Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Digital for All: ยกระดับคุณภาพชีวิตไทยอย่างเท่าเทียม

Digital for All: ยกระดับคุณภาพชีวิตไทยอย่างเท่าเทียม

ท่ามกลางยุคสมัยที่ฝีเท้าของนวัตกรรมดิจิทัลรุดหน้าไปไกลเกินกว่าการก้าวเดินของเข็มนาฬิกา ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นโจทย์ที่แหลมคมยิ่งกว่าเพียงแค่การมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต

เวทีเสวนา “Digital for All: จากการเข้าถึงสู่การใช้ดิจิทัลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า” ในงานแถลงผล Thailand Digital Outlook ประจำปี 2568 จัดโดยสำนักคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เผยข้อมูลเชิงลึก ที่แสดงให้เห็นว่าแม้ตัวเลขการเข้าถึงเน็ตของคนไทยจะพุ่งทะยาน แต่ภายใต้ความสำเร็จนั้นยังมี “รอยแยก” ที่ต้องเร่งสมานผ่านกลไกทั้งโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย และทักษะมนุษย์อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมอย่างแท้จริง 

ชัยชนะบนตัวเลข กับประชากร “5.4 ล้านคน” ที่ยังมองไม่เห็นโอกาส

สุกุลกานต์ ผันแข็ง ผู้อำนวยการกองสถิติเศรษฐกิจ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยสถิติล่าสุดในไตรมาส 3 ของปี 2567 ที่สะท้อนว่าคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึง 91.9% หรือเกือบ 92% ของประชากร ซึ่งเป็นระดับที่โดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน เมื่อเปรียบเทียบในระดับสากล บรูไนมีอัตราการเข้าถึงสูงถึง 99% เนื่องจากปัจจัยด้านขนาดพื้นที่ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีสถิติอยู่ที่ 87% ซึ่งต่ำกว่าไทยเนื่องจากปัจจัยสังคมผู้สูงอายุที่กลุ่ม Baby Boomer จำนวนมากเลือกใช้ชีวิตแบบออฟไลน์

อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ซ่อนอยู่คือช่องว่างดิจิทัล (Digital Divide) ที่ยังชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ใช้งานเกือบ 100% ขณะที่ผู้สูงวัย 60 ปีขึ้นไป กลับเข้าถึงเพียง 70% เท่านั้น

ปัจจุบันยังมีประชากรกว่า 5.4 ล้านคนที่ยังไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งในจำนวนนี้ 8.1% ให้เหตุผลว่าไม่จำเป็น หรือใช้ไม่เป็น

นอกจากนี้ยังมีความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่และรายได้ที่เห็นได้ชัด โดยผู้อยู่นอกเขตเทศบาลและกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังมีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีน้อยกว่าคนเมือง ขณะที่แรงงานด้าน ICT ของไทยมีเพียง 6 แสนคน หรือคิดเป็น 1.5% และมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมเริ่มนำนวัตกรรมและ AI มาใช้แทนแรงงานคนมากขึ้น 

สถาปัตยกรรมดิจิทัลพื้นฐาน: จากยุค ‘พันธุ์ทิพย์’ สู่การสร้างรายได้ผ่าน ‘Learn to Earnมา

ทางด้านการขับเคลื่อนนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน พลอยรวี เกริกพันธ์กุล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ระบุถึงการทำงานต่อเนื่องกว่า 7 ปี โดยย้อนรอยไปถึงความพยายามในอดีตอย่างโครงการ “คอมพิวเตอร์น้องเล็ก” และกระแสการประกอบคอมพิวเตอร์เองที่ย่านพันธุ์ทิพย์พลาซ่าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการมีอุปกรณ์

ปัจจุบัน สดช. ได้ต่อยอดโครงการเน็ตประชารัฐและดูแลพื้นที่ห่างไกลครอบคลุมถึงเขตชายขอบและโรงเรียนในโครงการสมเด็จพระเทพฯ ผ่านสัญญาณดาวเทียม โดยวางแผนอัปเกรดความเร็วอินเทอร์เน็ตสาธารณะเป็น 1 Gbps ภายในปี 2570 ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการศูนย์ดิจิทัลชุมชน 1,722 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ที่มีอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) กว่า 6,000 คน ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์ม Learn to Earn ที่เชื่อมโยงคอร์สเรียนออนไลน์กับระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ประชาชนสะสมผลการเรียนไปต่อยอดอาชีพได้จริง

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการทำ AI Readiness ประเมินความพร้อมระดับองค์กรตามมาตรฐานอาเซียนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ 

ความปลอดภัยและธรรมาภิบาล: คำเตือนเรื่อง ‘AI ดูดวง’ และรากฐานความน่าเชื่อถือ

ในมิติของความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ อัจฉราพร หมุดระเด่น ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เน้นย้ำว่า ธุรกรรมดิจิทัลต้องมาพร้อมความรับผิดชอบและการกำกับดูแล โดยปัจจุบันมีการผลักดันระบบ Digital ID ผ่าน ThaiID และให้ใบอนุญาตบริการพิสูจน์ตัวตนแล้ว 26 ใบอนุญาต ทั้งยังมีการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล 15 ประเภท เช่น ตลาดออนไลน์ (E-Marketplace) และบริการขนส่ง (Ride Sharing) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม ที่สำคัญยังได้แจ้งเตือนถึงพฤติกรรมเสี่ยงของคนไทยในการใช้ AI เพื่อ “ดูดวง” โดยการส่งข้อมูลส่วนตัวอย่างวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากลงในระบบ ซึ่งเป็นข้อมูลที่แก้ไขไม่ได้และ AI จะจดจำไว้ตลอดกาล

เพื่อแก้ปัญหานี้ ETDA จึงได้พัฒนาหลักสูตรความรู้เท่าทันผ่านโครงการ EDDA Digital Citizen ซึ่งมีเทรนเนอร์กระจายอยู่ใน 526 อำเภอ และรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ 1212 ซึ่งพบว่าผู้หญิงเป็นกลุ่มที่โทรมาร้องเรียนสูงสุดจากการช้อปปิ้งออนไลน์ 

บทเรียนหน้างาน: จาก ‘กล่องสุ่ม 7 บาท’ ถึงการสืบสวนคดีผ่าน ‘ลายผ้าม่านมา

สำหรับบทเรียนจากหน้างานและการคุ้มครองประชาชน ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สะท้อนว่าภัยไซเบอร์ปัจจุบันคืออาชญากรรมข้ามชาติที่มีมูลค่าความเสียหายรวมนับแสนล้านบาทต่อปี โดยเปิดเผยโมเดลธุรกิจของมิจฉาชีพที่น่ากลัว เช่น การจ้างแรงงานต่างด้าวแพ็คของต้นทุน 7 บาทส่งเก็บเงินปลายทาง 100 บาท โดยใช้ข้อมูลรายชื่อที่ซื้อมาเพียงรายชื่อละ 1 บาท ที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือเหยื่อกลุ่มเด็กอายุเพียง 10 ขวบที่ถูกล่อลวงให้ถ่ายคลิปโป๊ (Sextortion) เพื่อแลกกับตุ๊กตาหรือเงินรางวัล จนนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจที่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พัฒนาเทคนิคการสืบสวนเชิงลึก เช่น การสังเกตลายผ้าม่านโรงแรมหรือแท็กกระเป๋าเดินทางในภาพหลุดเพื่อระบุพิกัดจับกุมคนร้าย ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้มีการออกแบบ Web Accessibility ที่คำนึงถึงคนพิการและผู้สูงวัย เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากรัฐได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ซึ่งทางมูลนิธิฯ ได้เปิดช่องทางรับแจ้งเว็บไซต์ที่ใช้งานยากเพื่อประสานงานแก้ไขให้เป็นมาตรฐานสากล 

ทางรอดเศรษฐกิจไทย: จาก ‘บพท. ซุปเปอร์แอป’ สู่บทบาทผู้นำการต่อต้านไซเบอร์สแกมี

ในช่วงท้ายของการเสวนา ภาคประชาสังคมและผู้ประกอบการได้สะท้อนความต้องการให้ภาครัฐเร่งตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่มองว่าดิจิทัลคือปัจจัยเพื่อความอยู่รอด (Key Survival Factor) ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีไปติดตั้งโดยไม่เปลี่ยนกระบวนการทำงาน จึงมีข้อเสนอให้ภาครัฐสร้าง “Sandbox” เพื่อเปรียบเทียบสภาวะปัจจุบัน (As Is) กับสภาวะที่ควรจะเป็น (To Be) เพื่อสร้าง Roadmap ที่ชัดเจนและช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้พัฒนา “ซุปเปอร์แอป” เพื่อช่วยผู้ประกอบการกว่า 2,000 รายจัดเก็บข้อมูลธุรกิจมานานกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นโมเดลที่น่าสนใจในการขยายผล ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังแสดงบทบาทนำในระดับสากลผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติเรื่อง Cyber Scam เพื่อสร้างความร่วมมือระดับรัฐมนตรีในการจัดการกับปัญหาที่ไร้พรมแดนอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Thailand Digital Outlook 2568: เน็ต-AI พุ่ง มุ่งแก้วิกฤติการแข่งขันและคน

AI Outlook 2026: สู่ยุค ‘AI Agent’ และโจทย์ใหญ่ ‘Think Global’

×

Share

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar