ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่แชตบอตอย่าง ChatGPT เครื่องมือสร้างสรรค์สื่อผสม จนถึงระบบช่วยวินิจฉัยทางการแพทย์ ทว่าเบื้องหลังความสามารถในการประมวลผลมีความจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
รายงานจาก Knowledge at Wharton ระบุว่ากระบวนการฝึกสอนโมเดล GPT-3 ใช้พลังงานประมาณ 1,287 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 502 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณมลพิษจากรถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินจำนวน 112 คันตลอดหนึ่งปี นอกจากนี้การประมวลผลคำถามแบบเรียลไทม์ยังใช้พลังงานสูงถึงร้อยละ 60 ของพลังงานทั้งหมดที่ AI ใช้ ทาง OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีภายใต้ TCC TECHNOLOGY GROUP จึงนำเสนอแนวคิด Green AI เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นดังกล่าว
แนวคิด Green AI เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านการใช้พลังงาน โดยเสนอว่าดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไม่ควรพิจารณาเพียงความแม่นยำหรือความฉลาด แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนพลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน เป้าหมายหลักคือการพัฒนาระบบที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด
ข้อมูลจาก IBM ชี้ให้เห็นว่าแนวทางสำคัญคือการพัฒนา Small Language Models (SLMs) หรือโมเดลภาษาขนาดเล็กที่มีความกะทัดรัด ใช้หน่วยความจำและพลังงานประมวลผลต่ำ ซึ่งเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีทรัพยากรจำกัด เช่น อุปกรณ์เอดจ์ (Edge Devices) และแอปพลิเคชันบนมือถือ รวมถึงการใช้เทคนิคทางวิศวกรรม เช่น การบีบอัดโมเดล (Model Compression) เพื่อลดความซับซ้อนโดยยังคงประสิทธิภาพการทำงานไว้
ภาคธุรกิจเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกต่างให้ความสำคัญและนำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติจริง โดย Microsoft ได้พัฒนาโมเดล “Phi” ซึ่งออกแบบมาให้ใช้ทรัพยากรการประมวลผลต่ำ ช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน ขณะที่ Google ได้พัฒนาโมเดล “Gemma” ที่รองรับข้อมูลหลากหลายรูปแบบทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ โดยสามารถประมวลผลได้โดยตรงบนอุปกรณ์ปลายทาง วิธีการดังกล่าวช่วยลดปริมาณการรับส่งข้อมูลและกระจายภาระการใช้พลังงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาคธุรกิจในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ในระดับชีวิตประจำวัน AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน ซึ่งการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนมีต้นทุนด้านพลังงาน การตระหนักถึงประเด็น Green AI จึงมีความสำคัญเนื่องจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อต้นทุนทางสังคมโดยรวม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจึงไม่ควรแลกมาด้วยความเสียหายต่อระบบนิเวศ แนวคิด Green AI จึงถือเป็นความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดัน เพื่อให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยแก้ปัญหาและรักษาทรัพยากรโลกไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
State of Thai AI 2026: โอกาส 3 ล้านล้าน ที่คนไทยคว้าได้แค่ 10%
กทม. ชู ‘Smart Enough City’ สู้ฝุ่น PM 2.5 ลดลงเกือบ 50%



