เมื่อข้อมูลจากปัญญาประดิษฐ์และดาวเทียมเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปจะประมวลผลทัน คำถามที่ตามมาคือ ประเทศไทยจะมีเครื่องมือใดมารองรับความเปลี่ยนแปลงนี้ คำตอบส่วนหนึ่งถูกวางลงบนเวทีเปิดตัว Quantum Club Thailand ซึ่งเป็นการรวมตัวของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทรู คอร์ปอเรชั่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือข่ายนักวิจัย QTRic และบริษัทเทคโนโลยีควอนตัมจากต่างประเทศอย่าง qBraid โดยมีข้อเสนอสำคัญคือการจัดตั้งกองทุนมูลค่าราว 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์นวัตกรรมด้าน Deep Tech ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 5 แห่ง และเชื่อมโยงงานวิจัยของนักวิจัยกว่า 120 คนจาก 17 สถาบันภาครัฐเข้ากับภาคอุตสาหกรรม เป้าหมายปลายทางคือการดึงประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก
เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่แยกจากกันไม่ได้

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ กิจการอวกาศ พลังงานสะอาดและพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก รวมถึงเทคโนโลยีควอนตัม แท้จริงแล้วคือเรื่องเดียวกันที่ต้องทำงานร่วมกัน เพราะเมื่อข้อมูลจากปัญญาประดิษฐ์และดาวเทียมมีปริมาณมหาศาลขึ้นทุกวัน คอมพิวเตอร์รูปแบบปัจจุบันจะไม่สามารถประมวลผลได้ทัน จำเป็นต้องพึ่งพาควอนตัมคอมพิวติ้งเข้ามาแทนที่ และควอนตัมคอมพิวติ้งเองก็ต้องการพลังงานปริมาณมากมารองรับเช่นกัน
การที่ภาคเอกชนอย่างทรูและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำร่วมในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีควอนตัม ทั้งที่โดยปกติแล้วการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความเสี่ยงสูงมักตกเป็นภาระของภาครัฐ แต่การมีระบบนิเวศที่ครบถ้วนต่างหากคือเงื่อนไขที่จะตัดสินว่าเทคโนโลยีนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ในประเทศไทย
“หากประเทศไทยมีกระแสความสนใจด้านควอนตัม แต่ไม่มีระบบนิเวศที่ครบถ้วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ตอัป และนักลงทุนอย่าง Angel Fund หรือ Venture Capital เทคโนโลยีนี้ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานภาครัฐและบริษัทขนาดใหญ่จึงต้องพร้อมทำหน้าที่เป็นตลาดทดลองและพื้นที่ใช้งานจริงให้กับสตาร์ตอัปด้าน Deep Tech ของไทย เพื่อให้เติบโตและแข่งขันในเวทีโลกได้ ควบคู่ไปกับการวางแนวทางการทูตเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือเฉพาะทางกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานทั่วโลก ไม่ให้นักวิจัยและสตาร์ตอัปไทยต้องเติบโตอย่างโดดเดี่ยว
จากแนวคิดสู่แพลตฟอร์มกลางระดับประเทศ

ด้าน เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า Quantum Club Thailand คือแพลตฟอร์มกลางระดับประเทศที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในยุคที่เทคโนโลยีควอนตัมเข้ามามีบทบาท
การขับเคลื่อนดังกล่าววางอยู่บนพันธกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่
- การพัฒนากำลังคนผ่าน Quantum Academy
- การนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมผ่าน Quantum Industry
- การเร่งผลักดันงานวิจัยผ่าน Quantum Research
- การสร้างเทคโนโลยีนวัตกรรมผ่าน Quantum Innovation
ทั้งหมดมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวเสริมในฐานะหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณและนโยบายว่าสกสว. พร้อมสนับสนุนเต็มที่เนื่องจากมองว่าควอนตัมเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะช่วยสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อดึงไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก
เชื่อมงานวิจัยพื้นฐานเข้ากับโจทย์อุตสาหกรรม
คำถามที่ตามมาคือ ใครจะเป็นผู้ผลิตองค์ความรู้ให้กับระบบนิเวศที่ว่านี้ คำตอบอยู่ที่เครือข่าย QTRic ซึ่งรวมนักวิจัยด้านควอนตัมกว่า 120 คนจาก 17 สถาบันภาครัฐเอาไว้
รองศาสตราจารย์ ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่าย QTRic อธิบายว่า วัตถุประสงค์หลักของเครือข่ายคือการผลักดันให้งานวิจัยเชิงพื้นฐานสามารถนำไปแก้โจทย์ปัญหาในระดับท้องถิ่นและระดับอาเซียนได้จริง โดยใช้กลไก Education Sandbox เป็นเครื่องมือสร้างบุคลากร และอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชนเป็นตัวเร่งให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น
ในมุมของพันธมิตรต่างประเทศ ริกกี ยัง หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ qBraid มองว่า เทคโนโลยีควอนตัมเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่อยู่เบื้องหลังกลไกต่าง ๆ ของจักรวาล และเป้าหมายของ qBraid คือการนำเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งเข้าสู่แนวหน้าของประเทศไทย เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยทั้งในด้านการผลิตขั้นสูง การเกษตร และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ
ข้อเสนอกองทุน 1 แสนล้านบาท สร้างศูนย์นวัตกรรม

หากงานวิจัยและระบบนิเวศคือรากฐาน สิ่งที่ ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะผู้บริหาร อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป นำเสนอในหัวข้อ Quantum Technology vs. Thailand’s Growth คือแผนที่จะเปลี่ยนรากฐานนั้นให้เป็นรูปธรรม
คุณศุภชัย กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์และพันธมิตรมีอุตสาหกรรมที่พร้อมใช้เป็นสนามทดลองอยู่แล้วในหลายด้าน ตั้งแต่การเกษตรเพื่อพัฒนาอาหารที่ส่งผลต่ออายุยืน พลังงานสะอาด โลจิสติกส์ โทรคมนาคม ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเทคโนโลยีควอนตัมและปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมเหล่านี้ทั้งหมด
แต่การเติบโตของประเทศไทยในสายตาของศุภชัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับอุตสาหกรรม เขาระบุว่าการเติบโตต้องมาพร้อมกับการเข้าถึงเทคโนโลยีใน 4 ด้าน คือการเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์สำหรับทุกคนในราคาที่เหมาะสม การเข้าถึงระบบสุขภาพเชิงป้องกัน การเข้าถึงบริการทางการเงินเพื่อรองรับเศรษฐกิจนอกระบบ และการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
จากหลักการดังกล่าว คุณศุภชัยเสนอแนวคิดจัดตั้งแพลตฟอร์มศูนย์นวัตกรรมด้าน Deep Tech 5 ด้าน จับคู่กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 5 แห่ง โดยอาจระดมทุนราว 1 แสนล้านบาท แบ่งสัดส่วนการลงทุนระหว่างภาครัฐที่สามารถลดหย่อนภาษีได้กับภาคเอกชน
“เงินทุนดังกล่าวจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือการจัดซื้ออุปกรณ์ทดลองและห้องปฏิบัติการระดับโลก การจ้างบุคลากรจากทั่วโลกมาประจำที่ประเทศไทย และทุนสำหรับการวิจัย” คุณศุภชัยกล่าว
ปลายทางของแนวคิดนี้คือการสร้างคลัสเตอร์นวัตกรรมที่ผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีในระดับเดียวกับเมืองบอสตันหรือซิลิคอนแวลลีย์
ก้าวต่อไปของระบบนิเวศควอนตัมไทย
จากคำกล่าวที่วางกรอบระดับนโยบาย ผ่านพันธกิจของแพลตฟอร์มกลาง เครือข่ายนักวิจัยที่พร้อมผลิตองค์ความรู้ ไปจนถึงข้อเสนอกองทุนที่จับต้องได้ การเปิดตัว Quantum Club Thailand ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามร้อยเรียงภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านบุคลากร งานวิจัย และเงินทุน สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คือการนำแนวคิดและข้อเสนอที่วางไว้ทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยสามารถสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ครบวงจร และก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
จี้บิ๊กบอสไทยเร่งทำ AI Governance ชี้ 5 ธุรกิจเสี่ยงสูง พลาดถึงขั้นขึ้นศาลโลก
VISAI AI ชี้ข้อมูลโครงสร้าง คือปราการธุรกิจที่แท้จริง



