Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

อินฟินีออนปักหมุดไทย เปิดฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend ป้อนตลาดโลก

อินฟินีออนปักหมุดไทย เปิดฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend ป้อนตลาดโลก

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ เปิดฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend แห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ ครอบคลุมกระบวนการประกอบ เชื่อมต่อ และทดสอบชิปก่อนเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยลงทุนด้านการก่อสร้างและเครื่องจักรในระดับหลักร้อยล้านยูโร เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ระยะยาวที่เติบโตจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การใช้ระบบไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

โรงงานตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ เริ่มต้นด้วยอาคารผลิตแห่งแรก หรือ Module A มีพื้นที่การผลิตประมาณ 30,000 ตารางเมตร และตั้งเป้าใช้พื้นที่การผลิตเต็มภายในสิ้นปี 2027 พื้นที่ทั้งหมดรองรับการขยายได้สูงสุด 5 อาคารผลิต โดยการลงทุนในอาคารต่อไปจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด หากขยายเต็มพื้นที่ ฐานการผลิตในไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐาน Backend ที่ใหญ่ที่สุดของอินฟินีออน

อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า ฐานการผลิตแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง และความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของอินฟินีออน โดยโรงงานในไทยนำระบบอัตโนมัติขั้นสูง การออกแบบที่รองรับการขยาย และความสามารถด้านเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก และรองรับกำลังการผลิตชิปบนเวเฟอร์ที่บริษัทกำลังขยายเพิ่ม

โรงงานรุ่นใหม่ เน้นระบบอัตโนมัติและงานทักษะสูง

อินฟินีออนวางโรงงานในไทยให้เป็นฐานการผลิต Backend รุ่นใหม่ โดยนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติล่าสุดมาใช้ตั้งแต่เริ่มต้น ต่างจากโรงงานในสิงคโปร์และมาเลเซียที่เปิดดำเนินงานมานานกว่า 30 ปี ความแตกต่างเห็นได้ชัดจากสัดส่วนบุคลากร โรงงาน Backend แบบเดิมอาจมีพนักงานระดับปฏิบัติการประมาณ 50% ช่างเทคนิค 30% และวิศวกร 20% แต่โรงงานในไทยจะมีช่างเทคนิคและวิศวกรมากกว่า 80% เพื่อรองรับระบบการผลิตอัตโนมัติและผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

โรงงานแห่งนี้ไม่ได้ทำเฉพาะการประกอบและทดสอบชิปในขั้นตอน Backend แต่ยังสามารถทดสอบชิปตั้งแต่ยังอยู่บนเวเฟอร์ได้ด้วย อินฟินีออนระบุว่าความสามารถดังกล่าวมีเฉพาะในเครือข่ายการผลิตของบริษัท และช่วยให้โรงงานในไทยรองรับเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความซับซ้อนและมูลค่าสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

กระบวนการผลิตใช้ระบบอัตโนมัติในหลายส่วน ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายวัสดุและสินค้า ไปจนถึงการใช้หุ่นยนต์และระบบการผลิตดิจิทัลที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดงานที่ต้องใช้แรงงานคนโดยตรงและเพิ่มเสถียรภาพของกระบวนการผลิต

วาง 120 ไร่รองรับการขยายกำลังผลิต

Module A มีพื้นที่การผลิตประมาณ 30,000 ตารางเมตร เทียบกับฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของอินฟินีออนในมาเลเซียซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 80,000 ตารางเมตร บริษัทระบุว่าเมื่อ Module A ใช้พื้นที่การผลิตเต็ม จะมีขนาดประมาณ 45% ของฐานดังกล่าว และหากขยายเพิ่มเป็นสองอาคารผลิต พื้นที่การผลิตจะมีขนาดใกล้เคียงกับฐานในมาเลเซีย

อินฟินีออนตั้งเป้าใช้พื้นที่การผลิตของ Module A เต็มภายในสิ้นปี 2027 ส่วนการลงทุนในอาคารผลิตต่อไปจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด หากความต้องการเพิ่มขึ้น บริษัทสามารถเร่งการขยาย Module B, C และ D ได้ โดยพื้นที่ทั้งหมดรองรับได้สูงสุด 5 อาคารผลิต

การออกแบบโรงงานในลักษณะนี้ทำให้อินฟินีออนสามารถทยอยเพิ่มกำลังการผลิตตามความต้องการของตลาด เทคโนโลยี และปริมาณการผลิตที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยบริษัทระบุว่าหากขยายโรงงานตามพื้นที่ที่เตรียมไว้ ฐานการผลิตในไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐาน Backend ที่ใหญ่ที่สุดของอินฟินีออน

รับเวเฟอร์จากหลายประเทศป้อนตลาดโลก

บทบาทของโรงงานไทยไม่ได้จำกัดอยู่กับการรับเวเฟอร์จากฐานการผลิตแห่งใดแห่งหนึ่ง อินฟินีออนระบุว่าโรงงานสามารถรับเวเฟอร์จากฐานของบริษัทในเยอรมนี ออสเตรีย และมาเลเซีย รวมถึงเวเฟอร์ที่จัดซื้อจากไต้หวันและจีน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศไทย

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานในไทยจะถูกส่งทั้งหมดไปยังศูนย์กระจายสินค้าของอินฟินีออนในเอเชียและยุโรป ก่อนกระจายต่อไปยังลูกค้าทั่วโลก บริษัทจึงไม่ได้แบ่งสัดส่วนการผลิตสำหรับตลาดไทยและตลาดส่งออกตั้งแต่ต้นทาง

กอร์สกี กล่าวว่า อินฟินีออนมีฐานการผลิตทั้งในเอเชีย ยุโรป สหรัฐฯ และจีน ขณะที่ผลิตภัณฑ์จากโรงงานในประเทศไทยผลิตเพื่อรองรับลูกค้าทั่วโลก ไม่ได้เจาะจงตลาดหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง

สำหรับการเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ กอร์สกีระบุถึงบุคลากร ความสามารถด้านอุตสาหกรรม และความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมของไทย ขณะที่ที่ตั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลก และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายการผลิตของบริษัท

จ้างงานแตะ 1,000 คนเมื่ออาคารแรกเต็มกำลัง

ปัจจุบันโรงงานมีพนักงานประมาณ 350 คน โดยมีชาวต่างชาติประมาณ 15 คน ส่วนที่เหลือเป็นคนไทย ทำให้พนักงานมากกว่า 90% เป็นบุคลากรในประเทศ พนักงานไทยส่วนหนึ่งผ่านการฝึกอบรมในเยอรมนี มาเลเซีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ส่วนบุคลากรต่างชาติจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และเยอรมนีเข้ามาช่วยในช่วงตั้งโรงงาน โดยบริษัทมีแผนให้ทีมบริหารในประเทศเข้ามารับช่วงการดำเนินงานต่อ

จำนวนพนักงานคาดว่าจะเพิ่มจากประมาณ 350 คนในปัจจุบันเป็นประมาณ 1,000 คนเมื่อ Module A เดินเครื่องเต็มกำลัง และเมื่อขยายโรงงานเต็มรูปแบบ พื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพรองรับการจ้างงานประมาณ 1,400 คน

อินฟินีออนยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทรับนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายเข้าฝึกงานประมาณ 150 คน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสมาคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย รวมถึงสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย และพัฒนาโครงการฝึกอบรมด้าน AI ดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ

รัฐดันบุคลากรรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปิดฐานการผลิต Backend ที่มีความสามารถด้าน Power Modules การทดสอบเวเฟอร์ และการวิจัยและพัฒนา เป็นก้าวสำคัญของอินฟินีออนในประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับเยอรมนี โดยโรงงาน Frontend ระดับโลกในยุโรปจำเป็นต้องมีฐาน Backend ที่ก้าวหน้าและยืดหยุ่น เพื่อเชื่อมกระบวนการผลิตและรองรับตลาดโลก ซึ่งไทยกำลังเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้

นายกฯ อนุทิน กล่าวว่า การสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้มีเพียงการลงทุนในโรงงาน แต่รวมถึงการพัฒนาคน โดยกล่าวถึงการรับและฝึกอบรมวิศวกรทักษะสูงของอินฟินีออน ตลอดจนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศเพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่กับโครงการพัฒนาบุคลากรของภาครัฐ

นายกฯ มองว่า ฐานการผลิต Backend แห่งใหม่สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออนาคตของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของไทย เสริมบทบาทของประเทศในห่วงโซ่มูลค่าโลก พร้อมสร้างโอกาสและงานทักษะสูง

โรงงานอัตโนมัติใช้ไฟฟ้าสีเขียว 100%

ฐานการผลิตแห่งใหม่ใช้ไฟฟ้าสีเขียว 100% พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ภายในพื้นที่ ตั้งเป้านำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในสัดส่วน 25% และมีระบบกักเก็บน้ำฝนสำหรับงานด้านสุขอนามัย การทำความสะอาด และการดูแลพื้นที่สีเขียว โดยอาคารได้รับมาตรฐาน LEED Silver เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569

การเปิดโรงงานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอินฟินีออนเริ่มพัฒนาพื้นที่จากที่ดินว่างเมื่อ 2ปีก่อน ก่อนเปิด Module A เป็นอาคารผลิตแห่งแรก และเตรียมพื้นที่รองรับการขยายกำลังการผลิตตามความต้องการของตลาดในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

GII 2026 ไทยขึ้นอันดับ 44 นวัตกรรมโลก ผลผลิตดีขึ้น แต่จุดอ่อนเดิมยังอยู่

AWS เปิดมุมมอง Security 101 ยุค AI จากตรวจเป็นรอบ สู่การป้องกันต่อเนื่อง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar