โซนี่ ไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดหูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน เปิดตัว WF-1000XM6 รุ่นเรือธงใหม่ล่าสุดในตระกูล 1000X Series ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ชูจุดเด่นการปรับจูนเสียงร่วมกับทีมซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับรางวัลแกรมมี และระบบตัดเสียงรบกวนที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายตลอดวัน และรองรับการใช้งาน Google Gemini
หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “โซนี่มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการถ่ายทอดสารและห้วงอารมณ์จากครีเอเตอร์ ไม่เพียงแต่ช่างภาพเท่านั้น แต่รวมถึงครีเอเตอร์ในทุก ๆ ด้าน ซึ่งรวมถึงผู้สร้างเสียงดนตรีด้วย เราตั้งใจให้เทคโนโลยีช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ สร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าด้านความบันเทิง”
“หูฟัง WF-1000XM6 โดดเด่นทั้งเรื่องคุณภาพเสียงที่ถูกจูนมาจากคนทำเพลงมืออาชีพระดับโลก และการตัดเสียงรบกวนนี้ จะทำให้ผู้ใช้ได้รับรู้และเข้าถึงทุกห้วงอารมณ์ที่คนทำเพลงตั้งใจรังสรรค์มาเป็นอย่างดี แม้จะถูกซ่อนอยู่ในโน้ตเล็ก ๆ ก็ตาม” คุณหนิง เฉิน กล่าว
เสียงที่ผ่านการปรุงแต่งโดยผู้ชนะรางวัลแกรมมี
ความพิเศษของ WF-1000XM6 คือการที่โซนี่ร่วมมือกับวิศวกรเสียงชั้นนำ ในการปรับจูนเสียงอย่างพิถีพิถัน
ทีมวิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลังการปรับจูนเสียงในรุ่นนี้ นำโดย Randy Merrill (Sterling Sound) ผู้อยู่เบื้องหลัง ผลงานของ Ed Sheeran,Chris Gehringer (Sterling Sound) ผู้เคยร่วมงานกับ Rihanna และ Lady Gaga, Mike Piacentini (Battery Studios) ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงของ Bob Dylan และ Michael Romanowski (Coast Mastering) ผู้มีผลงานร่วมกับ Alicia Keys รวมถึงเพลงประกอบซาวด์แทร็กระดับตำนานอย่าง Star Wars ภาค 4, 5 และ 6
ทั้ง 4 ท่านคือทีมวิศวกรเสียงระดับรางวัลแกรมมี่ ทั้งผู้ชนะและผู้เข้าชิง ที่โซนี่ดึงมาร่วมให้คำแนะนำในการออกแบบเสียงของ WF-1000XM6 เพื่อให้หูฟังรุ่นนี้สามารถถ่ายทอดเสียงได้อย่างที่ศิลปินต้องการอย่างแท้จริง ทั้งความลึก รายละเอียด และอารมณ์ของเสียงที่ซื่อตรงต่อจินตนาการต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์ผลงาน
เมื่อศิลปินตัวจริงยืนยันด้วยตัวเอง

ภายในงานเปิดตัว โซนี่เชิญ วี วิโอเลต วอเทียร์ ศิลปินและนักร้องเจ้าของผลงานเพลง “ระวังเสียใจ” ขึ้นเวทีเพื่อแชร์ประสบการณ์การใช้งาน WF-1000XM6 ในฐานะผู้ใช้งานจริง
วี วิโอเลต กล่าวว่า หูฟัง WF-1000XM6 ถูกสร้างมาเพื่อถ่ายทอดทุกอย่างที่ศิลปินต้องการ ในฐานะนักดนตรี การที่หูฟังรุ่นนี้ได้รับการปรับจูนเสียงโดยซาวด์เอนจิเนียร์ชั้นนำ โดยเฉพาะจาก Sterling Sound ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ทำงานให้กับศิลปินคนโปรดอย่าง John Mayer ทำให้มั่นใจในคุณภาพเสียง
“เวลาทำเพลง มักจะซ่อนรายละเอียดเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ ซึ่งหูฟังทั่วไปอาจจะให้เสียงที่แบน แต่หูฟังรุ่นนี้ให้สีสันครบถ้วน ดึงรายละเอียดเสียงออกมาได้ชัดเจน”
วี วิโอเลตยังมีเทคนิคการปรับ EQ ส่วนตัว โดยใช้พรีเซ็ต “Clear” และดึงย่านเสียงสูงขึ้นมาเล็กน้อยเวลาออกไปข้างนอก เพื่อให้เสียงดนตรีและรายละเอียดยังคงชัดเจนแม้มีเสียงรกบวนรอบข้าง
เมื่อพูดถึงระบบเสียง 360 Reality Audio คุณวี วิโอเลตยอมรับว่า ให้ความรู้สึกเหมือนมีเสียงโอบล้อมรอบตัว 360 องศา รู้ว่าเสียงดนตรีชิ้นไหนมาจากด้านหน้าหรือด้านหลัง และเชิญชวนให้ผู้สนใจลองฟังเพลง “ระวังเสียใจ” ของเธอในโหมดนี้ เนื่องจากเพลงดังกล่าวถูกบันทึกเสียงมาเพื่อรองรับระบบ 360 Reality Audio โดยเฉพาะ
ด้านฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน คุณวี วิโอเลตเปิดระบบ Noise Cancelling ไว้แทบตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบิน ฟีเจอร์นี้ช่วยตัดเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงเด็กร้องไห้ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบฟีเจอร์ Adaptive Sound Control ในด้านความปลอดภัย เพราะเมื่อนั่งทำงานในคาเฟ่ระบบจะตัดเสียงรบกวนให้ แต่พอเดินออกไปที่ถนน ระบบจะตรวจจับการเคลื่อนไหวและปรับเปลี่ยนโหมดอัตโนมัติให้ได้ยินเสียงรอบข้าง เพื่อให้รับรู้ถึงเสียงรถและสภาพแวดล้อม
ในส่วนของการสวมใส่ หูฟังรุ่นนี้ใส่แล้วฟิตพอดีกับหูจนบางครั้งลืมไปเลยว่าสวมใส่อยู่ พร้อมชื่นชอบจุกหูฟัง Memory Foam ที่มีให้เลือกหลายไซส์ตั้งแต่ XS ถึง L ซึ่งช่วยให้เข้ากับสรีระหูของแต่ละคนได้อย่างพอดีและแนบสนิทขึ้น รวมถึงดีไซน์เคสแบบใหม่ที่ตั้งได้และมีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบใช้กระเป๋าใบเล็ก และพื้นผิวแบบด้าน (Matte) ที่ดูสะอาด ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือ สำหรับสีที่เลือกใช้ วี วิโอเลตเลือกสี Platinum Silver เพราะเข้าเซ็ตกับหูฟังแบบครอบหูรุ่นเดิมที่เธอมีอยู่
ขุมพลังตัดเสียงรบกวนที่เหนือกว่า 25%
ณิชภูมิ เอื้อสกุลเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องเสียงและความบันเทิงส่วนบุคคล บริษัท โซนี่ ไทย จำกัดกล่าวถึงพัฒนาการของรุ่นนี้ว่า “WF-1000XM6 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับทั้งคุณภาพเสียงและประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ โดยอิงจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงในรุ่นก่อนหน้า”
ตัวเลขสำคัญที่เขากล่าวถึงคือประสิทธิภาพการตัดเสียงรกบวนที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิม 25% โดยเฉพาะการตัดเสียงรบกวนย่านกลางถึงสูง ซึ่งเป็นย่านที่พบเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงพูดคุย เสียงยานพาหนะ หรือเสียงในร้านคาเฟ่ ที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
เบื้องหลังประสิทธิภาพนี้มาจากชิปประมวลผล HD Noise Cancelling Processor QN3e ที่ควบคุมการทำงานของไมโครโฟนเพื่อการตัดเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ โดย WF-1000XM6 มีไมโครโฟนถึง 4 ตัวต่อข้าง รวม 8 ตัว ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนที่มี 3 ตัวต่อข้าง ทำให้การเก็บเสียงรบกวนทำได้ครอบคลุมทั้งย่านเสียงต่ำและย่านเสียงกลางถึงสูง
ขณะเดียวกันยังขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลอัจฉริยะ Integrated Processor V2 มาพร้อมระบบ Adaptive Noise Cancelling Optimiser ที่สามารถวิเคราะห์เสียงรกบวนภายนอกและสภาพการสวมใส่ได้แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้การตัดเสียงรบกวนมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังได้รับการปรับปรุงให้สามารถลดเสียงรบกวนที่อาจเล็ดลอดผ่านช่องว่างระหว่างจุกหูฟังและรูหูได้ดียิ่งขึ้น โดยปรับให้เหมาะกับรูปทรงหูเฉพาะบุคคลของผู้ใช้แต่ละคน
นอกจากนี้ WF-1000XM6 ยังมาพร้อมกับจุกหูฟัง Noise Isolation Earbud Tips ซึ่งออกแบบเฉพาะโดยโซนี่ เพื่อมอบความสบายขณะสวมใส่ ควบคู่กับการป้องกันเสียงรบกวนในระดับสูงสุด โดยมีให้เลือกถึง 4 ขนาด เพื่อความพอดีที่กระชับในทุกรูปทรงของใบหู
ไดรฟ์เวอร์ใหม่ถูกออกแบบเพื่อเสียงระดับสตูดิโอ
คุณภาพเสียงของ WF-1000XM6 ไม่ได้มาจากการจูนอย่างเดียว แต่ยังมาจากการพัฒนาฮาร์ดแวร์ครั้งสำคัญ โซนี่ได้ออกแบบไดรเวอร์ยูนิตใหม่สำหรับรุ่นนี้ ด้วยโครงสร้างไดอะแฟรมพิเศษที่ผสมผสานวัสดุที่แตกต่างกันระหว่างส่วนโดมและขอบ
ขอบที่ถูกออกแบบให้มีความนุ่มช่วยสร้างเสียงเบสลึกและเต็มอิ่ม ในขณะที่โดมที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ช่วยให้เสียงแหลมชัดเจนและครอบคลุมย่านความถี่สูงได้มากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการประมวลผลสัญญาณไปจนถึงการส่งเสียงออกมา ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้มีความแม่นยำสูง ลดความเพี้ยนของเสียง และถ่ายทอดเสียงคุณภาพสูงได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีการเพิ่มรอยบากพิเศษที่ขอบไดอะแฟรม เพื่อช่วยให้เสียงที่ได้มีความชัดเจน
WF-1000XM6 ยังรองรับ Hi-Res Audio Wireless เทคโนโลยี DSEE Extreme ที่ใช้ AI ฟื้นฟูคุณภาพเสียงที่ถูกบีบอัดให้ดีขึ้น ระบบเสียง 360 Reality Audio พร้อมฟีเจอร์ Headtracking การปรับแต่งเสียงได้ 10 Band EQ ผ่านแอปพลิเคชัน Sony Sound Connect รวมถึงฟีเจอร์ Background Music Effect
คุณภาพเสียงสนทนาที่ดีที่สุดจากโซนี่
คุณณิชภูมิกล่าวถึงอีกหนึ่งจุดเด่นที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือคุณภาพการสนทนา “ปกติแล้วคนใช้หูฟังมักใช้เพื่อประชุมออนไลน์และคุยโทรศัพท์ คุณภาพไมค์สำหรับการสนทนาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งไมค์ของรุ่นนี้ให้เสียงชัดที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า”
WF-1000XM6 มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว และเซ็นเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูก (Bone Conduction Sensor) ในแต่ละข้าง โดยใช้เทคโนโลยีอัลกอริทึมลดเสียงรบกวนแบบ AI Beamforming ชั้นสูง เพื่อแยกเสียงพูดของผู้ใช้งาน แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง หรือมีผู้คนพูดคุยอยู่รอบข้าง ระบบจะสามารถแยกเสียงของผู้ใช้งานออกจากเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงอย่างชัดเจนตลอดการสนทนา รวมถึงมีโครงสร้างการออกแบบที่ช่วยลดเสียงลมปะทะ
ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ บางลง 11% และรองรับ Google Gemini
หนึ่งในข้อร้องเรียนของผู้ใช้หูฟัง True Wireless คือความไม่สบายเมื่อสวมใส่เป็นเวลานาน โซนี่จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์โดยยึดหลักสรีรศาสตร์เป็นสำคัญ ในรุ่น WF-1000XM6 ตัวหูฟังถูกออกแบบให้โค้งรับกับสรีระภายในของใบหูอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดแรงกดทับและความรู้สึกอึดอัด
ขนาดตัวเครื่องบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าราว 11% ช่วยลดการเสียดสีกับบริเวณโครงสร้างซับซ้อนของใบหู ทำให้สามารถสวมใส่ได้อย่างสบายแม้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างระบายอากาศที่ได้รับการออกแบบใหม่ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในตัวหูฟัง ลดเสียงรบกวนภายใน เช่น เสียงฝีเท้าหรือเสียงเคี้ยวอาหาร
ด้านวัสดุและสีสันได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยพื้นผิว Premium Matte Texture ที่ให้สัมผัสเรียบหรู โดยสีดำถ่ายทอดความหรูหราแบบ Quiet Luxury ด้วยโทนสีลุ่มลึกและผิวสัมผัสแมตต์ที่ดูสุขุม ทันสมัย ขณะที่สีแพลตตินัมซิลเวอร์ให้ความรู้สึกเบาสบาย นอกจากนี้วัสดุและดีไซน์ของเคสก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เปิดใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้ใช้เพียงมือเดียว และออกแบบให้หยิบหูฟังออกมาได้สะดวกกว่าที่เคย
WF-1000XM6 ยังคงรวมฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานชื่นชอบจากรุ่นก่อนหน้าไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Auto Play และ Adaptive Sound Control ที่ช่วยปรับเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ฟีเจอร์ Quick Access สำหรับเรียกใช้งานด่วน รวมถึงฟีเจอร์ Wearing Detection ที่ตรวจจับว่าผู้ใช้กำลังสวมใส่หูฟังอยู่หรือไม่
ณิชภูมิกล่าวถึงเทรนด์การใช้งานในปัจจุบันว่า “ปัจจุบันเทรนด์การใช้ AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวเพิ่มขึ้น WF-1000XM6 ก็รองรับการใช้งาน Google Gemini อีกด้วย ทำให้หูฟังรุ่นนี้ครบเครื่องทั้งด้านคุณภาพและการเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว”
การรองรับ Google Gemini ทำให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลง เชื่อมต่อกับเพื่อน รับการแจ้งเตือน หรือพูดคุยกับ Gemini Live เพื่อแชร์ไอเดีย เพิ่มรายการใน Google Keep หรือจัดตารางใน Google Calendar ได้โดยไม่ต้องแตะโทรศัพท์
เสถียรภาพการเชื่อมต่อและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ทั้งวัน
อีกหนึ่งปัญหาของหูฟังไร้สายที่หลายคนพบคือสัญญาณขาดหาย โดยเฉพาะในพื้นที่แออัด โซนี่แก้ปัญหานี้ด้วยการพัฒนาเสาสัญญาณให้มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ควบคู่กับอัลกอริทึมขั้นสูง ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่อได้มากยิ่งขึ้น
WF-1000XM6 รองรับเทคโนโลยี LE Audio ซึ่งเป็น Bluetooth รุ่นถัดไปที่มาพร้อมค่าหน่วงต่ำพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกม หรือการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำแบบเรียลไทม์ รวมถึงรองรับ Multipoint Connection ที่สามารถเชื่อมต่อสลับอุปกรณ์ระหว่างโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ได้อย่างราบรื่น
ในส่วนของแบตเตอรี่ WF-1000XM6 สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุดถึง 24 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด อีกทั้งยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยี Qi เพื่อความสะดวกสูงสุด ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือระหว่างเดินทาง และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว เพียงชาร์จ 5 นาที ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ตัวหูฟังยังมีมาตรฐานกันน้ำที่สามารถใส่วิ่งและกันเหงื่อได้
ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน
ในยุคที่ประเด็นสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสินค้าของผู้บริโภค โซนี่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ WF-1000XM6 ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ โดยเลือกใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิลแบบหมุนเวียน (Circular Material) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของพลาสติกทั้งหมดที่ใช้ในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาพลาสติกใหม่ที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ยังปราศจากพลาสติก 100% อย่างแท้จริง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
กำหนดการวางจำหน่ายและโปรโมชั่น

WF-1000XM6 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในราคา 11,990 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีแพลตตินัมซิลเวอร์
สำหรับผู้ที่สนใจในช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2569 มีโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อหูฟัง WF-1000XM6 และลงทะเบียนรับประกันสินค้า My Sony ผ่านไลน์ @SonyThai พร้อมตอบแบบสอบถามที่จะได้รับทางอีเมลหลังการลงทะเบียนรับประกันสินค้าภายในวันเดียวกัน จะได้รับฟรีลำโพงพกพาโซนี่ ULT FIELD 1 มูลค่า 4,990 บาท
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
5 นาทีกับ ChatGPT ทำสไลด์เสร็จ ยูทูบเบอร์เตือน AI มาไว แย่งงานคนรุ่นใหม่ โดยไม่รู้ตัว
ลอรีอัล เปิดตัว SkinCeuticals ในไทย ชูเวชสำอางไฮเอนด์ เสริมประสิทธิภาพหัตถการ



