พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดเผยว่า การขยายตัวของ agentic AI ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแลภัยคุกคามไซเบอร์ โดยปัจจุบัน ‘Identity’ ได้กลายเป็นช่องทางการโจมตีหลักแทนการใช้นมัลแวร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากสัดส่วน Machine และ AI Identity ในองค์กรพุ่งสูงกว่าจำนวนพนักงานถึง 111 เท่าจากการปรับใช้ AI Agent แบบอัตโนมัติ
รายงาน Identity Security Landscape Report 2026 จากการสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2,930 คนทั่วโลก ระบุว่า สถาปัตยกรรมความปลอดภัยที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้อยู่ยังเน้นการปกป้อง Identity ของพนักงานเป็นหลัก ซึ่งไม่สอดรับกับขนาดและความซับซ้อนของ Identity ยุค AI
สำหรับผลสำรวจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) พบประเด็นสำคัญ ดังนี้:
- อัตราส่วน Machine Identities สูง 111:1: องค์กรใน APAC 100% มีการนำ AI Agents มาใช้งานแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกใน 12 เดือนข้างหน้า
- การเจาะระบบผ่าน Identity: 9 ใน 10 ขององค์กรใน APAC ประสบเหตุการณ์ความปลอดภัยล้มเหลวที่เกี่ยวข้องกับ Identity อย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา
- ความเสี่ยงการต่ออายุใบรับรอง: 97% ขององค์กรคาดว่าจะได้รับผลกระทบหากกระบวนการต่ออายุ Digital Certificates ไม่เป็นระบบอัตโนมัติ โดยสร้างมูลค่าความเสียหายเฉลี่ย 305,161 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
- จุดบอดการกำกับดูแล: 98% ของพนักงานได้รับสิทธิ์เข้าถึงระบบเกินบทบาทหน้าที่ และ 98% ประสบปัญหา ระบบ Identity แยกส่วนไม่เชื่อมโยงกัน (Silo) ซึ่งทำให้การตอบสนองต่อภัยคุกคามล่าช้าลงเฉลี่ย 13 ชั่วโมง
เจฟฟรีย์ ก๊ก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์ Idira พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ กล่าวระบุว่า ผู้โจมตีในปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบจากการเจาะระบบมาเป็นการใช้ Identity ของพนักงานหรือ AI ที่ถูกขโมยมาเพื่อลงชื่อเข้าใช้งาน การแก้ไขจำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทั้งการค้นหา (Discover) ควบคุม (Control) และกำกับดูแล (Govern) Identity ทุกประเภท
ขณะที่สถานการณ์ในอาเซียน สถิติจากสิงคโปร์พบว่า Machine Identities สูงกว่าพนักงานเฉลี่ย 107 ต่อ 1 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของ Machine Identities (51%), การขยายความร่วมมือกับพันธมิตรภายนอก (43%) และการใช้ Large Language Models (41%)
ด้าน สิทธารถ เดชเพน ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชันอุตสาหกรรม พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยสารสนเทศ (CISO) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยให้ AI และการต่อสู้กับ AI ด้วย AI โดยต้องยกเลิกการให้สิทธิ์เข้าถึงแบบถาวร (Standing Privileges) และขยายการควบคุมสิทธิ์แบบ Dynamic ไปยังทุก Identity
ทั้งนี้ องค์กรจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการกำกับดูแลใหม่ใน 3 ด้าน ได้แก่:
- การกำกับดูแล AI Agents จากศูนย์กลาง: ครอบคลุมทั้ง SaaS, Cloud และ Developer Environments โดยให้สิทธิ์เฉพาะช่วงเวลาทำงานและมี Audit Trail ตรวจสอบได้
- บังคับใช้สิทธิ์แบบ Just-in-Time: ยกเลิกสิทธิ์ถาวร เปลี่ยนมาให้สิทธิ์เฉพาะเมื่อใช้งาน และเก็บบันทึกประวัติการใช้งาน
- ปรับสู่ Platformization และระบบอัตโนมัติ: ใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการ Identity Lifecycle แบบ Real-time เพื่อให้สามารถตอบสนองภัยคุกคามได้ทันด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AIS PLAY เปิดแพ็กเกจ ‘PLAY ALL’ รวมกีฬา-ความบันเทิง 199 บาท/เดือน ดูได้ทุกเครือข่าย
กลุ่ม TCP ลงทุน 4.3 พันล้านหยวน ลุยตลาดจีน ชูแนวคิด ‘In China For China’



