Exclusive Talk ในช่วง Networking ที่ให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้ต่อยอดแนวคิดในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยคอมมูนิตี้ จากมุมมองผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่าง ซีเค เจิง

LINE ยืนยัน Chat Commerce โตพร้อมแพลตฟอร์มอื่น

คุณรัฐธีร์ กล่าวถึงบทบาทของ LINE ในฐานะแพลตฟอร์มว่า ไม่ได้มองว่า Chat Commerce จะไปแทนที่ Marketplace หรือ Live Commerce แต่ทั้ง 3 ช่องทางจะเติบโตไปด้วยกันในฐานะจิ๊กซอว์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าคนละกลุ่ม

“Marketplace เหมาะกับผู้บริโภคที่รู้ว่าต้องการอะไรและเน้นความรวดเร็ว ขณะที่ Live Commerce ตอบโจทย์คนที่ต้องการความบันเทิง ในขณะที่ Chat Commerce เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการสอบถามรายละเอียดและต้องการความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น การเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นที่ต้องเช็กไซส์ให้ชัวร์” คุณรัฐธีร์กล่าว

ข้อได้เปรียบของ LINE คือการไม่เน้นเก็บกำไรจากยอดขาย แต่เน้นการขายโซลูชันให้แบรนด์ ซึ่งแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นที่อาจมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม ทำให้ LINE เป็นทางเลือกที่จับต้องได้สำหรับ SME ไทย

LINE เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัย ปิดบัญชีมิจฉาชีพครึ่งล้าน

นอกจากการส่งเสริมการขายแล้ว LINE ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา LINE ทำงานร่วมกับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น สั่งปิดบัญชีที่เข้าข่ายมิจฉาชีพในไทยไปแล้วเกือบ 500,000 บัญชี เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงก่อนโควิด-19 ที่ปิดเพียงหลักหมื่นต่อปี

นอกจากมาตรการเชิงรุก อาทิ การมีปุ่ม Report ระบบโล่ฟ้า-โล่เขียว (Verified Badge) เพื่อยืนยันตัวตน และข้อความแจ้งเตือนความปลอดภัยเมื่อเพิ่มเพื่อนใหม่แล้ว LINE ยังทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อย่างใกล้ชิด

ในอนาคต LINE เตรียมเชื่อมต่อระบบ API กับฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้การตรวจจับและบล็อกสิ่งผิดกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ใช้แพลตฟอร์ม

LINE ชี้ทางรอด SME ไทย เลือก ‘Tech ที่ใช่’

คุณรัฐธีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ SME ไทยใน 3 ด้านหลัก

ด้านแรก คือการทำงานที่ง่ายขึ้น ด้วยการลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านที่สอง คือการขายที่ดีขึ้น ด้วยการเข้าถึงลูกค้าที่ใช่และปิดการขายง่ายขึ้น และด้านที่สาม คือการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์และกระตุ้นการซื้อซ้ำ

“ธุรกิจที่ปรับตัวได้ จะมีโอกาสอยู่รอดและเติบโตมากกว่า” คุณรัฐธีร์กล่าว “การเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมเพื่อมาช่วยแก้ปัญหาให้ถูกจุด ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมาช่วยให้ SME ไทยปรับตัวเดินหน้าเพื่อการอยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่แค่เติบโตเพียงอย่างเดียว แต่สามารถโตได้ไกลกว่า มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ททท. รุก Sub-culture ปั้นไทยสู่ศูนย์กลาง UFO Tourism & Soul-Healing

SC โฉมใหม่: โลโก้ใหม่-ธุรกิจใหม่-กำไรใหม่ 3,000 ล้าน

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar