Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

อว. ชู ‘ABDUL Uni’ อาวุธใหม่การศึกษาไทย ปูพรมใช้ AI สอนมหาวิทยาลัย-ป้องข้อมูลรั่ว

อว. จับมือ เนคเทค เปิดแผนใช้ AI ในมหาวิทยาลัย ชูแพลตฟอร์ม 'ABDUL Uni'

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เร่งเครื่องปฏิรูปการศึกษาไทยรับมือยุคทอง Generative AI โดยสำนักงานปลัดกระทรวงฯ (สป.อว.) จับมือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ระดมกูรู 25 ราย ร่างยุทธศาสตร์ชาติ ดันแพลตฟอร์ม “ABDUL Uni” เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ หวังลดช่องว่างทางเทคโนโลยี ป้องกันข้อมูลวิจัยรั่วไหลสู่บริษัทข้ามชาติ พร้อมตั้งเป้าผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูงป้อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “แนวทาง กลยุทธ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา” (Pedagogy & AI in Higher Education) ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สป.อว. และเนคเทค สวทช. เพื่อระดมความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและไอทีจำนวน 25 ราย สำหรับนำไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อกระทรวง อว.

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประกาศกระทรวง อว. เรื่องแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนด้านปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายหลักคือการเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตจบใหม่เป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสถานการณ์โลกปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่าเป็น “ยุคทองของ Generative AI” การเร่งเสริมสมรรถนะนักศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและก้าวให้ทันสถานการณ์โลก

ปลัดกระทรวง อว. ระบุต่อว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Generative AI ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดด การประชุมครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเติมเต็มช่องว่างในการออกแบบการเรียนรู้และการประเมินผลรูปแบบใหม่ ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยทางกระทรวงไม่ได้มองเพียงแค่มิติของเทคโนโลยี แต่ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง AI ของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ที่ใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อนสมรรถนะของนักศึกษาอย่างแท้จริง

ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ในฐานะผู้ดำเนินการจัดประชุม กล่าวว่า เนคเทค สวทช. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการสร้างความตระหนักรู้การใช้ AI ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม “ABDUL Uni” ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการสอนในสถาบันอุดมศึกษา โดยเน้นย้ำว่าการดำเนินงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ แต่เป็นการสร้างกลไกที่ใช้งานได้จริง

ดร.ชัย เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ปัจจุบันได้มีการเดินสายอบรมคณาจารย์ไปแล้วกว่า 473 คนทั่วประเทศ สำหรับการระดมสมองจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับผู้วางนโยบาย (Policy Maker) ในวันนี้ จะนำไปสู่การจัดตั้ง “หน่วยให้คำปรึกษาด้าน AI” และการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่จำแนกรายละเอียดตามความเชี่ยวชาญของแต่ละกลุ่มสาขาวิชา ได้แก่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ สังคมศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้การนำ AI ไปใช้ในมหาวิทยาลัยเกิดผลสัมฤทธิ์ในวงกว้าง

ขณะที่ ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนาและสาธิตแพลตฟอร์มว่า ABDUL Uni ไม่ใช่เพียงแอปพลิเคชันทั่วไป แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนรู้” (Learning Infrastructure) ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ โดยหัวใจสำคัญคือการทำให้ AI เป็นเรื่องที่จับต้องได้สำหรับอาจารย์และนักศึกษาทุกคณะ ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มนักศึกษาสายคอมพิวเตอร์ และถูกออกแบบให้เป็นระบบเปิด (Open Environment) ที่เน้นบริบทของประเทศไทย

ดร.ศวิต เน้นย้ำประเด็นความปลอดภัยว่า จุดเด่นสำคัญของ ABDUL Uni คือการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล หรือ Data Privacy โดยทีมวิจัยเนคเทคออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้นี้ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือ “Safe Sandbox” ซึ่งช่วยให้อาจารย์สามารถสร้างบทเรียนร่วมกับ AI ได้โดยข้อมูลการเรียนการสอนและงานวิจัยจะถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัย ไม่รั่วไหล และไม่ถูกนำไปใช้เทรนโมเดลของบริษัทข้ามชาติโดยไม่ได้รับความยินยอม นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมีจุดแข็งเรื่อง “Thai Context” หรือความเข้าใจบริบทภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งมักเป็นจุดอ่อนของ AI ต่างชาติ การใช้ ABDUL Uni จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันและติดอาวุธให้สถาบันอุดมศึกษาไทยสามารถใช้ AI ได้อย่างมีวิจารณญาณและเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีกำหนดการแบ่งกลุ่มเนื้อหาอย่างชัดเจน วันแรกเน้นการประยุกต์ใช้ AI ในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สุขภาพ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ส่วนวันที่สองจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มสาขาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ คอมพิวเตอร์ และวิทยาการข้อมูล เพื่อสรุปผลเป็นแผนยุทธศาสตร์เสนอต่อภาครัฐต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สวทช. ปั้น ‘บ้านโป่งโมเดล’ ขยายผลท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด

AIS เปิดตัว ‘AISpace’ ศูนย์รวม AI Ecosystem ในราคาที่จับต้องได้

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar