Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เร้ดแฮท แนะ 4 ขั้นตอนเตรียมความพร้อมไฮบริดคลาวด์ รับมือ Q-Day

เร้ดแฮท แนะ 4 ขั้นตอนเตรียมความพร้อมไฮบริดคลาวด์ รับมือ Q-Day

การมาถึงของควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่สามารถถอดรหัสได้ หรือ Q-day เปลี่ยนจากความท้าทายเชิงทฤษฎีไปสู่กรอบเวลาที่บีบบังคับให้ทีมความปลอดภัยไซเบอร์ต้องวางแผนรับมือ เนื่องจากผู้ไม่หวังดีเริ่มใช้วิธีดักเก็บข้อมูลในปัจจุบันเพื่อรอถอดรหัสในอนาคต (harvest now, decrypt later) โดยกักเก็บข้อมูลการรับส่งภายในองค์กร ทรัพย์สินทางปัญญา และบันทึกข้อมูลระบบเอาไว้ เพื่อนำไปประมวลผลผ่านฮาร์ดแวร์ควอนตัมเมื่อเทคโนโลยีพร้อมใช้งาน

JP Jung จาก Red Hat ให้ข้อมูลว่า การรับมือภัยคุกคามนี้ต้องลงมือทำก่อนวิกฤติจะมาถึง โดยฝังขีดความสามารถด้านความปลอดภัยยุคควอนตัม (quantum-safe) ลงในชั้นรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ เพื่อให้องค์กรมีเครื่องมือในการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลและเตรียมรับมือกับ Q-day

ความเร่งด่วนนี้สอดคล้องกับคำสั่งบริหารหมายเลข 14412 ของทำเนียบขาว ที่กำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางนำร่องย้ายระบบไปสู่การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography หรือ PQC) ภายในปี 2027 และดำเนินการเต็มรูปแบบภายในปี 2029 รวมถึงข้อกำหนด Commercial National Security Algorithm Suite 2.0 (CNSA 2.0) ของ NSA ที่กำหนดใช้อัลกอริทึมความปลอดภัยยุคควอนตัมกับโปรโตคอล TLS เชิงพาณิชย์ภายในปี 2030 การรอจนกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จะปรากฏขึ้นแล้วค่อยเริ่มย้ายระบบ จะทำให้องค์กรล้าหลังไป 3–5 ปี และเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยข้อมูลสำคัญ

เร้ดแฮทตอบสนองความท้าทายนี้ด้วยการฝังความปลอดภัยยุคควอนตัมในไฮบริดคลาวด์ โดย Red Hat Enterprise Linux 10 (RHEL10) เป็นระบบปฏิบัติการ Linux ระดับองค์กรรายแรกที่มาพร้อมอัลกอริทึมยุคหลังควอนตัมตามมาตรฐาน NIST เช่น ML-KEM และ ML-DSA ที่เปิดใช้งานในระดับระบบปฏิบัติการ

ด้าน Red Hat OpenShift นำ RHEL มาเป็นกลไกพื้นฐานในการคำนวณด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ นำขีดความสามารถมาเปิดใช้งานและขยายให้ครอบคลุมสภาพแวดล้อมแบบกระจายตัว

การย้ายงานด้านความปลอดภัยจากชั้นแอปพลิเคชันลงมาไว้ที่ชั้นโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ของ RHEL และ OpenShift ช่วยให้แพลตฟอร์มมีความปลอดภัยสูงขึ้น ปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ดีขึ้น ลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่าย และปกป้องสินทรัพย์ด้าน AI จากการถอดรหัสด้วยควอนตัมในอนาคต

4 สิ่งสำคัญที่องค์กรสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อพร้อมรับมือ Q-Day

1) สำรวจร่องรอยการเข้ารหัสที่แอบแฝงอยู่บนไฮบริดคลาวด์ทั้งหมด

องค์กรส่วนใหญ่มีการเชื่อมต่อซอฟต์แวร์แบบอัตโนมัตินับล้านรายการที่ยังพึ่งพาอัลกอริทึมความปลอดภัยสาธารณะแบบเก่า ทีมความปลอดภัยจึงต้องเข้าใจว่าข้อมูลถูกเข้ารหัสไว้ที่ใดและกุญแจดิจิทัลถูกสร้างขึ้นที่ใดบ้าง พร้อมจัดทำแผนผังสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เช่น AI model weights และบันทึกการฝึกอบรม ทั้งนี้ นโยบายการเข้ารหัสเริ่มต้นใน RHEL 10 ช่วยให้ผู้ดูแลระบบเปิดใช้งานมาตรฐานความปลอดภัยยุคควอนตัมสำหรับการแคปซูลกุญแจ (key encapsulation) ได้ทันที เพื่อทดสอบประสิทธิภาพแอปพลิเคชันและระยะเวลาตอบสนองก่อนย้ายเวิร์กโหลดไปใช้งานจริง

2) ทดสอบชุดคำสั่งทางคณิตศาสตร์ของการเข้ารหัสยุคใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ใช้งานจริง

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบต้านทานควอนตัมต้องประเมินผลกระทบต่อประสิทธิภาพแอปพลิเคชันและระยะเวลาตอบสนองของเครือข่าย โปรไฟล์นโยบายการเข้ารหัสใน RHEL 10 ช่วยให้สับเปลี่ยนรูปแบบการเข้ารหัสของโฮสต์ไปสู่มาตรฐานต้านทานควอนตัมได้ด้วยคำสั่งเดียว ขณะที่ Red Hat OpenShift 4.22 เปิดใช้งานการแลกเปลี่ยนคีย์รหัส ML-KEM hybrid key exchange เป็นค่าเริ่มต้น ส่งผลให้ขั้นตอนสร้างความเชื่อมต่อแบบปลอดภัย (TLS handshake) ใช้การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัมโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องแก้ไขโค้ดแอปพลิเคชัน

3) ย้ายขอบเขตความปลอดภัยจากเลเยอร์แอปพลิเคชันไปสู่เลเยอร์แพลตฟอร์ม

การให้ทีมพัฒนาเขียนโค้ดแอปพลิเคชันใหม่ทุกตัวทำให้เกิดอุปสรรคและเสี่ยงต่อข้อผิดพลาด การใช้ Red Hat OpenShift เข้ามาเปลี่ยนวิธีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในชั้นแพลตฟอร์มด้วยอัลกอริทึมต้านทานการโจมตีด้วยควอนตัม จะช่วยปกป้องข้อมูลการรับส่ง ข้อมูลการสอน GPU Cluster, Model Weights และ Credentials จากการถูกดักจับ โดยที่ทีมพัฒนาไม่จำเป็นต้องแก้ไขโค้ดแอปพลิเคชัน

4) ควบคุมการทำงานของตำแหน่งจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูลอย่างเบ็ดเสร็จ

การเตรียมความพร้อมต้องการอำนาจสิทธิ์ขาดในการกำหนดจุดจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผลเวิร์กโหลด ผู้ดูแลระบบสามารถใช้สภาพแวดล้อมแพลตฟอร์มแบบแยกส่วน (isolated platform environments) เพื่อแบ่งขอบเขตเวิร์กโหลด ป้องกันไม่ให้เส้นทางเดินข้อมูลปะปนกัน และสามารถใช้ควบคู่กับโซลูชันความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ เช่น การรันคอนเทนเนอร์ในพื้นที่ประมวลผลที่ถูกเข้ารหัส (confidential containers) เพื่อปกป้องข้อมูลระหว่างการประมวลผล

องค์กรสามารถเริ่มต้นได้ทันทีด้วยการสำรวจโครงสร้างการเข้ารหัสทั้งหมดขององค์กร (cryptographic footprint) เพื่อตรวจสอบอัลกอริทึม ขนาดคีย์ และโพรโทคอลที่ใช้งานอยู่ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเอกสาร RHEL post-quantum cryptography และ OCP 4.22 release notes รวมถึงปรึกษาทีมดูแลลูกค้าของเร้ดแฮทเพื่อวางโรดแมปการย้ายระบบล่วงหน้า

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อว.-NIA ปิดหลักสูตร PPCIL รุ่น 8 ดัน 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบาย แก้ปัญหาโครงสร้างประเทศ

อนาคตดิจิทัลไทย: ปลดล็อกระบบนิเวศ AI ด้วยการทรานส์ฟอร์ม ‘คน-ข้อมูล-ตลาด’

×

Share

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar