Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

AIS ผนึกบางกอกแลนด์ ปั้น ‘เมืองทองธานี’ สู่เมืองอัจฉริยะเอกชนใหญ่ที่สุดในไทย

AIS ผนึกบางกอกแลนด์ปั้น 'เมืองทองธานี' สู่เมืองอัจฉริยะเอกชนใหญ่ที่สุดในไทย

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นกระดูกสันหลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุด ได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในแวดวงธุรกิจและเทคโนโลยีไทย เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 จาก 2 อุตสาหกรรมประกาศลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อพลิกโฉมพื้นที่เมืองทองธานีกว่า 4,000 ไร่ ให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบภายใต้ชื่อ “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City”

การจับมือกันครั้งนี้เป็นการผสานพลังระหว่าง AIS ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของประเทศที่มีฐานผู้ใช้งานกว่า 52.2 ล้านราย กับ บางกอกแลนด์ (Bangkok Land) ผู้พัฒนาเมืองภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งดูแลพื้นที่เมืองทองธานีที่มีประชากรและผู้หมุนเวียนเข้ามาใช้บริการสูงถึง 2.2 ล้านคนต่อเดือน ความร่วมมือนี้มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตและการทำธุรกิจอย่างกลมกลืน ซึ่งในแง่ของเม็ดเงินลงทุน แม้ว่าในขณะนี้ทางผู้บริหารจะยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขสุทธิ เนื่องจากอยู่ในช่วงระยะเวลาจำกัดการให้ข้อมูลตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ (Silence Period) แต่โครงการนี้ก็นับเป็นเม็ดเงินลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของโครงการลักษณะนี้ และถือเป็นหนึ่งในการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครั้งสำคัญของประเทศ

ผนึกกำลังยกระดับเศรษฐกิจมหภาค 3 มิติ

AIS ผนึกบางกอกแลนด์ปั้น 'เมืองทองธานี' สู่เมืองอัจฉริยะเอกชนใหญ่ที่สุดในไทย

หากมองในมิติเชิงโครงสร้าง การยกระดับพื้นที่ครั้งนี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจระดับมหภาคใน 3 ด้านหลัก โดยด้านแรก คือ การเป็นเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม MICE และการท่องเที่ยวระดับโลก ทาง ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า อุตสาหกรรมการจัดนิทรรศการ (Exhibition) ของไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี และมี IMPACT เมืองทองธานี เป็นผู้ให้บริการพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเข้ามาติดอาวุธดิจิทัลของ AIS จะเป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยมีศักยภาพสูงสุดในการดึงดูดงานแสดงเทคโนโลยีระดับโลก การแข่งขัน E-sport และ Hybrid Event ขนาดใหญ่ที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและมีความเสถียรสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ (Multiplier Effect) กระจายเม็ดเงินไปยังธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร SME ท้องถิ่น ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะและรถแท็กซี่

สอดคล้องกับภาพรวมของจังหวัดนนทบุรี ระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ระบุว่า ภาคบริการคือหัวใจหลักที่สร้างรายได้ถึง 80% ให้จังหวัด และเศรษฐกิจของเมืองทองธานี คือฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้หลักนี้

มิติถัดมาคือ การปักหมุดอธิปไตยข้อมูลและความมั่นคงของชาติ (National Digital Sovereignty) ซึ่ง ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ของประเทศคือ Cloud Data Center และ Cloud AIโครงการนี้จึงนำร่องใช้ Sovereign Cloud และ Sovereign AI เพื่อจัดเก็บ ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญของประเทศ ทั้งข้อมูลสาธารณสุข ภาษี การเงิน และการศึกษา ให้อยู่ภายใต้การดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทยเอง ช่วยให้ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของชาติเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ต่างชาติทั้งหมด

ด้านความปลอดภัยในการเชื่อมต่อข้อมูล พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีความเร็วสูงของ AIS จะช่วยยกระดับศูนย์ Monitor Cyber และระบบการจัดการความเสี่ยง ให้สามารถดูแลความปลอดภัยและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ยุคใหม่ เช่น Deep Fake หรือการโจมตีระบบข้อมูลขององค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีแนวคิดนำระบบการระบุตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiID เข้ามาใช้กับการเข้าใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะในอนาคตเพื่อความปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้น

นอกจากมิติด้านความมั่นคงแล้ว โครงการนี้ยังทำหน้าที่เป็นห้องทดลองที่มีชีวิต (Living Lab) ในการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมการเงิน โดย ดร.รุจฬ์สวัตต์ ครองภูมินทร์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร เมืองทองธานี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศิลปากร City Campus ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่นี้มานานเกือบ 10 ปี จะใช้โอกาสนี้ให้นักศึกษาหลายพันคนได้เรียนรู้ วิจัย และทำงานร่วมกับภาคธุรกิจบนสถานการณ์จริง ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI, IoT และ Data Analytics

ขณะที่ในแง่ธุรกิจค้าปลีกและการเงิน เด่นชัย เพชรชมรัตน์ Director บริษัท กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป KBTG เสริมว่า การนำเทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ในระบบนิเวศเมืองอัจฉริยะ จะช่วยให้ร้านค้าและ SME ในพื้นที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก เพิ่มโอกาสในการชำระเงินดิจิทัล เข้าถึงกระแสเงินสดและสินเชื้อง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบายและตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเองมากที่สุด

เจาะลึก 3 โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ

การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคทั้ง 3 มิตินี้ให้เกิดขึ้นจริง จำเป็นต้องมีรากฐานทางเทคโนโลยีที่ทรงพลังอยู่เบื้องหลัง โดย AIS ได้เข้ามาเป็นผู้ดูแลและวางรากฐานระบบดิจิทัลทั้งหมดของเมืองทองธานีผ่าน 3 เทคโนโลยีหลัก

AIS ผนึกบางกอกแลนด์ ปั้น 'เมืองทองธานี' สู่เมืองอัจฉริยะเอกชนใหญ่ที่สุดในไทย

เริ่มจาก การยกระดับระบบ 5G-Advanced & Smart Connectivity เพื่อขยายความครอบคลุมของสัญญาณในจุดจัดงานหนาแน่นอย่าง IMPACT Arena จากเดิม 70% ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 98% ช่วยแก้ปัญหาสัญญาณล่ม รองรับการใช้งานของคนหลักหมื่นคนพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล รองรับการไลฟ์สตรีมคุณภาพสูง และเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง เช่น Extended Reality หรือ Hologram รวมถึงเปิดตัวระบบ 5G VIP Ultra และ Boost Mode บนเครือข่าย 5G SA เพื่อให้ผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานทำธุรกรรมได้ไม่มีสะดุด

ต่อมาคือ การยกระดับความเป็นอยู่สู่ Smart Living ด้วยเทคโนโลยีเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 และ WiFi 7 ที่ส่งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับ 2 Gbps ตรงเข้าสู่ทุกห้องพักและคอนโดมิเนียมในพื้นที่ เพื่อรองรับระบบ Smart Home การทำงานจากที่บ้าน และระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) หรือระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกลสำหรับลูกบ้าน

และส่วนสุดท้ายคือ ระบบ Intelligent City Management ที่บริหารจัดการเมืองผ่าน Smart City Data Platform และ Digital Twin หรือระบบแบบจำลองเมืองเสมือนจริง ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากกล้อง AI CCTV, Smart Access, Smart Meter และเซนเซอร์ IoT ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้บริหารเมืองสามารถตรวจสอบ สั่งการ และวางแผนเรื่องความปลอดภัย พลังงาน และการบริหารจัดการจราจรได้แบบเรียลไทม์

ปักหมุดเสร็จสมบูรณ์ใน 12 เดือน

สำหรับไทม์ไลน์และการดำเนินงานของโครงการนี้ ปัจจุบันได้เริ่มต้นดำเนินการและเปิดให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลบางส่วนรวมถึงบริการขั้นพื้นฐานแก่ผู้บริโภคและลูกบ้านในพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีกรอบเวลาการดำเนินงานนับจากนี้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า ระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่ายความหนาแน่นสูง 5G-Advanced ในอาคารจัดแสดงงาน โครงข่าย Fiber to the Room ทั่วคอนโดมิเนียม แพลตฟอร์มบริหารจัดการเมือง และโซลูชันเพื่อองค์กรธุรกิจ จะได้รับการติดตั้ง ยกระดับ และเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ 4,000 ไร่ทั้งหมด

ทางด้าน พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงทิศทางของโครงการนี้ว่า สำหรับบางกอกแลนด์แล้ว เมืองอัจฉริยะไม่ใช่แค่การเอาเทคโนโลยีมาใส่ไว้ในเมือง แต่คือการทำให้เมืองทำงานได้ฉลาดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้แนวคิด Live-Work-Play-Learn เกิดขึ้นได้จริง ความร่วมมือกับ AIS จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนเมืองทองธานีให้เป็น Hub Connectivity City ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ คุณปรัธนา เน้นย้ำในมุมมองของพันธมิตรผู้ให้บริการเทคโนโลยีว่า “โครงการนี้ถือเป็นโครงการใหญ่ที่สุดบนพื้นที่สี่พันกว่าไร่ ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่อยู่อาศัย บริษัท ภาครัฐ มหาวิทยาลัย และอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่อยู่ในนี้ จนเรียกได้ว่ากึ่งเกือบจะเป็นจังหวัดอยู่แล้ว และหากพูดถึงความยิ่งใหญ่ เมืองทองธานีถือว่าเป็นเมืองที่เอกชนรันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในเชิงพื้นที่ ซึ่งยังไม่ได้มีโครงการขนาดนี้มาก่อนเลย”

โดย AIS มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของชาติ ความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะไม่ได้วัดกันที่จำนวนเทคโนโลยี แต่ถอดบทเรียนจากประโยชน์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจสัมผัสได้จริง การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลและศักยภาพของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การผนึกกำลังระหว่างสองผู้นำในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการอัปเกรดระบบอินเทอร์เน็ตทั่วไป แต่เป็นการสร้างพิมพ์เขียวเมืองอัจฉริยะของภาคเอกชนที่จะเปลี่ยนพื้นที่ 4,000 ไร่ ให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคต ที่พร้อมขับเคลื่อนจังหวัดนนทบุรีและประเทศไทยให้ก้าวสู่เวทีดิจิทัลระดับโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

KBTG กางสูตรลับ V=(P+P+P)E ปลดล็อกมูลค่าองค์กรยุค Beyond ROI

กรุงศรีปั้นเกมรุก AI เปลี่ยนดาต้าเป็นอินไซต์ ดันกลยุทธ์ ‘เข้าใจลูกค้าจริงทุกโมเมนต์’ เปิด ‘Krungsri Happy Family’

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar