Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

GII 2026 ไทยขึ้นอันดับ 44 นวัตกรรมโลก ผลผลิตดีขึ้น แต่จุดอ่อนเดิมยังอยู่

GII 2026 ไทยขึ้นอันดับ 44 นวัตกรรมโลกผลผลิตดีขึ้นแต่จุดอ่อนเดิมยังอยู่

ประเทศไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 44 ของโลกใน Global Innovation Index 2026 แต่การดีขึ้น 1 อันดับยังไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนของระบบนวัตกรรมไทยขยับดีขึ้นพร้อมกัน เพราะสิ่งที่เห็นชัดในปีนี้คือผลผลิตทางนวัตกรรมที่ดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานหลายด้านยังเป็นจุดอ่อนเดิม

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA กล่าวว่า การอ่านอันดับ GII ต้องดูมากกว่าว่าไทยดีขึ้นจากปีก่อนหรือไม่ เพราะเป็นการเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ไทยอาจทำบางเรื่องดีขึ้น แต่หากประเทศอื่นเดินเร็วกว่า อันดับของไทยก็ไม่ได้ดีขึ้นตาม โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การรู้เพิ่มว่าต้องแก้อะไร แต่คือการทำสิ่งที่รู้อยู่แล้วให้เกิดขึ้นจริง

“ประเทศไทยเรารู้อยู่แล้วล่ะว่าอะไรที่เราต้องทำ แต่เราต้องลงมือทำมันเกิดขึ้น…แผนพัฒนาเศรษฐกิจเรามีแผน แต่ถ้าแผนเราไม่ทำมันก็ไม่เกิดผลเช่นเดียวกัน” ดร.กริชผกา กล่าว

ผลผลิตนวัตกรรมขึ้นอันดับ 41 จุดอ่อนเชิงโครงสร้างยังอยู่

GII 2026 ประเมินความสามารถด้านนวัตกรรมทั้งจากปัจจัยที่ประเทศใส่เข้าไปในระบบ และผลผลิตที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านั้น สำหรับไทย ปัจจัยนำเข้าทางนวัตกรรมยังอยู่ที่อันดับ 46 เท่ากับปีก่อน แต่ผลผลิตทางนวัตกรรมขยับขึ้น 2 อันดับมาอยู่ที่ 41 ซึ่ง NIA ระบุว่า สะท้อนถึงความสามารถของไทยในการเปลี่ยนทรัพยากรและการลงทุนด้านนวัตกรรมให้เกิดผลผลิตได้ในระดับหนึ่ง และยังมีศักยภาพที่จะสร้างผลลัพธ์จากฐานการลงทุนที่มีอยู่

ส่วนที่ขยับขึ้นชัดเจนคือผลผลิตด้านความรู้และเทคโนโลยี จากอันดับ 44 มาอยู่ที่ 38 โดยการสร้างความรู้ขยับจากอันดับ 48 เป็น 35 และผลกระทบของความรู้จากอันดับ 56 เป็น 47 ขณะที่ระบบตลาดยังอยู่ที่อันดับ 27 และระบบธุรกิจขยับจากอันดับ 42 เป็น 41 ซึ่งยังเป็นจุดแข็งของไทย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกปัจจัยจะดีขึ้นในทิศทางเดียวกัน ผลผลิตเชิงสร้างสรรค์ลดจากอันดับ 39 เป็น 44 ส่วนด้านสถาบันลดจากอันดับ 76 เป็น 80 และยังเป็นปัจจัยที่มีคะแนนอยู่ในระดับไม่สูง

จุดอ่อนของไทยยังอยู่ในเรื่องเดิม ทั้งสถาบัน กฎหมายและกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษา ขณะที่สิ่งที่ต้องเพิ่มคือ งบประมาณด้านการศึกษาต่อ GDP การสร้างเทคโนโลยีเพื่อส่งออก การใช้เทคโนโลยีภายในประเทศ การวิจัยและพัฒนา การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ และการส่งเสริมเทคโนโลยีเชิงลึก

ไทยดีขึ้น แต่ประเทศอื่นเดินเร็วกว่า

เรื่องกฎหมายและกฎระเบียบสะท้อนโจทย์นี้ได้ชัดเจน แม้ไทยจะผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศอื่นก็เดินหน้าได้เร็วกว่า การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ รวมถึงการปรับกฎหมายและกฎระเบียบ เป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้วัดความสามารถในการแข่งขันและระบบนวัตกรรมของประเทศ ทั้งในการจัดอันดับ IMD, GII และ Global Startup Ecosystem Index ของ StartupBlink การแก้ปัญหาในส่วนนี้จึงไม่ได้มีผลเฉพาะต่ออันดับ แต่ยังส่งผลต่อการทำธุรกิจ การลงทุน และผู้ประกอบการไทยด้วย

เมื่อมองเฉพาะอาเซียน สิงคโปร์อยู่ที่อันดับ 5 มาเลเซียอันดับ 34 เวียดนามอันดับ 43 ไทยอันดับ 44 ฟิลิปปินส์อันดับ 52 และอินโดนีเซียอันดับ 55 ทำให้ไทยยังอยู่ในอันดับ 4 ของอาเซียน และตามหลังเวียดนาม 1 อันดับ

โครงสร้างพื้นฐานของเวียดนามกับไทยไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่เวียดนามทำได้ดีกว่าในด้านการลงทุน รวมถึงมีความต่อเนื่องของนโยบาย และมีการปรับโครงสร้างทั้งด้านองค์กร การศึกษา และกำลังคน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยกำลังดำเนินการเช่นกัน

การศึกษาและ R&D ต้องวัดผลจากเงินที่ลงทุน

หนึ่งในจุดที่ไทยต้องกลับมาดูอย่างจริงจังคือการศึกษา คำถามไม่ได้อยู่เพียงว่าประเทศจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาไว้เท่าไร แต่อยู่ที่เงินเหล่านั้นลงไปถึงเด็กมากเพียงใด เช่นเดียวกับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาที่ต้องดูว่าเงินที่ใส่ลงไปสร้างผลลัพธ์อะไรกลับมา

หลักสำคัญจึงอยู่ที่การดู “เงินที่ลงกับผลที่เกิดขึ้น” จากนั้นจึงมาถึงการปรับกฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการทำงาน ก่อนพิจารณาว่าโครงสร้างของหน่วยงานควรปรับอย่างไร การปรับโครงสร้างต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน เพื่อให้เห็นทั้งการใช้ทรัพยากร ภารกิจ และผลที่เกิดขึ้น ก่อนตัดสินใจว่าจุดใดควรปรับเปลี่ยน

หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ควรมีภารกิจซ้ำซ้อน แต่ควรทำงานเสริมกัน เพราะความซ้ำซ้อนไม่เพียงทำให้ใช้งบประมาณสูงขึ้น แต่ยังทำให้การทำงานร่วมกันยากขึ้น โดยเฉพาะภารกิจที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง

NIA เร่งลงทุนเชื่อมเทคโนโลยีทุนและตลาด

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA

สำหรับ NIA หนึ่งในเรื่องที่ต้องเร่งเดินหน้าคือการลงทุนในสตาร์ตอัป ควบคู่กับการมุ่งไปยังสาขาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงพื้นที่ทดสอบและเครื่องมือ เชื่อมต่อกับ VC, CVC และนักลงทุนระดับโลก รวมถึงสร้างความร่วมมือข้ามประเทศ เปิดทางสู่ตลาดต่างประเทศ และทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่เพื่อขยายผลโซลูชัน

เป้าหมายคือการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในระดับสากล โดยเชื่อมตั้งแต่เทคโนโลยี การทดลองใช้งานจริง เงินทุน ตลาด ไปจนถึงภาคธุรกิจ

ในด้านเงินทุน NIA เตรียมเพิ่มบทบาทจาก “ผู้ให้ทุน” สู่ “ผู้ร่วมลงทุน” ผ่าน NIA Venture โดยมีกลไกทั้ง Corporate Co-funding, PE Trust และ Holding Company ครอบคลุมธุรกิจเป้าหมาย 5 สาขา ได้แก่ เกษตรและอาหาร สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจหมุนเวียน ปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ไทยรู้ว่าต้องแก้อะไร โจทย์คือทำให้เกิดผลจริง

การขยับจากอันดับ 45 มาอยู่ที่ 44 เป็นสัญญาณที่ดีขึ้นของไทยใน GII 2026 แต่ในสนามที่ไม่ได้วัดว่าไทยดีขึ้นจากตัวเองเพียงใด หากยังเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่กำลังเดินหน้าเช่นกัน สิ่งที่ต้องเร่งจึงไม่ใช่การหาโจทย์ใหม่ แต่เป็นการลงมือทำในเรื่องที่รู้อยู่แล้วว่าต้องแก้

อันดับ 44 จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขที่ดีขึ้นจากปีก่อน แต่ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า ในวันที่ประเทศอื่นกำลังเดินหน้า สิ่งที่ไทยต้องเร่งคือเปลี่ยนสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าต้องทำ ให้เกิดผลขึ้นจริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

KBTG Techtopia: Human of Tomorrow เมื่อมนุษย์ต้องกำหนดทิศทาง AI

TCAS Portfolio ยุค AI เชื่อมทักษะ–หลักสูตร–งานอนาคต

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar