อิเกียวางทิศทางธุรกิจในไทยหลังครบรอบ 15 ปี โดยเน้นสินค้าจัดเก็บและจัดระเบียบบ้านในปีงบประมาณ 2570 ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงลูกค้าผ่านสาขาขนาดเล็กและช่องทางออนไลน์ หลังแคมเปญที่ให้ความสำคัญกับสินค้าห้องครัวในปีที่ผ่านมา ช่วยให้จำหน่ายชุดครัวได้มากกว่า 9,000 ชุด สร้างรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเติบโตระยะต่อไปยังต้องรับมือกับข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและต้นทุนจัดส่งเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีผลต่อทั้งราคาที่ลูกค้าจ่ายและจังหวะการขยายธุรกิจ
ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า บริษัทยังเห็นโอกาสเติบโตในไทย เพราะปัจจุบันมีสาขา 6 แห่ง แต่ยังเข้าถึงคนไทยได้อีกมาก ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจและภาระหนี้ของผู้บริโภคทำให้การนำเสนอสินค้าที่มีราคาย่อมเยาเป็นโจทย์สำคัญอย่างต่อเนื่อง อิเกียจึงต้องปรับทั้งรูปแบบสาขา ช่องทางขาย และบริการให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า โดยยังยึดการดำเนินธุรกิจระยะยาวเป็นหลักในการวางแผนลงทุน
ชุดครัวสร้างรายได้ 300 ล้านบาทขยายบริการลูกค้าธุรกิจ
อิเกีย ประเทศไทย ระบุว่า แคมเปญ “คุ้มค่ากว่าในทุกวัน” หรือ Everyday More Value ในปีที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับสินค้าห้องครัว อุปกรณ์ทำและรับประทานอาหาร โดยจำหน่ายชุดครัว METOD/เมท็อดได้มากกว่า 9,000 ชุด คิดเป็นรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายชุดครัวของไทยอยู่ในอันดับ 1 ของเครือ IKANO Group และอันดับ 24 ของโลก นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดตัว IKEA for Business เพื่อรองรับลูกค้าธุรกิจที่มีความต้องการแตกต่างจากผู้บริโภคทั่วไป
บริการช่วยวางแผนพื้นที่เป็นอีกส่วนที่อิเกียให้ความสำคัญ ลีโอนี่กล่าวว่า ลูกค้าบางส่วนยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นแต่งบ้านอย่างไร บริษัทจึงมีบริการวางแผนห้องครัว ตู้เสื้อผ้า และการออกแบบตกแต่งภายใน เพื่อช่วยให้เห็นภาพการใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อ โดยให้คำปรึกษาทั้งที่สาขาและผ่านช่องทางออนไลน์ บริการเหล่านี้ยังมีบทบาทในสาขาขนาดเล็ก ซึ่งช่วยให้ลูกค้าในพื้นที่อื่นเข้าถึงคำแนะนำได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสาขาขนาดใหญ่
ปี 2570 เน้นจัดเก็บบ้านให้เหมาะกับชีวิตที่เปลี่ยนไป
สำหรับปีงบประมาณ 2570 อิเกียจะเดินหน้าแคมเปญ “Every Version of You” ภายใต้แนวคิด “เก็บบ้านให้เป็นเรา” หรือ Make Space for What You Love โดยเน้นสินค้าจัดเก็บและจัดระเบียบบ้าน เพื่อช่วยให้คนในแต่ละช่วงวัยปรับพื้นที่ให้เหมาะกับความชอบและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ควบคู่กับการนำเสนอความคุ้มค่าผ่าน Everyday More Value และทำให้สินค้าและบริการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นตามแนวทาง Everyday Accessible
การทำความเข้าใจชีวิตในบ้านเป็นข้อมูลสำคัญที่อิเกียใช้พัฒนาธุรกิจ ผ่านโครงการ Home Visit ซึ่งทีมงานเข้าไปเยี่ยมบ้านและพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับการอยู่อาศัย ลีโอนี่ระบุว่า บทเรียนสำคัญตลอด 15 ปีในไทยคือการเรียนรู้ว่าคนไทยใช้ชีวิตและจัดสรรพื้นที่อย่างไร เพื่อนำมาปรับการนำเสนอสินค้าและแนวทางแต่งบ้าน บริษัทจึงต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับขนาดสาขาและวิธีดำเนินงานให้สอดคล้องกับตลาด
จิณห์สิรี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ตัวแทนลูกค้าและสมาชิก IKEA Family สะท้อนว่า การจัดเก็บที่ดีช่วยให้ใช้สิ่งของได้คุ้มค่าขึ้น เพราะทำให้มองเห็นและหยิบใช้ได้สะดวก เธอยกตัวอย่างการจัดปากกาที่ใช้สอนหนังสือให้เห็นชัด แทนการใส่รวมกันในกล่อง เพื่อเลือกใช้ของที่มีอยู่ได้ทั่วถึงและลดการซื้อใหม่ ขณะเดียวกัน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ยังต้องเหมาะกับสภาพบ้าน โดยบ้านของเธออยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จึงเลือกเฟอร์นิเจอร์โครงเหล็กสำหรับใช้งานกลางแจ้งมาเป็นทางเลือกในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว
จิณห์สิรียังกล่าวว่า อยากเห็นสินค้าสำหรับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เพราะประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคนที่มีกำลังซื้อส่วนหนึ่งต้องการจัดบ้านให้พ่อแม่อยู่อาศัยได้สะดวก ส่วน คณิศร์ อุนจะนำ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ อิเกีย ประเทศไทย กล่าวถึงการนำเรื่องใกล้ตัวมาต่อยอดในคอลเล็กชั่นครบรอบ 15 ปี เช่น ถุงเท้า “Lost and Found” ที่จำหน่ายแยกข้าง จากปัญหาถุงเท้าหายไป 1 ข้าง เพื่อให้ลูกค้าซื้อทดแทนหรือจับคู่ตามความชอบ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมฉลองที่จะดำเนินต่อเนื่องตลอด 1 ปี
สาขาเล็กเพิ่มการเข้าถึง ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยลง

อิเกียมีสาขาในไทยแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ บางนา บางใหญ่ สุขุมวิท ภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น แต่การขยายด้วยสาขาขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ลีโอนี่กล่าวว่า ขณะที่บริษัทอยู่ในช่วงควบคุมการลงทุน อิเกียได้ร่วมมือกับพันธมิตรในไทยเพื่อหาวิธีขยายธุรกิจด้วยต้นทุนที่ต่ำลง แทนการรอให้พร้อมลงทุนสาขาขนาดใหญ่ซึ่งอาจใช้เวลาอีกหลายปี สาขาขอนแก่นที่เพิ่งเปิดและมีพื้นที่ประมาณ 800 ตารางเมตร เป็นตัวอย่างของการเริ่มต้นด้วยพื้นที่ขนาดเล็ก แล้วพิจารณาขยายตามการเติบโตของตลาด
สาขาขนาดเล็กช่วยให้ลูกค้าที่อยู่ห่างจากสาขาขนาดใหญ่ได้เห็นสี วัสดุ และสัมผัสสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมรับคำแนะนำเรื่องการวางแผนพื้นที่ ลีโอนี่มองว่า ลูกค้าเฟอร์นิเจอร์บางส่วนยังไม่มั่นใจที่จะซื้อจากภาพบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว แต่ก็ให้ความสำคัญกับเวลาและความสะดวกมากขึ้น อิเกียจึงต้องมีสาขาหลายรูปแบบให้เลือกใช้บริการ ขณะที่สาขาขนาดใหญ่อย่างบางนาและบางใหญ่ยังเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการดูตัวอย่างห้องและหาแนวทางแต่งบ้าน
ออนไลน์มีสัดส่วน 26% ต้นทุนขนส่งยังเป็นข้อจำกัด
ยอดขายอีคอมเมิร์ซของอิเกียในไทยมีสัดส่วนประมาณ 26% เพิ่มจากประมาณ 3% ในช่วงเริ่มเปิดช่องทางนี้ราวปี 2561–2562 และเคยขึ้นไปถึงระดับ 28–30% ลีโอนี่กล่าวว่า ระยะหลังลูกค้าบางส่วนกลับมาซื้อสินค้าที่สาขามากขึ้น แต่บริษัทก็เตรียมความพร้อมสำหรับกรณีที่สัดส่วนออนไลน์อาจเพิ่มเป็น 35–40% ในอนาคต โดยยังต้องติดตามพฤติกรรมลูกค้าและพัฒนาหน้าร้านกับออนไลน์ควบคู่กัน
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อิเกียต้องปรับบริการจากรูปแบบเดิม ที่ลูกค้าเลือกหยิบสินค้าและขนกลับไปประกอบเอง โดยแยกราคาสินค้าออกจากค่าจัดส่งและค่าประกอบ มาเพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่มีเวลาน้อย และต้องการความสะดวกมากขึ้น จันทร์ทิพย์ ปติเวชภิญโญ ตัวแทนพนักงานอิเกียที่ร่วมงานมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น กล่าวในวงเสวนาว่า บริษัทได้พัฒนาบริการจัดส่งและปรับลดค่าขนส่งกับค่าประกอบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ลีโอนี่ระบุว่า ต้นทุนจัดส่งและบริการที่เกี่ยวข้อง ยังเป็นหนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่มีทั้งค่าขนส่งและความเสี่ยงสินค้าเสียหาย ขณะที่สาขาขนาดเล็กไม่มีคลังสินค้า จึงต้องพึ่งระบบจัดส่งมากขึ้น แม้จะใช้เงินลงทุนเปิดสาขาน้อยกว่า บริษัทจึงต้องพัฒนาเส้นทางขนส่งหลักร่วมกับพันธมิตร แล้วพิจารณาขยายสาขาให้สอดคล้องกับความสามารถในการส่งสินค้า และให้บริการลูกค้าด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
เตรียมขยายภูเก็ตรังสิตยังเป็นแผนระยะยาว
สำหรับแผนขยายสาขา ลีโอนี่แสดงความหวังว่าในช่วง 1–2 ปีข้างหน้าจะมีเพิ่มอย่างน้อย 1 แห่ง หรืออาจเป็น 2 แห่ง แต่ยังไม่ยืนยันสถานที่และกำหนดเปิด ส่วนภูเก็ตอยู่ระหว่างเตรียมการย้ายและขยายสาขาเป็นพื้นที่ประมาณ 10,000–12,000 ตารางเมตร โดยกล่าวถึงความเป็นไปได้ในปี 2572 พร้อมย้ำว่ายังไม่ยืนยันกำหนดเวลาและต้องพิจารณาสถานการณ์ประกอบ ขณะที่การพูดถึงสาขาขนาดเล็ก 10 แห่งเป็นความใฝ่ฝันที่จะเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ยังไม่ใช่แผนที่กำหนดกรอบเวลาแล้ว
ส่วนโครงการบนที่ดินรังสิตยังเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งตามมุมมองปัจจุบันของลีโอนี่จะอยู่หลังปี 2573 โดยมีแนวคิดพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่รองรับการจัดส่งสินค้าไปยังพื้นที่อื่นของประเทศ ทั้งนี้ เธอประเมินว่าธุรกิจไทยเริ่มต้นปีงบประมาณได้ดี แม้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเริ่มฟื้นตัว และเห็นว่าลูกค้ากำลังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจสินค้าแต่งบ้าน
ความร่วมมือในไทยเชื่อมการผลิตสู่ตลาดโลก
แอนนา ฮัมมาร์เกรน เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างอิเกียกับดอยตุง ซึ่งช่วยให้เครื่องปั้นดินเผาและสิ่งทอที่ออกแบบและพัฒนาในไทยเข้าถึงบ้านของผู้คนทั่วโลก เป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันระหว่างนวัตกรรมกับฝีมือท้องถิ่น ขณะที่ลีโอนี่กล่าวว่า ธุรกิจของอิเกียเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยทั้งการจ้างงาน การทำงานกับพันธมิตร และการผลิตสินค้าในประเทศเพื่อส่งออก โดยบริษัทยังยืนยันการดำเนินธุรกิจระยะยาว พร้อมปรับการลงทุน สินค้า และบริการให้เหมาะกับตลาดไทย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AI เปลี่ยนวิธีเลือกซื้อ แบรนด์ต้องทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือก
อัพเลเวลโกลรุกตลาดจีน เปิดตัว Dragon AI GEO พาธุรกิจไทยสู่ AI Search



