สังคมผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อประเทศญี่ปุ่นได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดไปแล้ว ประเด็นนี้ได้รับการนำเสนออย่างน่าสนใจโดย ทาเคโอะ โอกาวะ ศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งมหาวิทยาลัยคิวชู และประธานโครงการ FUKUOKA 100 ที่ได้กล่าวเตือนถึงสถานการณ์นี้ไว้ว่า คาดว่าในอีกยี่สิบห้าปีข้างหน้า ประเทศไทยก็จะมีสภาพโครงสร้างประชากรแบบเดียวกับประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ เมืองฟุกุโอกะจึงได้ริเริ่มโครงการระดับเมืองเพื่อรองรับยุคชีวิตอายุยืนหนึ่งร้อยปีอย่างเป็นรูปธรรม
จุดเปลี่ยนโครงสร้างประชากรสู่ความท้าทายของวัยทำงาน
ภาพรวมประชากรของญี่ปุ่นและหลายประเทศทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่ทิศทางเดียวกัน คือจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันญี่ปุ่นถือเป็นประเทศแนวหน้าในเรื่องนี้ โดยพบว่าจำนวนผู้ที่มีอายุเกินหนึ่งร้อยปีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเพศหญิง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอายุยืนยาวมาจากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การพัฒนาโภชนาการ การศึกษา สภาพการทำงาน และการรักษาความสงบสุขในประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือจำนวนผู้เกษียณอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังคงมีความพิการหลงเหลือจากอาการเจ็บป่วยในอดีตก็มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของสังคมญี่ปุ่นเกิดขึ้นในปี 1995 ซึ่งเป็นปีที่อัตราส่วนของเด็กเริ่มลดลง สวนทางกับอัตราส่วนของผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไปที่พุ่งทะยานสูงขึ้น โครงสร้างที่เปลี่ยนไปนี้ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานต้องแบกรับภาระทางสังคมในการสนับสนุนระบบบำนาญและสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนระบบประกันสังคมที่เคยมีมาเริ่มเสียสมดุล
ถอดรหัสกลยุทธ์ “พลัง3 ประการ” และ “แนวคิด 1.5”
การแก้ปัญหาเริ่มต้นจากการสร้างพื้นที่นำร่องที่เรียกว่า Island City ซึ่งเป็นเมืองที่สร้างขึ้นจากการถมทะเลเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ภายใต้แนวคิดเมืองอนาคตสุขภาพ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาอยู่อาศัยในระยะยาวตลอดชีวิต
ปัจจุบันพื้นที่นี้กลายเป็นชุมชนที่มีความพร้อมระดับสูง มีทั้งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ โรงพยาบาลเด็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการดึงศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและมหาวิทยาลัยที่สอนผ่านระบบออนไลน์เข้ามาตั้งในพื้นที่ จนได้รับการยอมรับให้เข้าร่วมเป็นเมืองสุขภาพขององค์การอนามัยโลก
แต่เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองฟุกุโอกะยังมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่หนาแน่นและเข้าสู่ภาวะสูงวัยอย่างรวดเร็ว ในปี 2014 จึงได้เกิดการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ โดยมุ่งเน้นการดึงพลังสามประการ ได้แก่ การใช้จุดแข็งของเมืองฟุกุโอกะเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวก การผลักดันแนวคิดใหม่ที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเดิม และการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม นำไปสู่การตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อรับมือกับทศวรรษที่ 2040 ด้วยแนวคิด 1.5 คือการตั้งเป้าลดความต้องการด้านการดูแลลงให้เหลือสองในสาม และเพิ่มศักยภาพการรองรับให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า
“Fukuoka 100” กับเจ็ดเสาหลักเพื่อคุณภาพชีวิต
จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ในปี 2017 เมืองจึงได้เปิดตัวโครงการ Fukuoka 100 โดยคุณทาเคโอะได้อธิบายเจตนารมณ์ของโครงการนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวเข้าสู่ยุคอายุยืนหนึ่งร้อยปีด้วยสุขภาพที่แข็งแรงและอยู่ในสังคมที่มีความสุข
“เราจึงอยากให้ทุกคนมาร่วมกันระดมหนึ่งร้อยแนวคิด เพื่อทำให้ชีวิตในวัยหนึ่งร้อยปีมีความน่าสนุกมากยิ่งขึ้น”
โครงการนี้ขับเคลื่อนผ่านเสาหลัก 7 ประการ เริ่มตั้งแต่ การให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม การก้าวข้ามข้อจำกัดของระบบบริการต่าง ๆ ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลแบบเปิดเพื่อพัฒนาศูนย์กลางด้านสุขภาพ และการผลักดันบริการทางการแพทย์ในยุคดิจิทัลด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างเมืองที่ทุกคนสนุกกับการมีสุขภาพดี โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการผ่านโครงการ Living Lab ซึ่งมีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น การร่วมมือกับบริษัททำที่นอนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพแรงงาน รวมไปถึงการเชื่อมโยงคนหลากหลายวัยเข้าด้วยกันเช่นการสนับสนุนให้คนในวัยหกสิบปีได้มีโอกาสทำงานต่อไป การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการดูแลผู้สูงอายุ และการส่งเสริมความเป็นสากลของระบบการดูแล
มหานครแห่งความเข้าใจเป็นมิตรกับผู้ป่วยสมองเสื่อม
ประเด็นที่ฟุกุโอกะให้ความสำคัญอย่างโดดเด่นคือการดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม โครงการ Fukuoka 100 ได้นำแนวคิด Humanitude จากประเทศฝรั่งเศสเข้ามาปรับใช้ ซึ่งเป็นเทคนิคการดูแลอย่างอ่อนโยนผ่านทักษะทางร่างกาย เช่น การสบตา การพูดคุย การสัมผัส และท่าทางการยืน วิธีนี้ไม่เพียงทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้าของผู้ดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการจัดตั้งศูนย์ Dementia Friendly Center ที่นำเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงมาให้คนทั่วไปได้จำลองประสบการณ์เพื่อทำความเข้าใจมุมมองของผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม รวมถึงมีการผลักดันการออกแบบสถานที่สาธารณะแบบ Universal Design ที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้เริ่มมีภาวะสมองเสื่อม จนได้รับรางวัลรับรองระดับทองจากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ
สำหรับผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมที่อายุยังน้อยและยังมีความต้องการทำงาน เมืองได้ร่วมมือกับภาคธุรกิจที่ขึ้นทะเบียนเป็นพันธมิตรสีส้มเพื่อสร้างสถานที่ทำงานที่เหมาะสมและรองรับบุคคลกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ความมุ่งมั่นเหล่านี้ทำให้เมืองฟุกุโอกะได้รับเลือกเป็นหนึ่งในห้าสิบเมืองชั้นนำจากทั่วโลก ในโครงการ Mayors Challenge 2025 อีกด้วย
โครงข่ายที่ปรึกษารองรับวิกฤติผู้สูงอายุอยู่ลำพัง
แม้จะมีการเตรียมการอย่างรอบด้าน แต่เมืองฟุกุโอกะยังมีจุดท้าทายสำคัญคือ สัดส่วนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวมีจำนวนค่อนข้างมาก และคาดการณ์ว่าในปี 2040 ตัวเลขผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2015
“เราจำเป็นต้องเปลี่ยนกระบวนการทางความคิดใหม่ เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่า ไม่ว่าจะมีอายุเท่าใดหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน เราก็ยังสามารถท้าทายกับสิ่งใหม่และสนุกกับการใช้ชีวิตต่อไปได้เสมอ”
เพื่อรองรับปัญหานี้ เมืองฟุกุโอกะได้พัฒนาระบบให้คำปรึกษาที่เข้าถึงง่ายและตรงจุด ประกอบด้วยศูนย์ Fukuoka 100 Plaza ที่กระจายอยู่ 7 แห่งทั่วเมืองเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการหาเพื่อนและทำกิจกรรมร่วมกัน ศูนย์ Silver Human Resources Center หนึ่งแห่งสำหรับผู้ที่ต้องการหางานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้มีรายได้ และ Iki-iki Center Fukuoka ที่มีถึงห้าสิบเจ็ดแห่งทั่วเมือง เพื่อเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากพยาบาลวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ และผู้จัดการการดูแล เมื่อถึงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Nutriflow ชู ‘Adaptive Flow’ นวัตกรรมอาหารแพทย์แก้โจทย์ ‘กลืนลำบาก’ ในผู้สูงวัย
Future Food: กินอร่อย อายุยืน และวิธีลดขยะอาหารกู้โลก



