ซัมซุง ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ Galaxy S26 Ultra และหูฟัง Galaxy Buds 4 ซีรีส์ นำเสนอหน้าจอ Privacy Display ที่ป้องกันการแอบมองได้รอบทิศทางเป็นครั้งแรก ควบคู่กับฟีเจอร์ Galaxy AI ที่พัฒนาต่อยอดจากข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ชาวไทย ตั้งแต่การช่วย “นัด” ผ่านแอปพลิเคชันสนทนา ไปจนถึงการแต่งภาพด้วยคำสั่งภาษาไทย พร้อมเผยโปรโมชันพรีออเดอร์ส่วนลดสูงสุด 17,000 บาท (จากการอัปเกรดความจุ 2 เท่าและเก่าแลกใหม่) โดยเปิดให้สั่งจองระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคม 2569
ซัมซุงเปิดเผยว่าอัตราการใช้งาน Galaxy AI ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 24% แต่ในประเทศไทยพุ่งสูงถึง 30% และหากเป็นกลุ่มผู้ชม STV ในไทยจะสูงถึง 36% ฟีเจอร์ AI รองรับภาษาไทยเกือบทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว
ฟีเจอร์ที่คนทั่วโลกนิยมใช้คือ Circle to Search การแปลภาษา และการแต่งรูป แต่สำหรับคนไทยจะเน้นความสนุกเป็นพิเศษ เช่น การแต่งรูปสร้างซิกแพค หรือการแปลภาษาให้ออกมาเป็นสไตล์หนุ่มเกาหลีและหนุ่มญี่ปุ่น
Circle to Search เวอร์ชันใหม่นี้ รองรับพฤติกรรมคนไทยที่ชอบหาสินค้า เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าจากรูปภาพหรือวิดีโอใน Instagram โดย AI จะช่วยค้นหาบุคคลและสินค้านั้นโดยอัตโนมัติ
Galaxy AI กับฟีเจอร์ “นัด” ผู้ช่วยจัดการตารางอัจฉริยะ
ฟีเจอร์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ใช้ชาวไทย คือฟีเจอร์ “นัด” (N) ผู้ช่วยจัดการและนับตารางนัดหมายอัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้สนทนาผ่านแอปพลิเคชัน Line หรือ Instagram เป็นภาษาไทย หากมีผู้ชวนไปรับประทานอาหาร ฟีเจอร์นี้จะตรวจสอบตารางใน Samsung Calendar โดยอัตโนมัติ และแสดงคำแนะนำการตอบกลับบนหน้าจอทันทีว่าผู้ใช้มีเวลาว่างหรือไม่ โดยไม่ต้องสลับหน้าแอปพลิเคชัน
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวยังสามารถส่งรูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ และสถานที่ลงในแอปพลิเคชันสนทนาได้โดยไม่ต้องเปิด Google Maps โดย AI สามารถวิเคราะห์และเลือกรูปภาพที่เกี่ยวข้องส่งให้โดยอัตโนมัติ เช่น หากมีการขอรูปตึก AI จะทราบว่าควรดึงรูปใดมาส่งให้
พร้อมกันนี้ ซัมซุงยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ Call Reading ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถให้ AI รับสายโทรศัพท์แทนได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกรับสายหรือต้องการป้องกันมิจฉาชีพ โดยผู้ใช้ไม่ต้องออกเสียงพูดเอง
นอกจากนี้ ซัมซุงยังเปิดตัวพาร์ตเนอร์ AI รายใหม่อย่าง Perplexity เข้ามาเสริมการทำงานร่วมกับ Gemini โดยเปรียบเทียบว่า Google Gemini เป็นเหมือน Creative Agency ที่เก่งด้านการคิดไอเดีย ส่วน Perplexity เป็นเหมือนอาจารย์ที่มีข้อมูลแม่นยำ พร้อมเว็บไซต์อ้างอิงที่ชัดเจนและไม่มีข้อมูลที่ AI คิดหลอกขึ้นมาเอง ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการในเครื่อง
จอ Privacy Display ป้องกันการแอบมอง

เทคโนโลยีหลักที่ถูกนำเสนอคือจอ Privacy Display หรือหน้าจอกันแอบมอง ซึ่งซัมซุงพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกด้วยการผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดระบบกันคนมองรอบทิศทางได้ตลอดเวลา หรืออาจเรียกติดตลกได้ว่าเป็นหน้าจอ “อวสารสายเผือก”
ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ระบบนี้เฉพาะบางแอปพลิเคชัน เช่น เปิดระบบป้องกันการแอบมองขณะใช้ Facebook แต่ดู YouTube ในโหมดปกติ หรือตั้งค่าให้กันเฉพาะพื้นที่ส่วนแสดงการแจ้งเตือนบริเวณด้านบนจอ
เทคโนโลยีนี้ทำงานด้วยหลักการ Narrow pixel ที่ทำงานสลับกับพิกเซลปกติ โดยหากจอเสียหาย ค่าซ่อมจะเพิ่มขึ้นจากจอปกติไม่เกิน 5%
ชิปประมวลผล 2 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก
Galaxy S26 Plus เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ชิปเซ็ตขนาด 2 นาโนเมตร รุ่น Exynos 2006 ซึ่งซัมซุงผลิตเองในโรงงานของบริษัท ส่งผลให้การประมวลผล AI เช่น การแต่งรูป การแปลภาษา หรือการแปลงเสียงเป็นข้อความ ทำได้เร็วขึ้น 2 เท่าด้วย GPU และ NPU ที่พัฒนาขึ้น
ตัวเครื่อง Galaxy S26 Ultra มีความบาง 7.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 214 กรัม ถือเป็นรุ่น S Ultra ที่บางและเบาที่สุดนับตั้งแต่ Galaxy S20 ระบบระบายความร้อนได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในประเทศไทย รองรับการชาร์จเร็ว 60 วัตต์ และการชาร์จไร้สาย 25 วัตต์
หน้าจอแสดงผลซัมซุงผลิตเองและอัปเกรดเป็น 10-bit เพิ่มเม็ดสีขึ้น 64 เท่า เพื่อแก้ปัญหาภาพเป็นเส้นริ้ว พร้อมฟีเจอร์ AI Pro Scaler ที่ช่วยอัปสเกลภาพให้มีความชัดเจนมากขึ้น
กล้องและฟีเจอร์ Photo Assist
Galaxy S26 Ultra อัปเกรดเลนส์หลักให้มีค่า F 1.4 และเลนส์ 5X มีค่า F 2.9 ค่ารูรับแสงที่น้อยลงช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนและภาพบุคคลมีความชัดเจนมากขึ้น หน้าชัดหลังละลาย และถ่ายวิดีโอกลางคืนได้โดยไม่มี Noise
สำหรับ Content Creator มีระบบปรับแต่งสี 4 รูปแบบในเครื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันอื่น สายโปรสามารถใช้ AV1 Codec ได้เป็นครั้งแรก ถ่ายวิดีโอสูงสุดระดับ 8K และบันทึกออกอุปกรณ์ภายนอก
กล้องมีระบบ Horizontal Lock ที่ช่วยรักษาระดับขอบฟ้าให้ตรงตลอดเวลา แม้ผู้ถ่ายจะเอียงเครื่องหรือหมุน 360 องศา ผู้บรรยายระบุว่าแม้ผู้ถ่ายจะตีลังกา ภาพวิดีโอที่ออกมาก็จะยังคงถูกล็อกให้อยู่ในแนวระนาบเดิม
ฟีเจอร์ Photo Assist สามารถแต่งรูปด้วยคำสั่งเสียงหรือพิมพ์ข้อความภาษาไทย เช่น สั่งให้เค้กที่แหว่งกลับมาเต็มก้อน เปลี่ยนท้องฟ้าให้มีแดด เปลี่ยนฤดูเป็นหิมะตก สร้างซิกแพค จุดพลุตอนกลางคืน เปลี่ยนรถยนต์ธรรมดาเป็นเฟอร์รารี่ หรือนำสุนัขในรูปมาเป็นของตนเอง ผู้บรรยายระบุว่าสามารถสั่งให้ดาราดังมายืนข้าง ๆ ในรูปก็ได้
การใช้เวลาประมวลผลสำหรับฟีเจอร์นี้ไม่เกิน 10 วินาที ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ต ระบบมีลายน้ำป้องกันและสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นเนื้อหาที่สร้างจาก AI และผู้ใช้สามารถวงเพื่อจำกัดจุดที่ต้องการแก้ไข
Galaxy Buds 4 Series ดีไซน์ใหม่และระบบเสียง

Galaxy Buds 4 และ Buds 4 Pro มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ด้านคุณภาพเสียง ดีไซน์ และฟีเจอร์อัจฉริยะ
รุ่น Pro มาพร้อมลำโพงคู่ มีหน้าลำโพงขนาดใหญ่ขึ้นเกือบ 20% แบบไร้ขอบ โดยมี Tweeter ขับเสียงแหลม และ Woofer ขับเสียงเบส พร้อม Adaptive Equalizer ปรับจูนในย่านความถี่ 2 kHz ซึ่งเป็นย่านเสียงคนร้อง ช่วยให้เสียงนักร้องคมชัด ไม่จมหาย โดยเป็นการเพิ่มสเปกขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่น Buds 3 Pro ที่ทำได้เพียง 1 kHz
ระบบตัดเสียงรบกวนใช้ AI ทำงานร่วมกับไมโครโฟน 3 ตัว ประเมินเสียงและปรับคลื่นเสียงให้เหมาะกับสรีระและการสวมใส่ของแต่ละบุคคล
ก้านหูฟังทำจากวัสดุ Metal Blade ออกแบบโดยอิงข้อมูลหูมนุษย์กว่า 100 ล้านจุด และมีรอยเว้าที่ก้านเพื่อให้สัมผัสสั่งงานได้แม่นยำ กล่องชาร์จได้รับการออกแบบให้มีฝาใสด้านบน
ฟีเจอร์ Galaxy AI ในหูฟังช่วยปรับแต่งเสียงและการตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ รองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ 22 ภาษา และรองรับการเรียกใช้งาน Gemini มีระบบ Motion Control ให้ผู้ใช้พยักหน้าเพื่อรับสาย หรือส่ายหัวเพื่อตัดสายโทรศัพท์
Galaxy Buds 4 Pro ราคา 7,990 บาท มีสีขาว ดำ และ Pink Gold โดยสีชมพูขายเฉพาะออนไลน์ ส่วน Galaxy Buds 4 ราคา 5,990 บาท มีสีขาวและดำ
ราคา Galaxy S26 Ultra
ซัมซุงประกาศราคาจำหน่าย Galaxy S26 Ultra ทั้ง 3 รุ่น โดย
- Galaxy S26 รุ่นความจุ 12/256GB ราคา 33,900 บาท รุ่น 12/512GB ราคา 41,900 บาท ส่วน
- Galaxy S26 Plus รุ่นความจุ 12/256GB ราคา 40,900 บาท รุ่น 12/512GB ราคา 48,900 บาท
- Galaxy S26 Ultra รุ่นความจุ 12/256GB ราคา 46,900 บาท รุ่น 12/512GB ราคา 54,900 บาท และรุ่น 16/1TB ราคา 66,900 บาท
Galaxy S26 Ultra มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ ม่วง ฟ้า ดำ ขาว วางขายทั่วไป และสีพิเศษ Silver Shadow กับ Pink Gold เฉพาะช่องทางของซัมซุง
โปรโมชันพรีออเดอร์
ซัมซุงเปิดให้พรีออเดอร์ Galaxy S26 Series และ Galaxy Buds 4 Series ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ซัมซุง, แอปพลิเคชัน Samsung Shop และ Samsung Experience Store รวมถึงร้านค้าที่ร่วมรายการ
สำหรับ Galaxy S26 Ultra รับโปรแรง 3 ต่อ รวมมูลค่าสูงสุด 17,000 บาท ได้แก่:
- ต่อที่ 1: ฟรี อัปเกรดความจุเป็น 2 เท่า มูลค่าสูงสุด 12,000 บาท
- ต่อที่ 2: ลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท เมื่อนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่
- ต่อที่ 3: รับส่วนลด 30% เพื่อแลกซื้อ Galaxy Watch หรือ Galaxy Buds ในคำสั่งซื้อเดียวกัน
นอกจากนี้ เมื่อสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ซัมซุงแบบผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต จะได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10% (สีธรรมดา 8% สีพิเศษ 10%) และหากมี Samsung Rewards สามารถใช้ 1,000 คะแนน แลกเป็นส่วนลดเพิ่มได้อีก 3,000 บาท (พิเศษ! จอง 3 วันแรก 26-28 ก.พ. รับฟรี Adapter 60W มูลค่า 1,490 บาท)
ส่วนการพรีออเดอร์ Galaxy Buds 4 Series ผ่านช่องทางออนไลน์ จะได้รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อเดี่ยว และส่วนลด 30% เมื่อซื้อคู่กับสมาร์ตโฟน Galaxy S26 Series โดยต้องกรอกโค้ด WEARPO ก่อนชำระเงิน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
โซนี่เปิดตัว WF-1000XM6 หูฟังเรือธงรุ่นใหม่ ชูระบบตัดเสียงดีขึ้น 25% รองรับ Gemini AI
CCIB ผนึก KBTG-Samsung ตีแผ่กลโกง ‘บัญชีม้านิติบุคคล’ ชู Security by Default รับมือภัย AI-Quantum



