Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

อว. ปั้น 1.7 หมื่น AI Talent ดันไทยฮับอาเซียน

ประเทศไทยประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์แห่งภูมิภาคอาเซียน ด้วยการเปิดตัว แผนขยายผลโครงการพื้นที่ทดสอบมหาวิทยาลัยอัจฉริยะด้าน AI หรือ “Expanded AI Sandbox Initiative” ที่วางเป้าหมายเชิงรุกในการผลิตบุคลากรผู้มีความสามารถพิเศษระดับสูงกว่า 17,000 คน เพื่อรองรับการเติบโตของระบบนิเวศทางเทคโนโลยี โดยทิศทางการพัฒนานี้ขับเคลื่อนภายใต้หลักการ “นวัตกรรมที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” (Human-Centric Innovation) ที่มุ่งเน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างขีดความสามารถของประชาชน ควบคู่ไปกับการนำเสนอนวัตกรรมที่ใช้งานจริงครอบคลุม 6 มิติสำคัญทางสังคมและเศรษฐกิจ สะท้อนถึงความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและความร่วมมือที่จะผลักดันให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ศาสตราจารย์ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อขยายความถึงวิสัยทัศน์ดังกล่าวในระหว่างพิธีเปิดงาน AI Innovation Summit 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineering Institute) และมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) โดยระบุว่า ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่ห่างไกล แต่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในปัจจุบันที่ส่งผลต่อผู้คน ภาคอุตสาหกรรม และสังคม การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์

ยึดหลัก “Human-Centric AI” เทคโนโลยีเพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์

ปลัดกระทรวง อว. ได้เน้นย้ำถึงหลักการสำคัญที่กำกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ คือแนวคิด “นวัตกรรมที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” (Human-Centric Innovation) โดยชี้ว่าการพัฒนา AI ต้องมีเป้าหมายเพื่อ “รับใช้” มนุษย์ เสริมสร้างขีดความสามารถ (Enhance Human Capability) และยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมืองทุกคน (Uplift Quality of Life)

ภารกิจของกระทรวง อว. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านการอุดมศึกษาและวิจัย จึงมุ่งเน้นการสนับสนุนทิศทางของประเทศในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ขั้นสูง และสร้างความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัล (Digital Competitiveness) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างกำลังคนด้าน AI ระดับโลก (World-class AI Workforce) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

ความสำเร็จจาก Sandbox ระยะแรก สู่การขยายผลระดับมหภาค

ความมั่นใจในการประกาศแผนงานครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมของโครงการ “พื้นที่ทดสอบมหาวิทยาลัยอัจฉริยะด้าน AI” (AI Sandbox) ในระยะเริ่มต้น (Initial Phase) ซึ่งถือเป็น Sandbox ด้าน AI แห่งแรกของไทยภายใต้การกำกับของกระทรวง อว.

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการได้ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 3 และสามารถผลิตนักศึกษาที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ระบบได้แล้วจำนวน 1,300 คน คิดเป็นสัดส่วนความสำเร็จเกือบ 70% ของเป้าหมายระยะแรกที่ตั้งไว้ 2,000 คน ความสำเร็จนี้เป็นฐานรากสำคัญที่นำไปสู่การริเริ่มโครงการขยายผล (Expanded AI Sandbox Initiative) โดยร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับเป้าหมายการผลิต “ผู้มีความสามารถพิเศษด้าน AI” (AI Talents) ให้ได้กว่า 17,000 คน ในระยะต่อไป พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาทักษะให้กับผู้ประกอบวิชาชีพอีกจำนวนหลายหมื่นราย เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ (National AI Strategy)

การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สมบูรณ์ เปิดโอกาสให้นักวิจัย สตาร์ตอัป หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม สามารถเข้ามาทดสอบ ปรับปรุง และประยุกต์ใช้นวัตกรรม AI ได้อย่างปลอดภัย (Safely Test) และมีความรับผิดชอบ (Responsibly) ในระดับที่สามารถขยายผลได้จริง (At Scale)

นวัตกรรมที่จับต้องได้ใน 6 มิติสำคัญ

ภายในงาน AI Innovation Summit 2025 ยังมีการจัดแสดงนวัตกรรม AI ที่ใช้งานจริง (Real-world AI Innovations) กว่า 30 รายการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาในบริบทต่างๆ โดยครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านสุขภาพ (Health), ความมั่นคง (Security), ความยั่งยืน (Sustainability), โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (Cloud Infrastructure), ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และการศึกษา (Education) การนำเสนอนวัตกรรมเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า AI ได้กลายเป็นโซลูชันที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนามธรรม

ความพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับภูมิภาค

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวสรุปว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ ณ จุดเปลี่ยนที่สำคัญ (Turning Point) ด้วยความพร้อมในองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความร่วมมือที่เข้มแข็ง (Collaboration) การมีบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent) และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ (Infrastructure) ปัจจัยเหล่านี้คือจุดแข็งที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม AI” (AI Innovation Hub) ของภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล งานประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัด (Endless Possibilities) เพื่อสร้างอนาคตที่เทคโนโลยีและมนุษย์จะเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

SAMART ประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงิน 200 ล้านบาท มั่นใจศักยภาพการเติบโตสูง

ประธาน FTI ชู ‘4 Go’ ดัน AI-Digital กู้วิกฤติ ‘รถติดหล่ม’

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar