Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

โอสถสภาดึง AI จาก AWS พลิกโฉมธุรกิจ 135 ปี สู่ยุคดิจิทัล

โอสถสภาดึง AI จาก AWS พลิกโฉมธุรกิจ 135 ปี สู่ยุคดิจิทัล

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของไทย เดินหน้ายกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยการจับมือ Amazon Web Services, Inc. (AWS) นำเทคโนโลยี Generative AI และแมชชีนเลิร์นนิง (Machine Learning) มาปรับใช้ทั่วทั้งองค์กร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการตัดสินใจของบุคลากรในทุกภาคส่วน

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ โอสถสภาได้พัฒนาและเปิดใช้งานระบบ AI ระดับองค์กรขึ้นมา 2 ระบบหลัก ได้แก่ “OsotSphere” ผู้ช่วย Generative AI ภาษาไทย ซึ่งพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Amazon Bedrock และระบบ “Marketing Mix Modeling (MMM)” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI บน Amazon SageMaker โดยระบบดังกล่าวสามารถผสานและวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจได้มากกว่า 700 ตัวแปร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับการลงทุนด้านการตลาด

ชุบชีวิตแบรนด์ในตำนาน สู่การสื่อสารภาษาไทยด้วย AI ที่แม่นยำ

ตลอดระยะเวลากว่า 135 ปี โอสถสภาประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์แบรนด์ชั้นนำของไทยมากมาย อาทิ เครื่องดื่มชูกำลังอันดับหนึ่งอย่าง M-150 รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม และอาหารที่หลากหลาย โดยในปัจจุบัน บริษัทได้นำ AI บนระบบ AWS เข้ามาปฏิวัติกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การตัดสินใจลงทุนด้านการตลาด ไปจนถึงการปฏิบัติงานประจำวันของพนักงาน

สำหรับแพลตฟอร์ม AI ภายในองค์กรอย่าง OsotSphere ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึง Generative AI ผ่าน Amazon Bedrock โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลสิทธิ์การอนุมัติ (Statement of Authority: SoA) และนโยบายขององค์กรเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้พนักงานสามารถสืบค้นข้อมูลที่มีความซับซ้อน เช่น กรอบการอนุมัติ นโยบาย และขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ได้ด้วยภาษาไทยในรูปแบบธรรมชาติ โดยระบบจะส่งคำตอบที่ถูกต้อง แม่นยำตามบริบท พร้อมระบุแหล่งอ้างอิง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำรายงานด้วยมือและการตอบคำถามซ้ำซ้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ OsotSphere ยังแสดงศักยภาพที่โดดเด่นในด้านการให้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นภาษาไทยได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้พนักงานสามารถสื่อสารและโต้ตอบกับระบบ AI ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานจากหลากหลายสายงานยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานระบบดังกล่าวอย่างแพร่หลายทั่วทั้งองค์กร

ปัจจุบัน OsotSphere รองรับการตอบคำถามของพนักงานได้มากถึงประมาณ 1,450 รายการต่อเดือน และได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการเข้าถึงองค์ความรู้ภายในองค์กรอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ต้องประสานงานหลายฝ่ายและใช้เวลารอคอยคำตอบ เปลี่ยนเป็นการค้นหาข้อมูลและได้รับคำตอบทันทีพร้อมแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ช่วยให้การทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปักหมุดขยายพอร์ตโฟลิโอทั่ว CLMV

ในด้านการตลาด โอสถสภาได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Marketing Mix Modeling (MMM) บนระบบ Amazon SageMaker, Amazon S3 และ Amazon Redshift เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกกว่า 700 ตัวแปร อาทิ ยอดขาย, การกระจายสินค้า, โปรโมชั่น, การใช้สื่อ, พฤติกรรมผู้บริโภค, ข้อมูลตลาด, ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค และข้อมูลการแข่งขัน โดยโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงนี้มาพร้อมความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ (Explainability) ช่วยให้ทีมการตลาดเข้าใจปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างชัดเจน และสามารถปรับงบลงทุนได้อย่างแม่นยำบนฐานข้อมูล เสมือนมีผู้เชี่ยวชาญ AI หลายด้านคอยให้คำแนะนำ

หลังจากนำระบบ MMM มาใช้งาน ทีมการตลาดของโอสถสภาสามารถนำข้อมูลเชิงลึกจาก AI ไปใช้วางกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย จัดสรรงบประมาณสื่อใหม่ และค้นหาโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจทั้งในประเทศไทย รวมถึงตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)

ร่วมมือกันกำหนดทิศทางอนาคตของ AI

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจทั้ง 9 หน่วยงานของโอสถสภา ได้ร่วมมือจัดเวิร์กช็อปข้ามสายงานเพื่อระบุแนวทางการใช้ AI แก้ไขปัญหาสำคัญขององค์กร นำมาสู่การค้นพบโอกาสที่มีศักยภาพสูงถึง 59 โครงการ ครอบคลุมทั้งสายงานการเงิน, กฎหมาย, การกำกับดูแล, การตลาด และการผลิต พร้อมเร่งพัฒนาศักยภาพองค์กรเพื่อขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน โอสถสภาเริ่มได้รับผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากหลากโครงการ อาทิ แชตบอทบริการลูกค้า, ระบบ OCR ประมวลผลเอกสารอัตโนมัติ, เครื่องมือบริหารจัดการองค์ความรู้บน Amazon Quick รวมไปถึงการใช้แมชชีนเลิร์นนิงสนับสนุนการคัดเลือกคู่ค้าและการแนะนำคำสั่งซื้อในกระบวนการจัดซื้อ ซึ่งทุกโครงการล้วนตั้งต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาธุรกิจจริงและเลือกใช้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์

เพื่อต่อยอดความสำเร็จ โอสถสภาได้ลงทุนพัฒนาทักษะบุคลากรผ่านโครงการ “AI Skills Program 2.0” โดยตั้งเป้าให้พนักงานทุกคนสามารถสร้างและต่อยอดโซลูชัน AI ในสายงานตนเองได้ หลักสูตรนี้ครอบคลุมการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ, เทคนิคการเขียน prompt, การเพิ่มประสิทธิภาพด้วย GenAI, การพัฒนาโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย และการกำกับดูแลที่เหมาะสม ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบงานจริง เช่น OsotSphere, Amazon Quick และแพลตฟอร์มการตลาดต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที

มุ่งสู่ “หนึ่งผู้บริหาร หนึ่ง AI Agent” ขับเคลื่อนองค์กร 5,000 คน

อธิคม กาญจนวิภู Senior Executive Vice President, Digital Technology บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เราไม่ได้นำ AI มาใช้เพียงเพื่อการทดลอง แต่เพื่อนำมาเปลี่ยนวิธีการตัดสินใจของพนักงานกว่า 5,000 คนในทุกวัน วิสัยทัศน์ของเราคือการให้ผู้บริหารทุกคนมี AI Agent ส่วนตัวที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบทบาทของตน เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องและทันท่วงที ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่เรากำลังดำเนินการบน AWS เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ความรวดเร็ว และขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร”

ด้าน วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า โอสถสภาถือเป็นต้นแบบที่ชัดเจนในการยกระดับการใช้ AI จากจุดเริ่มต้นในบางทีม สู่การเป็นมาตรฐานการทำงานของพนักงานทั้ง 5,000 คน ผ่านความร่วมมือของทั้ง 9 หน่วยธุรกิจในการระบุโอกาสที่เป็นรูปธรรมและสร้างขีดความสามารถภายใน ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบในบริษัทชั้นนำของไทยในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน AWS ภูมิใจที่ได้เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์และ AI ที่สนับสนุนความมุ่งมั่นในครั้งนี้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

AWS Summit Bangkok: AI โครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กร

SCBX AI Outlook 2026: 6 แนวโน้มสำคัญของAI ในยุคใหม่

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar