Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

CEO Vision 2569: ‘ผ่าทางตัน’ ปั้นเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ พลิกฟื้นไทย

CEO Vision 2569: 'ผ่าทางตัน' ปั้นเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่พลิกฟื้นไทย

ท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจโลกที่กำลังจัดระเบียบขั้วอำนาจใหม่ และสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน การแสวงหา “เครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่” (New Growth Engine) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักการเติบโตต่ำ กลายเป็นวาระเร่งด่วนที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ

ล่าสุดในงานสัมมนาใหญ่แห่งปี “ครอบครัวข่าว 3 Forum 2026: ทิศทางโลก ทิศทางไทย (Global Dynamics and Thailand’s Future)” ได้เปิดพื้นที่ระดมสมองในช่วง “CEO Vision: Leadership in the Age of Disruption” ดำเนินรายการโดย บัญชา ชุมชัยเวช โดยเชิญ 3 ผู้นำองค์กรระดับแนวหน้าของไทย ได้แก่ วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. การบินไทย และ ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ มาร่วมค้นหาโอกาสที่ซ่อนอยู่ (Hidden Opportunities) และยุทธศาสตร์ที่จะพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักการเติบโตในปี 2026 เสียงสะท้อนจากทั้ง 3 ซีอีโอชี้ตรงกันว่า แม้สถานการณ์จะยากลำบาก แต่ “โอกาส” ยังคงมีอยู่ หากประเทศไทยสามารถปรับโครงสร้างนโยบายให้เอื้อต่อการลงทุน สร้างจุดยืนที่ชัดเจนในเวทีโลก และเร่งปรับตัวรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

อมตะคอร์ปอเรชัน: สมการ GDP ต้องรอดและแม่เหล็กดูด “เงินใหม่”

คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน สะท้อนภาพความเป็นจริงของบรรยากาศการลงทุนที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับอดีต โดยยอดขายที่ดินลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2544 อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยหลักมาจากการรอความชัดเจนทางการเมืองและนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม คุณวิกรมเสนอว่ารัฐบาลควรปรับบทบาทจากผู้ควบคุมกฎ (Regulator) มาเป็นผู้สนับสนุน (Facilitator) พร้อมทั้งเสนอให้นำโมเดลความสำเร็จจากต่างประเทศมาปรับใช้ หรือการ “กอก” (Copy) นโยบายที่พิสูจน์แล้วว่าสำเร็จ เช่น การสร้างชาติของสิงคโปร์ยุคลี กวน ยู, การปฏิรูปเศรษฐกิจจีนของเติ้ง เสี่ยว ผิง หรือการสร้างดูไบของชีค โมฮัมเหม็ด ที่ใช้นโยบายภาษีและการถือครองที่ดินเพื่อดึงดูดการลงทุน

ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ คุณวิกรมให้สมการที่สำคัญว่า การเติบโตของ GDP ประเทศไทยจะต้องมากกว่า “อัตราเงินเฟ้อบวกดอกเบี้ย” หากต่ำกว่าจุดนี้จะเท่ากับประเทศกำลังถอยหลังหรือ “ขาดทุน” แม้ภาพรวมจะดูชะลอตัว แต่ไทยยังมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปลอดภัยจากภัยพิบัติและสงคราม ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกยังคงเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยคุณวิกรมยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ Garmin ผู้ผลิตสมาร์ทวอทช์ที่เข้ามาลงทุนกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ, GDS ผู้นำด้าน Data Center ลงทุนกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ, รวมถึง AWS และ HiSense ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีน ที่เลือกไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมอมตะมีโรงงานญี่ปุ่นกว่า 760 แห่ง ซึ่งถือเป็นชุมชนญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งนอกประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานของไทยยังคงเป็นที่ต้องการของนักลงทุนระดับโลก

การบินไทย: “ประชานิยมด้วยธุรกิจ” และโจทย์ใหญ่เรื่อง Home Base

ทางด้านอุตสาหกรรมการบิน คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. การบินไทย ฉายภาพการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและการเตรียมรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบ (Airbus A321neo) จำนวน 17 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันระดับภูมิภาค โดยวางเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ (Connecting Hub) ระหว่างมหาอำนาจอย่าง “จีน” และ “อินเดีย” ซึ่งไทยสามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อการเดินทางได้ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ

คุณชายเน้นย้ำประเด็นสำคัญว่า “Aviation Hub” ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่คือกลไก “ประชานิยมด้วยธุรกิจ” (Populism by Business) ที่สามารถกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง ผ่านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบส่งครัวการบิน ไปจนถึงช่างซ่อมบำรุงและภาคบริการ โดยไม่ต้องพึ่งพานโยบายแจกเงินจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม คุณชายสะท้อนปัญหาเรื่องความเสียเปรียบในบ้านตัวเอง โดยระบุว่าสายการบินแห่งชาติควรได้รับการอำนวยความสะดวกในสนามบินหลักเหมือนสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่สนามบินชางงี แต่ปัจจุบันการบินไทยกลับต้องไปใช้หลุมจอดที่อาคารเทียบเครื่องบินรอง (Satellite Terminal) ซึ่งสร้างความไม่สะดวกและเพิ่มต้นทุน การจะไปสู่เป้าหมาย Hub การบินได้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน (One Team) และจัดลำดับความสำคัญให้สายการบินเจ้าบ้านมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

กลุ่มธุรกิจเรเว่ (BYD): ยานยนต์ที่เป็นมากกว่ารถและจุดเปลี่ยนผ่านแห่งวัย

คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ “โลกใหม่” (New World) ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี โดยชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร (Generational Shift) เมื่อคนรุ่น Baby Boomer ทยอยเกษียณ และคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาท จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการยอมรับนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว

ในมิติของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ในแง่สัดส่วนหัวชาร์จต่อรถยนต์ แต่มีความครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ (Nationwide Coverage) มากกว่า คุณประธานวงศ์ยังชี้ให้เห็นถึงมิติใหม่ของการใช้รถ EV ที่เป็นมากกว่าพาหนะ แต่เปรียบเสมือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Gadget) ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เช่น ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์อื่นได้ เปรียบเสมือน Power Bank เคลื่อนที่ หรือความสามารถในการเปิดเครื่องปรับอากาศนอนในรถได้โดยไม่มีการปล่อยมลพิษและเสียงรบกวน ซึ่งเป็นสิ่งที่รถยนต์สันดาปทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ใหม่ที่จะดึงดูดผู้บริโภคในยุคหน้า

บทสรุป

มุมมองจาก 3 ซีอีโอ ชี้ให้เห็นว่าแม้ปี 2026 จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ “เครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่” ของไทยกำลังก่อตัวขึ้น จากการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การใช้ประโยชน์จากภูมิรัฐศาสตร์เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางระดับโลก และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเทคโนโลยีและยานยนต์พลังงานสะอาด กุญแจสำคัญคือการประสานพลังระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนนโยบายให้เป็นการปฏิบัติที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ESG ระเบียบโลกใหม่: กฎเหล็กชี้ชะตาเศรษฐกิจไทย

Techsauce บุกโคราช ปั้น ‘Silicon Valley แห่งอีสาน’

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar