Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

GUNKUL แผนปี 69 โครงสร้างพื้นฐาน AI ดันไทย Data Center Hub ภูมิภาค

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดกลยุทธ์ใหญ่ประจำปี 2569 พร้อมประกาศปรับวิสัยทัศน์องค์กรสู่การเป็น “Gunkul Energy and AI Infrastructure Partner” อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งสร้างบทบาทใหม่ในฐานะผู้ผลักดันการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของประเทศ

นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ) กล่าวว่า การปรับพันธกิจครั้งนี้สอดรับกับเทรนด์โลกที่พลังงานและเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังมาบรรจบกัน โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวเชื่อมสำคัญ “เราอยาก Transform ตัวเองจากผู้ผลิตไฟฟ้า เป็น Infrastructure Catalyst ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบผลิตพลังงาน สถานีไฟฟ้า สายส่ง ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล” คุณนฤชล กล่าว

ตั้งเป้าขยายพอร์ตพลังงานสีเขียวถึง 2,000 เมกะวัตต์ในปี 2570

เพื่อสนับสนุนพันธกิจใหม่ กันกุลตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในพอร์ตโฟลิโอให้แตะ 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 แผนการนี้รวมถึงการลงทุนในโรงไฟฟ้าสีเขียวต่างประเทศ 150 เมกะวัตต์ โดยเน้นตลาดฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย พร้อมกันนี้ บริษัทจะขยายบริการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ โดยคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์เชิงรายได้ภายในปีเดียวกัน การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการสร้างการเติบโตจากกลุ่มธุรกิจเดิมที่แข็งแกร่ง และเป็นการขยายอีโคซิสเต็มบริการด้านพลังงานสะอาดสู่ภาคอุตสาหกรรม

โอกาสจากตลาด Data Center 8 แสนล้านบาท

หนึ่งในโอกาสเติบโตหลักคือการเข้าสู่อุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติโครงการที่มีมูลค่ารวมกว่า 800,000 ล้านบาท กันกุลประเมินว่าสามารถเข้าถึงส่วนแบ่งการลงทุนดังกล่าวได้ประมาณ 10-15% ผ่านการให้บริการด้านระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ และการก่อสร้าง

“ตลาดนี้เป็นโอกาสสำคัญ เราพร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การหาที่ดิน จัดหาพลังงานสะอาด ไปจนถึงการออกแบบและก่อสร้าง” คุณนฤชล กล่าวเสริม

บริษัทมองว่าการขยายระบบนิเวศเข้าไปในธุรกิจ Data Center จะเป็นการเสริมศักยภาพในฐานะผู้ผลิตพลังงานสีเขียวที่ครอบคลุมทั้งระบบผลิตพลังงาน ระบบสถานีไฟฟ้าและสายส่ง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งแรงดันต่ำและสูง โดยสามารถบริหารจัดการตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่ระบบการใช้พลังงานภายในโครงการ พร้อมเชื่อมต่อระบบ Direct PPA ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการใช้พลังงานสีเขียวในศูนย์ข้อมูล

การปรับโครงสร้างธุรกิจหลัก 3 ด้าน

กลยุทธ์ Horizon 2026 วางแผนขับเคลื่อนธุรกิจหลักทั้งสามด้านอย่างเป็นระบบ กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power) จะเดินหน้าประมูลโครงการพลังงานสะอาดเพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอ และเร่งขยายบริการ Direct PPA

กลุ่มธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) ตั้งเป้ารายได้ 5,500 ล้านบาทในปี 2569 โดยเตรียมประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จากทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ ขยายบริการเข้าสู่ตลาดสายส่งแรงดันสูง 115 kV – 500 kV และเตรียมพร้อมสำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่มีแนวโน้มเติบโต

กลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) จะขยายตลาดสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าระดับแรงดันกลางถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม พร้อมเตรียมอุปกรณ์แรงดันต่ำสำหรับ Data Center และร่วมมือกับ SUNGROW ผู้นำด้านอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่โซลูชั่น ในการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกขนาดกำลังการติดตั้งทั่วประเทศ

ฐานะการเงินแข็งแกร่งพร้อมลงทุนผ่าน Joint Venture

กันกุลมีโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงเพื่อสนับสนุนการขยายตัว จากผลการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,309 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 36.48 มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ร้อยละ 13.21 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ (Net IBD/E) อยู่ที่ 0.92 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งและความสามารถในการรองรับโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนขนาดใหญ่ได้

บริษัทจะใช้โมเดลการเติบโตแบบ Joint Venture เพื่อรักษาความคล่องตัวทางการเงินและลดภาระหนี้รวมขององค์กร พร้อมรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ การเติบโตด้วยโมเดลดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทมีศักยภาพในการลงทุนโครงการใหม่ ๆ ได้มากขึ้น โดยไม่เพิ่มภาระหนี้สินให้แก่บริษัทแม่

เดินหน้าความยั่งยืนพร้อมเป้าหมายลดคาร์บอน

ด้านความยั่งยืน บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 42 ภายในปี 2030 ซึ่งปี 2568 ที่ผ่านมา กันกุลได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับสูงสุด (AAA) เป็นปีแรก และตั้งเป้าคะแนน FTSE Russel ESG Rating ไม่ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 90 ในการประเมินสิ้นปี 2569

การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ของ กันกุลสะท้อนความพยายามในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานโลก ซึ่งกำลังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและดิจิทัลไลเซชันควบคู่กัน บทบาทใหม่ในฐานะพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ AI จะเป็นปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาคต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

MIT เปิดโรดแมป ‘พลังงานแห่งอนาคต’ ที่โลกต้องมี

ยูโอบี ชี้เศรษฐกิจปี 69 เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน ยก AI เป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar