คนไทยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 82 ปี แต่ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรงยังสั้นกว่าอายุขัยประมาณ 10 ปี ขณะที่ประชากรวัยทำงานประมาณ 30% ไม่มีเงินเก็บ และประมาณ 60% มีเงินออมน้อยกว่า 200,000 บาท เมื่อคนจำนวนมากหยุดทำงานในช่วงอายุ 55-60 ปี การเกษียณจึงไม่ใช่เพียงการเตรียมเงินสำหรับวันที่ไม่มีรายได้ประจำ แต่ต้องเตรียมให้เงิน สุขภาพ และการดูแลรองรับชีวิตที่ยาวขึ้นไปพร้อมกัน
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโจทย์นี้มาพัฒนา Longevity Ecosystem โดยเชื่อมการวางแผนการเงินเข้ากับการดูแลสุขภาพและบริการสำหรับผู้สูงวัย พร้อมเปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” ที่ให้ผู้เอาประกันเลือกช่วงเวลาจ่ายเบี้ยและรับบำนาญได้ตามแผนชีวิต และขยายเครือข่าย Senior Living และ Nursing Home เป็น 44 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงเปิดทางให้ผู้ถือกรมธรรม์บำนาญแจ้งความประสงค์ให้จ่ายเงินบำนาญตรงไปยังสถานบริการในเครือข่ายได้
อายุยืนขึ้นโจทย์เกษียณยิ่งยาวขึ้น
สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากอัตราการเกิดที่ลดลง ประชากรวัยแรงงานลดลง ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น โดยหากประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนเกิน 30% ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด
สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือความเสี่ยงด้านเงินออมหลังเกษียณ สาระ กล่าวว่า ประชากรวัยทำงานประมาณ 30% ไม่มีเงินเก็บ และประมาณ 60% มีเงินออมน้อยกว่า 200,000 บาท เมื่อคนไทยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 82 ปี แต่หลายคนหยุดทำงานตั้งแต่อายุ 55 หรือ 60 ปี เงินที่เตรียมไว้จึงต้องรองรับชีวิตหลังเกษียณเป็นเวลาหลายสิบปี
ขณะเดียวกัน อายุที่ยืนยาวไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงชีวิต คนไทยยังมีช่องว่างระหว่าง Lifespan กับ Healthspan ประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อาจเผชิญโรคหรือภาวะต่าง ๆ เช่น อัลไซเมอร์ สโตรก โรคหัวใจ หรือความพิการ การเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตที่ยืนยาวจึงต้องมอง 3 เรื่องควบคู่กัน คือ ช่วงชีวิตที่ยืนยาว (Lifespan ) ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรง (Healthspan) และ ความมั่นคงทางการเงินที่เพียงพอตลอดชีวิต (Wealthspan)
เมืองไทยประกันชีวิตจึงขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ไปสู่ Longevity Ecosystem โดยนำการวางแผนการเงินมาเชื่อมกับบริการที่ต้องใช้เมื่ออายุมากขึ้น สาระมองว่า ประกันเป็นเพียงตัวช่วย การเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตที่ยืนยาวยังต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างบริษัทประกัน สถาบันการแพทย์ และผู้เอาประกัน รวมถึงความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพและประกันของผู้บริโภค
Flexi Retire ปรับบำนาญตามแผนชีวิต
ในด้านการเงิน ปาณัท สุทธินนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมืองไทยประกันชีวิตนำความคิดเห็นของลูกค้ามาพัฒนา “Muang Thai Flexi Retire Series” โดยเพิ่มทางเลือกตั้งแต่ระยะเวลาจ่ายเบี้ย อายุเริ่มรับบำนาญ ไปจนถึงวิธีรับเงิน เพื่อรองรับแผนเกษียณที่แตกต่างกันของแต่ละคน

ผู้เอาประกันสามารถเลือกจ่ายเบี้ยครั้งเดียว จ่าย 5 ปี หรือจ่ายจนถึงอายุ 55, 60 หรือ 65 ปี ส่วนเงินบำนาญเลือกเริ่มรับได้เมื่ออายุ 55, 60, 65 หรือ 70 ปี หากแผนชีวิตเปลี่ยน ผู้เอาประกันในแบบที่กำหนดสามารถเปลี่ยนอายุเริ่มรับบำนาญภายหลังได้ เช่น เดิมกำหนดรับเมื่ออายุ 60 ปี แต่ยังต้องการทำงานต่อ ก็สามารถเลื่อนไปเป็น 65 หรือ 70 ปี หรือหากกำหนดไว้ที่ 65 ปีแล้วต้องการเริ่มรับเร็วขึ้น ก็สามารถเปลี่ยนกลับมาได้ตามเงื่อนไข
การเปลี่ยนอายุเริ่มรับบำนาญทำได้หลังชำระเบี้ยครบ ต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันทำการ มีค่าดำเนินการ 300 บาท และจำนวนเงินเอาประกันภัยจะเปลี่ยนตามอายุเริ่มรับบำนาญใหม่ โดยสิทธิดังกล่าวใช้กับแบบประกันที่บริษัทกำหนด
รูปแบบการรับเงินเลือกได้ทั้งรายเดือนและรายปี พร้อมทางเลือกเงินบำนาญที่เพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ โดยปาณัทยกตัวอย่างการเพิ่มจาก 12% เป็น 15% 18% 21% และ 24% ขณะที่ผู้เอาประกันสามารถเลือกรับเงินบำนาญงวดแรกเป็นเงินก้อน 30% สำหรับแบบที่เข้าเงื่อนไข เบี้ยประกันสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร และสามารถพิจารณารับประกันภัยแบบการันตีโดยไม่ตรวจสุขภาพ
Muang Thai Flexi Retire Series มีทั้งแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว จ่าย 5 ปี และจ่ายจนถึงอายุที่กำหนด โดยบริษัทระบุว่าจะเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
เปิดทางจ่ายบำนาญตรงถึงสถานดูแล
เมืองไทยประกันชีวิตนำการวางแผนเงินหลังเกษียณมาเชื่อมกับการดูแลในวันที่อายุมากขึ้น โดยเปิดให้ผู้ถือกรมธรรม์ประกันบำนาญที่เข้าใช้บริการบ้านพักผู้สูงอายุ สามารถแจ้งความประสงค์ให้บริษัทจ่ายเงินบำนาญตรงไปยังสถานบริการที่เป็นเครือข่ายพันธมิตรได้ พร้อมเตรียมขยายสิทธิดังกล่าวไปยังผู้ถือกรมธรรม์สะสมทรัพย์
ปาณัท อธิบายว่า แนวทางนี้รองรับกรณีที่เมื่ออายุมากขึ้น ผู้เอาประกันอาจไม่สะดวกไปธนาคารหรือบริหารจัดการเงินด้วยตัวเอง บริษัทจึงขยายบริการที่เคยใช้กับผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุบางประเภทมายังกรมธรรม์บำนาญ เพื่อให้เงินที่เตรียมไว้สามารถนำไปใช้กับค่าดูแลได้โดยตรง
จุดนี้ทำให้แบบประกันบำนาญเชื่อมต่อกับ Senior Ecosystem เพราะการเตรียมเงินไม่ได้สิ้นสุดเมื่อเริ่มรับบำนาญ แต่ต่อไปถึงการนำเงินนั้นไปใช้กับบริการที่อาจจำเป็นในช่วงหลังของชีวิต
“วัยอิสระ” ต้องพึ่งพาตัวเองได้
พญ.นาฏ ฟองสมุทร กรรมการบริหาร บริษัท ซีเนียร์ซอฟต์ จำกัด และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ กล่าวว่า คนหลังเกษียณจำนวนมากยังแข็งแรง พึ่งพาตัวเองได้ และยังสร้างประโยชน์ให้ตัวเอง ครอบครัว และสังคม จึงเสนอให้เรียกช่วงชีวิตหลังเกษียณว่า “วัยอิสระ” เพื่อสะท้อนความสามารถในการใช้ชีวิตและพึ่งพาตัวเอง
ความเป็นอิสระครอบคลุมทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพสมอง สุขภาพใจ และ สุขภาพกระเป๋า โดยการเตรียมตัวต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนเกษียณหรือ Live Well ต่อด้วย Age Well เพื่อรักษาสมรรถภาพและความเป็นอิสระเมื่ออายุมากขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับช่วงสุดท้ายของชีวิตหรือ Soft Landing
พญ.นาฏ ยังเสนอแนวคิด Joy Span เพิ่มจาก Lifespan, Healthspan และ Wealthspan เพื่อให้ความสุขและการมีชีวิตอย่างมีคุณค่าเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนชีวิตที่ยืนยาว พร้อมกับเปลี่ยนการดูแลจาก Sick Care ที่เข้าไปจัดการเมื่อเจ็บป่วยแล้ว ไปสู่ Well Care ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตตั้งแต่ยังไม่ป่วย
แนวคิด Well Care ทำให้บริการสำหรับคนสูงวัยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสถานที่สำหรับผู้ป่วย แต่ครอบคลุมทางเลือกในการอยู่อาศัยและการดูแลตามระดับความต้องการของแต่ละคน ซึ่งเป็นจุดที่เครือข่าย Senior Ecosystem เข้ามารองรับต่อจากการวางแผนด้านการเงิน
44 พันธมิตรเชื่อมเงินเกษียณสู่การดูแล

นิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันเมืองไทยประกันชีวิตมีเครือข่าย Senior Living และ Nursing Home 44 แห่งทั่วประเทศ มีทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และจังหวัดอื่น ๆ โดยมีทีมแพทย์เข้าไปเยี่ยมและตรวจสถานบริการที่เป็นพันธมิตรทุกปี ทั้งด้านความสะอาด ความสะดวกสบาย และการดูแล พร้อมขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้น
บริการไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Nursing Home สำหรับการพักระยะยาว เพราะผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดและยังไม่พร้อมกลับไปพักฟื้นที่บ้านก็สามารถใช้ Nursing Home ในช่วงพักฟื้นได้ รวมถึงมี Daycare สำหรับการดูแลระหว่างวัน และ Home Care ที่ส่ง Caregiver ไปดูแลถึงบ้าน
เครือข่ายยังครอบคลุมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่ยังกระฉับกระเฉงและต้องการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง บริการรถรับ-ส่งพร้อมผู้ดูแลสำหรับการเดินทางไปพบแพทย์ และบริการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ขณะที่สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับสามารถตรวจสอบสิทธิพิเศษจากพันธมิตรผ่านแอปพลิเคชันได้
การขยับจากแบบประกันบำนาญไปสู่ Longevity Ecosystem จึงอยู่ที่การเชื่อม เงินที่เตรียมไว้สำหรับเกษียณเข้ากับบริการที่อาจต้องใช้จริงเมื่ออายุมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกว่าจะเริ่มรับบำนาญเมื่อใด ปรับแผนเมื่อชีวิตเปลี่ยน ไปจนถึงการนำเงินบำนาญไปจ่ายตรงให้สถานบริการในเครือข่าย
สำหรับ “วัยอิสระ” เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงมีชีวิตให้นานขึ้น แต่คือการมีสุขภาพและเงินที่เพียงพอ พร้อมทางเลือกในการดูแลตัวเอง เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองและกำหนดวิธีใช้ชีวิตได้ให้นานที่สุด
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
จาก Generation Gap สู่ Generation Power เมื่อ Gen Z เปลี่ยนทั้งตลาดและองค์กร
Modern Wellness Crisis: เมื่อข้อมูลสุขภาพยิ่งมาก เรายิ่งต้องฟังร่างกายตัวเอง



