Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Omise เปิด Mirai Flash ผู้ช่วย AI Coworker เชื่อมระบบองค์กร

Omise เปิด Mirai Flash ผู้ช่วย AI Coworker เชื่อมระบบองค์กร

Omise ขยายธุรกิจจากระบบชำระเงินสู่ AI สำหรับองค์กร เปิดตัว Mirai Flash “AI Coworker” หรือผู้ช่วย AI ที่เชื่อมเครื่องมือธุรกิจและระบบภายใน เพื่อค้นข้อมูล วิเคราะห์ และทำงานหลายขั้นตอนผ่านหน้าต่างแชตเดียว พร้อมเปิด Omise AI Service รับออกแบบและวางระบบเฉพาะองค์กร บริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์พัฒนาจากการใช้งานจริงภายใน ช่วยทีมประหยัดเวลาแล้วกว่า 100 ชั่วโมง ก่อนเปิดให้ผู้ใช้ภายนอกทดลอง โดยเริ่มตลาดไทยและเข้าหาฐานร้านค้าของ Omise ซึ่งมีมากกว่า 23,000 ราย

การประกาศครั้งนี้เพิ่มบทบาทของ Omise จากผู้ให้บริการรับชำระเงินไปสู่ผู้พัฒนาเครื่องมือช่วยดำเนินธุรกิจ โดยมีทั้งแอปพลิเคชันให้พนักงานใช้และทีมบริการเข้าไปเชื่อม AI กับระบบของลูกค้า จุดที่บริษัทเลือกแข่งขันคือการทำให้ AI ทำงานร่วมกับข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่องค์กรมีอยู่แล้ว รวมถึงระบบเฉพาะที่ต้องพัฒนาการเชื่อมต่อเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดงานค้นข้อมูล คัดลอก และประสานงานระหว่างระบบ

จุน ฮาเซกาวา (Jun Hasegawa) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Omise กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มุ่งแข่งขันด้านการพัฒนาโมเดล AI พื้นฐาน แต่ต้องการแก้ปัญหาการทำงานที่พบภายในองค์กร และนำสิ่งที่พัฒนาขึ้นไปช่วยลูกค้า สำหรับธุรกิจชำระเงิน การเติบโตของร้านค้าส่งผลต่อปริมาณธุรกรรมและการเติบโตของ Omise โดยตรง บริษัทจึงต้องการช่วยให้ร้านค้าทำงานได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มทรัพยากรตามภาระงานเสมอไป

จุดขายคือ AI ที่ทำงานกับระบบเดิมขององค์กร

ปัญหาที่ Mirai Flash เข้าไปแก้คือองค์กรมีเครื่องมือหลายตัว แต่พนักงานยังต้องเชื่อมงานระหว่างเครื่องมือเหล่านั้นด้วยตนเอง เช่น อ่านเรื่องร้องเรียนจากระบบบริการลูกค้า เปิดข้อมูลธุรกรรมเพื่อตรวจสอบ แล้วสร้างงานส่งให้วิศวกรหรือร่างคำตอบกลับร้านค้า Mirai Flash ถูกวางให้เป็น “AI Coworker” หรือผู้ช่วย AI ที่รับคำสั่งด้วยภาษาทั่วไป แล้วค้นข้อมูลและดำเนินงานต่อกับระบบที่เชื่อมไว้ ภายใต้สิทธิ์ที่องค์กรกำหนด

ศรีนิวาส กัตติมานี (Srinivas Kattimani) หัวหน้าทีมเทคโนโลยี AI ของ Omise กล่าวว่า แต่ละฝ่ายมีความต้องการใช้ AI ต่างกัน หากซื้อเครื่องมือแยกตามหน้าที่ บริษัทต้องจ่ายค่าสมาชิกและดูแลซอฟต์แวร์หลายตัว ขณะเดียวกัน เครื่องมือทั่วไปยังรองรับระบบเฉพาะขององค์กรได้ไม่ครอบคลุม ทีมพัฒนาจึงเลือกสร้างเครื่องมือกลางที่ใช้ได้หลายแผนก และเชื่อมกับซอฟต์แวร์ภายใน เพื่อให้ AI ช่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลธุรกิจได้มากขึ้น

ในการสาธิตงานบริการลูกค้า Kathimani ให้ Mirai Flash ตรวจเรื่องร้องเรียน 6 รายการร่วมกับข้อมูลธุรกรรม ระบบพบว่า 3 รายการมีสาเหตุเดียวกัน จึงรวมเป็นเรื่องเดียวสำหรับส่งต่อให้ทีมแก้ไข ส่วนอีกสองรายการเป็นเรื่องที่ร้านค้าสามารถแก้ไขเองได้ จากนั้นระบบเตรียมงานส่งต่อและร่างคำตอบให้แต่ละร้านค้า โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและอนุมัติก่อนดำเนินการต่อ ตัวอย่างนี้แสดงความสามารถตั้งแต่ตรวจข้อมูล หาสาเหตุ ไปจนถึงเตรียมประสานงาน โดยคนยังควบคุมขั้นตอนสำคัญ

สำหรับงานที่ต้องทำซ้ำ ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนคำสั่งให้เป็นงานอัตโนมัติได้ เช่น ให้ระบบดึงอัตราการทำธุรกรรม ความล่าช้า และข้อผิดพลาด แล้วส่งสรุปผ่าน Slack ทุกครึ่งชั่วโมงหรือทุกชั่วโมง ระบบจะเตรียมขั้นตอนการทำงานไว้ให้ตรวจสอบ พร้อมให้กำหนดรอบและผู้รับรายงาน เพื่อลดการกลับไปค้นข้อมูลและตอบคำถามเดิมระหว่างแคมเปญขายสินค้า ทั้งนี้ Kathimani ระบุว่าตัวเลขธุรกรรมที่แสดงเป็นข้อมูลสาธิต ไม่ใช่ข้อมูลจากระบบให้บริการจริง

เชื่อมข้อมูล ปรับตามสายงาน และควบคุมสิทธิ์

Mirai Flash เป็นแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อปภายใต้ Mirai ธุรกิจด้าน AI ของ Omise รองรับ macOS และ Windows รวมถึงภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น ผู้ใช้สั่งงานผ่านแชตเพื่อค้นข้อมูล วิเคราะห์ จัดทำรายงานหรือหน้าสรุปข้อมูล และทำงานต่อกับซอฟต์แวร์ที่เชื่อมไว้ โดยบริษัทวางความสามารถสำหรับองค์กรไว้สี่ด้าน คือการเชื่อมระบบ การปรับตามสายงาน การกำหนดสิทธิ์ และการคุ้มครองข้อมูล

ด้านการเชื่อมระบบ Mirai Flash รองรับ Slack, Jira, Google Workspace, BigQuery และ BambooHR ผ่าน Model Context Protocol หรือ MCP ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดสำหรับเชื่อมแอปพลิเคชัน AI กับเครื่องมือและข้อมูลภายนอก ลูกค้าองค์กรสามารถให้ Omise พัฒนาการเชื่อมต่อกับระบบภายในและซอฟต์แวร์เฉพาะเพิ่มเติม เพื่อดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์และส่งต่องานข้ามแพลตฟอร์มโดยอัตโนมัติผ่านหน้าต่างเดียว

ด้านการใช้งาน ผลิตภัณฑ์มีโหมดที่ปรับตามขั้นตอนทำงานและบริบทของฝ่ายบริการลูกค้า การเงินและบัญชี กฎหมาย บุคคล ฝ่ายขายและพันธมิตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ และผู้บริหาร ส่วนการกำกับดูแล ผู้ดูแลระบบกำหนดได้ว่า AI เข้าถึงเครื่องมือใดและดำเนินการอะไรได้บ้าง รวมถึงบังคับใช้นโยบายองค์กรผ่านการตั้งค่าสิทธิ์อย่างละเอียด Kathimani ระบุว่า ผู้ดูแลสามารถระงับการใช้งานเมื่อพบการทำงานที่อาจก่อปัญหาได้ด้วย

ด้านการคุ้มครองข้อมูล Omise ระบุว่า เนื้อหาของลูกค้าจะไม่ถูกนำไปฝึกโมเดล AI ตามข้อตกลงกับผู้ให้บริการโมเดล ขณะที่ข้อมูลสำหรับเข้าสู่ระบบและกุญแจเข้าถึงบริการจะถูกจัดเก็บแบบเข้ารหัสบนอุปกรณ์ จุนกล่าวว่า ความกังวลเรื่องข้อมูลเป็นอุปสรรคหนึ่งที่ทำให้องค์กรยังใช้ AI กับงานอย่างร่างเอกสาร แปลภาษา หรือสรุปการประชุม การขยายไปสู่งานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลธุรกิจจึงต้องมีการควบคุมที่องค์กรยอมรับได้

นอกจากนี้ Mirai Flash ไม่ผูกกับโมเดล AI ใดโมเดลหนึ่ง ผู้ใช้สามารถเลือกหรือสลับโมเดล และตั้งค่าการเลือกใช้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายหรือให้น้ำหนักกับคุณภาพของผลลัพธ์ตามความต้องการ พร้อมมีเครื่องมือส่งเสริมการใช้งานผ่านกิจกรรมท้าทาย การสะสมคะแนน และตารางจัดอันดับ Kathimani ระบุว่าส่วนนี้ยังอยู่ระหว่างทดลอง โดยพบว่าการใช้งานภายในเพิ่มขึ้นในช่วงที่จัดกิจกรรมพร้อมรางวัล เช่น บัตรกำนัล

ต่อยอดข้อมูลชำระเงินให้ร้านค้าใช้ตัดสินใจ

สำหรับร้านค้าที่ใช้บริการ Omise บริษัทสาธิตการนำข้อมูลธุรกรรมมาวิเคราะห์ต่อจากรายการรับเงินและคืนเงิน เจ้าของธุรกิจสามารถถามด้วยภาษาทั่วไปให้ Mirai Flash สรุปข้อมูลตามวิธีชำระเงิน ระบุจุดที่ควรปรับปรุง และประเมินว่าการปรับเปลี่ยนอาจช่วยเพิ่มรายได้หรือลดค่าใช้จ่ายได้เท่าใด พร้อมจัดทำรายงานให้นำไปใช้ต่อ ในตัวอย่างนี้ระบบทำหน้าที่วิเคราะห์และเสนอแนวทาง โดยไม่มีการเปลี่ยนข้อมูลในบัญชีหรือส่งข้อมูลออกไป การตัดสินใจยังอยู่ที่เจ้าของธุรกิจ

ความสามารถอีกด้านคืองานบุคคล ซึ่งระบบช่วยอ่านประวัติผู้สมัครเทียบกับรายละเอียดตำแหน่ง เตรียมคำถามที่ตรงกับประสบการณ์ของแต่ละคน และเสนอแนวทางให้คะแนน รวมถึงสร้างคำถามภาษาไทยได้ ขณะที่การสัมภาษณ์ ประเมิน และเลือกผู้สมัครยังเป็นหน้าที่ของคน Omise ระบุว่าการใช้งานภายในช่วยประหยัดเวลาของทีมรวมแล้วกว่า 100 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้เปิดเผยวิธีคำนวณ จำนวนพนักงาน หรือช่วงเวลาที่ใช้วัดผล ส่วนการใช้งานในองค์กรภายนอกอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

เสริมบริการวาง AI ให้เข้ากับแต่ละธุรกิจ

ปีเตอร์ พรประยุทธ (Peter S. Pornprayuth) รองประธานฝ่ายขายและพันธมิตรระดับโลก Omise
ปีเตอร์ พรประยุทธ (Peter S. Pornprayuth) รองประธานฝ่ายขายและพันธมิตรระดับโลก Omise

นอกจากนี้ Omise ยังประกาศเปิดตัว Omise AI Service บริการที่ปรึกษาให้บริการองค์กรที่ต้องการทีม Omise เข้าไปช่วยปรับกระบวนการและวางระบบเฉพาะ ปีเตอร์ พรประยุทธ (Peter S. Pornprayuth) รองประธานฝ่ายขายและพันธมิตรระดับโลก Omise กล่าวว่า แต่ละองค์กรมีขั้นตอนทำงาน ระบบเดิม และข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลต่างกัน จึงต้องพิจารณาว่าควรเริ่มใช้ AI กับงานใด ต้องเชื่อมระบบอะไร และผลที่ได้คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

บริการเริ่มจากการพูดคุยกับพนักงานและสำรวจงานของแต่ละฝ่าย เพื่อหาขั้นตอนที่ใช้เวลามากหรือยังต้องทำซ้ำด้วยคน จากนั้นจึงออกแบบกระบวนการ พัฒนาและเชื่อมระบบ ก่อนติดตั้งและช่วยดูแลการนำไปใช้

“ผลลัพธ์ต้องพิจารณาจากเวลาที่ประหยัดได้ กระบวนการที่เร็วขึ้น และความคุ้มค่าของการลงทุน โดยสามารถเลือกใช้ Mirai Flash หรือเครื่องมืออื่นตามความเหมาะสมของงาน”

ขอบเขตบริการยังครอบคลุมการปรับค่าใช้จ่าย การฝึกทีมงานให้นำ AI มาใช้ในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ และการเชื่อม AI เข้ากับเครื่องมือที่องค์กรใช้อยู่ รวมถึงพิจารณาระบบภายในองค์กรหรือระบบคลาวด์ตามข้อกำหนดด้านข้อมูลและความปลอดภัย

“งานที่เข้าไปช่วยครอบคลุมทั้งฝ่ายเทคโนโลยี บุคคล กฎหมาย ฝ่ายขาย และฝ่ายธุรกิจ โดยกำหนดขอบเขตตามปัญหาและความพร้อมของลูกค้าแต่ละราย”​

เริ่มตลาดไทย เตรียมเก็บค่าสมาชิกตามจำนวนผู้ใช้

Omise จะเริ่มทำตลาด Mirai Flash ในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และมีร้านค้าของบริษัทอยู่จำนวนมาก จุน กล่าวว่า บริษัทจะเข้าหาฐานร้านค้าเดิมก่อน พร้อมเปิดให้องค์กรอื่นใช้งานด้วย โดยตัวเลขร้านค้ามากกว่า 23,000 รายเป็นฐานลูกค้าธุรกิจชำระเงินของ Omise ไม่ใช่จำนวนผู้ใช้ Mirai Flash การเริ่มจากลูกค้าเดิมจะเป็นโอกาสให้บริษัทนำผลิตภัณฑ์ไปทดลองกับปัญหาการทำงานภายนอก และนำข้อเสนอแนะกลับมาพัฒนาเพิ่มเติม

จุน ระบุว่า Omise ทดสอบเทคโนโลยีภายในมาเกือบหนึ่งปี และใช้เวลาราวหกเดือนที่ผ่านมาเน้นพัฒนารูปแบบการใช้งานของ Mirai Flash การเปิดตัววันนี้ (20 ตุลาคม 2569) เปิดให้ผู้ใช้ 100 รายแรกดาวน์โหลดและลงทะเบียนได้ ส่วนแผนในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าคือเพิ่มองค์กรนำร่อง ศึกษาปัญหาที่แตกต่างจากภายในบริษัท และพัฒนาการเชื่อมต่อเพิ่มเติม Kathimani กล่าวว่า ทีมจะกำหนดเป้าหมายเป็นรอบทุกสามเดือน และมีแนวทางพัฒนาพื้นที่รวมแอปพลิเคชันและการเชื่อมต่อเฉพาะสำหรับองค์กรในอนาคต

สำหรับการเปิดเชิงพาณิชย์ Kathimani กล่าวถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2570 เป็นเป้าหมายเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ยืนยันกำหนดการชัดเจน รูปแบบรายได้มีแนวโน้มเป็นค่าสมาชิกตามจำนวนผู้ใช้ในองค์กร ขณะที่ราคายังอยู่ระหว่างศึกษา เป้าหมายระยะใกล้จึงอยู่ที่การเพิ่มองค์กรนำร่องและปรับผลิตภัณฑ์ให้รองรับปัญหาที่หลากหลายขึ้น ก่อนขยายการให้บริการ

จากระบบชำระเงินสู่ AI ที่ช่วยธุรกิจทำงาน

Omise ก่อตั้งในปี 2556 โดยจุนเล่าว่า บริษัทเริ่มจากการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ก่อนเปลี่ยนมาทำธุรกิจชำระเงินเมื่อพบว่ายังไม่มีบริการที่ตอบโจทย์การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มของตนเอง ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ประสบการณ์ดูแลข้อมูลธุรกรรม ตรวจสอบระบบ และจัดการปัญหาของร้านค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ที่นำมาพัฒนา Mirai Flash และเป็นจุดเชื่อมระหว่างธุรกิจเดิมกับการขยายสู่ AI

ยูสุเกะ โทมิโมโตะ (Yusuke Tomimoto) ประธานกลุ่มบริษัท Omise กล่าวว่า การนำ AI มาใช้ไม่ควรเป็นเป้าหมายในตัวเอง องค์กรควรเริ่มจากงานที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพ และช่วยให้คนตัดสินใจหรือทำงานได้เร็วขึ้น บริษัทจึงเริ่มทดลองกับงานของตนเอง ผ่านทั้งการทดสอบและความผิดพลาด ก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ Mirai ซึ่งหมายถึงอนาคตในภาษาญี่ปุ่น โดยให้คนยังเป็นผู้ควบคุมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

สำหรับจุน สิ่งที่ต้องการให้คนจดจำคือ Omise ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่นำเครื่องมือมาช่วยร้านค้าเติบโต การเปิดทั้ง Mirai Flash และ Omise AI Service จึงขยายสิ่งที่บริษัทเข้าไปช่วยลูกค้าได้ จากการรับชำระเงินมาสู่การจัดการงานและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยผลจากองค์กรนำร่องจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาธุรกิจใหม่นี้ต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Google ดัน Small AI ช่วยเกษตรกร ตั้งเป้าเข้าถึงกว่า 1 ล้านคนภายในปี 2570

MYNT–Growhill Wealth ชี้ AI เปิดโอกาสเข้าถึงการเงินและบริหารความมั่งคั่ง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar