ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานระดับโลก บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่กลุ่มธุรกิจ ‘Power+’ ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics โดยเตรียมพัฒนาองค์กรให้เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Power Pure-play Platform) ที่ครอบคลุมห่วงโซ่ธุรกิจอย่างครบวงจร
ทั้งนี้ บริษัทยังสร้างขีดความสามารถในการรองรับความต้องการพลังงานขนาดใหญ่ระดับ Utility-scale ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Data Center พร้อมโชว์ผลประกอบการปี 2568 สุดแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิทะลุ 3,026 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 73
ยกระดับสู่ Power Pure-play Platform
อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ปิดเผยว่า การยกระดับสู่กลุ่มธุรกิจ Power+ คือการปรับโครงสร้างเพื่อรวมระบบนิเวศด้านพลังงานทั้งหมดมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยผสานสินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานพื้นฐาน เข้ากับธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และธุรกิจการซื้อขายพลังงาน
สำหรับความคืบหน้าของแผนการควบรวมกิจการเพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่นั้น ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 บริษัทจะเริ่มกระบวนการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้าน และเรียกประชุมผู้ถือหุ้นร่วม ก่อนที่จะดำเนินการจดทะเบียนบริษัทใหม่และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569
ปักธงเท็กซัสเสิร์ฟพลังงานสะอาดเจาะกลุ่ม Data Center
แนวโน้มความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนชัดจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในตลาด ERCOT ของสหรัฐอเมริกาที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 14 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 และคาดการณ์ว่าจะต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 2578 (จาก 37 กิกะวัตต์ เป็น 186 กิกะวัตต์) โดยมีธุรกิจ Data Center เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
เพื่อคว้าโอกาสดังกล่าว BPP ได้เดินหน้าลงทุนโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ “เมกะเมาท์ (Megamouth)” ในรัฐเท็กซัส ซึ่งถือเป็นโครงการแรกของบริษัทในสหรัฐฯ โครงการนี้มีกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง ด้วยเม็ดเงินลงทุนประมาณ 90 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2570
ฐานะการเงินแกร่งดันกำไรปี 68 โตทะลุ 70%
การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องถูกขับเคลื่อนบนพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 27,850 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 8,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,026 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นถึงร้อยละ 73
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เสริมสภาพคล่องด้วยการจำหน่ายสิทธิการลงทุนร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้า BKV-BPP ซึ่งบริหารโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I & II ในสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า 230.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อปลดล็อกมูลค่าและเพิ่มความยืดหยุ่นในการนำเงินทุนไปขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานใหม่ ๆ
โรงไฟฟ้าฐานมั่นคง-รุกขยายโซลูชันคาร์บอนต่ำ
ในแง่ของการปฏิบัติการ กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในประเทศจีน ยังคงสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องจากการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง ได้เริ่มเดินเครื่องโครงการ Biomass Co-firing ที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลผสมกับเชื้อเพลิงหลักในอัตราส่วนร้อยละ 10
ซึ่งความสำเร็จจากการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำนี้ ช่วยสร้างรายได้เสริมจากการขายสิทธิการลดการปล่อยคาร์บอน (CEAs) ถึง 130 ล้านบาท ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าฐานขนาดใหญ่อย่าง HPC ใน สปป.ลาว และ BLCP ในไทย ก็ยังสามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ได้ในระดับสูงที่ร้อยละ 85 และ 89 ตามลำดับ
สำหรับการเดินหน้าธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตผ่าน Banpu NEXT บริษัทมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชันลดคาร์บอน (Net Zero Solutions) แบบครบวงจร โดยมีการจับมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์บนหลังคากำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ให้กับนิคมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศเวียดนามถึง 2 แห่ง ควบคู่ไปกับการรุกธุรกิจ BESS ในประเทศญี่ปุ่น ที่ล่าสุดโครงการอิวาเตะ โตโนะ (Iwate Tono) กำลังไฟฟ้า 14.5 เมกะวัตต์ (ความจุ 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง) ได้เชื่อมต่อกับกริดและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้ว
ขณะที่ธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) บริษัทสามารถทำยอดขายไฟฟ้ารวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมงให้กับลูกค้ากว่า 2,000 รายในญี่ปุ่น และยังได้เริ่มดำเนินธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในตลาด ERCOT ของสหรัฐฯ ผ่านแพลตฟอร์ม Intercontinental Exchange (ICE)
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ภายใต้ชื่อ ‘Cotton Cove’ ในสหรัฐฯ ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนถึง 32,000 เมตริกตันต่อปีอีกด้วย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
EGCO ชู POWER4 ทุ่ม 3 หมื่นล้าน รุกพลังงานสะอาดป้อน Data Center
ยูนิโคล่ แผนความยั่งยืน 69 รุก Zero Landfill ขยายจุดแบ่งปันเสื้อผ้า


