Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

SC ทุ่ม 2,900 ล้าน ปั้นบ้านตัวอย่างพร้อมอยู่ ส่งแคมเปญ ‘Ready to Live’ ดันยอดแนวราบครึ่งปีหลัง

SC ทุ่ม 2,900 ล้าน ปั้นบ้านตัวอย่างพร้อมอยู่ ส่งแคมเปญ 'Ready to Live' ดันยอดแนวราบครึ่งปีหลัง

ทุกครั้งที่มีคนคิดจะซื้อบ้าน คำถามแรกที่ตามมามักไม่ใช่ “ทำเลไหนดี” หรือ “งบเท่าไร” แต่คือ “แล้วจะแต่งบ้านยังไง” คำถามนี้เองที่กลายเป็นจุดตั้งต้นของแคมเปญ “SC Ready to Live” ของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเลือกนำบ้านตัวอย่างตกแต่งครบจาก 32 โครงการทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 72 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 2,900 ล้านบาท ออกจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลัง ภายใต้แนวคิด “ซื้อบ้านแต่งครบ SC เข้าอยู่ได้ทันที”

จากความปวดหัวเรื่องแต่งบ้าน สู่ยอดขาย 700 ล้านบาท

ข้อมูลสำรวจของ SC Asset พบว่า ลูกค้ากว่าครึ่งที่เข้ามาติดต่อรู้สึกกังวลกับการตกแต่งบ้าน ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน หรือไม่มีเวลาจัดการรายละเอียดที่ซับซ้อนหลังโอนกรรมสิทธิ์

ณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานนวัตกรรมการตลาดและการออกแบบ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของคนที่กำลังมองหาบ้านเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงทำเลดีหรือฟังก์ชันครบ แต่ต้องการบ้านที่พร้อมใช้ชีวิตได้ทันที

เดิมที SC Asset เคยตกแต่งบ้านตัวอย่างเพื่อจำหน่ายอยู่บ้าง แต่เป็นไปตามสถานการณ์เฉพาะจุด ไม่เคยจัดเป็นแคมเปญขนาดใหญ่ กระทั่งครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทพบว่าสามารถขายบ้านตัวอย่างไปได้แล้วกว่า 700 ล้านบาท ตัวเลขนี้เองที่ทำให้ผู้บริหารเห็นโอกาสทางธุรกิจ และตัดสินใจยกระดับให้เป็นแคมเปญใหญ่ในครึ่งปีหลัง

“เราต้องการเปลี่ยนประสบการณ์การซื้อบ้านจากการเริ่มต้นด้วยภาระ ให้กลายเป็นการเริ่มต้นด้วยความสุขและความพร้อม บ้านทุกหลังในแคมเปญได้รับการออกแบบและตกแต่งโดยทีมอินทีเรียดีไซเนอร์ชั้นนำ คิดครบทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน การใช้งาน และบรรยากาศ เพื่อให้ลูกค้าเห็นสิ่งที่จะได้รับจริง และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที” คุณณัฏฐกิตติ์กล่าว

แคมเปญ 2,900 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลทั่วกรุงเทพฯ

จากโครงการทั้งหมดของ SC Asset ราว 80 โครงการทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริษัทคัดสรรมา 32 โครงการ รวม 72 ยูนิต และ 72 ดีไซน์ เข้าร่วมแคมเปญ ครอบคลุมโซนตะวันออกอย่างกรุงเทพกรีฑาและรามอินทรา โซนเหนืออย่างรังสิต ไปจนถึงโซนตะวันตกอย่างราชพฤกษ์ แจ้งวัฒนะ บางใหญ่ และโซนปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก อยู่ใกล้ทางด่วนและทางยกระดับบรมราชชนนี

ยูนิตส่วนใหญ่เป็นบ้านตัวอย่างจากโครงการที่กำลังอยู่ในช่วงท้ายของการขาย รวมถึงบ้านตัวอย่างในโครงการที่เตรียมปรับซีรีส์ใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าซื้อบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งไว้แล้วได้ทันที ระดับราคาของยูนิตในแคมเปญเริ่มตั้งแต่ 5.99 ล้านบาท ไปจนถึง 135 ล้านบาท และมีกำหนดสิ้นสุดแคมเปญในวันที่ 30 กันยายนนี้

นอกจากตัวบ้าน แคมเปญยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์เสริม ทั้งของแถมอย่างทองคำหรือส่วนลดเงินคืนสูงสุด 500,000 บาท ทริปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ บริการทำความสะอาดครั้งใหญ่ก่อนเข้าอยู่จริง และบริการช่วยขนย้าย ซึ่งจำกัดเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวอย่างเสื้อผ้า เพราะส่วนอื่นของบ้านตกแต่งไว้ครบแล้ว ส่วนลูกค้า 5 รายแรกที่จองและโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดจะได้รับของสมนาคุณเพิ่มเติมเป็นพิเศษ

โจทย์จากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป

เบื้องหลังตัวเลขและทำเลเหล่านี้ คือความพยายามอ่านพฤติกรรมลูกค้าให้ละเอียดขึ้น SC Asset แบ่งกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญออกเป็น 4 กลุ่มคือ

  1. คนรุ่นใหม่และครอบครัวยุคใหม่ที่กังวลเรื่องเวลาควบคุมงานตกแต่ง กังวลว่างบประมาณจะบานปลายเกินราคาที่ประเมินไว้ และกังวลความเสี่ยงจากผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยบนโซเชียลมีเดีย
  2. ลูกค้าที่ต้องรีบย้ายเข้าอยู่ทันที เช่น ครอบครัวที่ต้องย้ายบ้านให้บุตรเดินทางไปโรงเรียนในละแวกนั้นได้สะดวก หรือกลุ่มนักธุรกิจที่อยากนำเวลาไปทุ่มให้งานมากกว่าคุมงานตกแต่ง
  3. คนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ซึ่งซื้อบ้านไว้เป็นที่พักตอนเดินทางกลับไทยหรือเตรียมเกษียณ และไม่มีเวลาคุมงานหรือเลือกเฟอร์นิเจอร์เอง
  4. ผู้ประกอบการย่านตะวันตก ตั้งแต่สมุทรสาคร นครปฐม กัลปพฤกษ์ ไปจนถึงปิ่นเกล้า ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ระหว่างสถานที่ทำงานกับโรงเรียนนานาชาติของลูก ทำให้ทำเลโซนตะวันตกของ SC ตอบโจทย์ด้านความสะดวกได้ดี

ความกังวลเรื่องงบตกแต่งไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะโดยทั่วไปงบตกแต่งขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% ของราคาบ้าน หากเป็นบ้านราคา 30 ล้านบาท ค่าแต่งบ้านอาจสูงถึง 4.5 ล้านบาท ไปจนถึงเกือบ 10 ล้านบาท การซื้อบ้านแต่งครบจึงช่วยให้ลูกค้ากู้สินเชื่อรวมไปกับตัวบ้านได้ตามศักยภาพ และเก็บเงินสดก้อนใหญ่ไว้หมุนเวียนทำธุรกิจส่วนตัวแทน นอกจากนี้บ้านตัวอย่างในแคมเปญยังรวมงานจัดสวนและระบบแสงภายนอกไว้ครบ ซึ่งบ้านทั่วไปมักไม่มีให้ในระดับนี้ พร้อมสิทธิ์ยกเว้นค่าออกแบบและค่าจ้างสถาปนิกหรืออินทีเรียดีไซเนอร์ที่ปกติต้องจ่ายเพิ่ม

เบื้องหลังการออกแบบ 72 หลัง

เบื้องหลังความใส่ใจของบ้านตกแต่งครบทั้ง 72 หลังในแคมเปญนี้ เกิดจากกระบวนการทำงานที่เริ่มต้นด้วยการนำโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจากฝ่ายการตลาด มาศึกษาพฤติกรรมและวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์เชิงลึกอย่างละเอียด ทั้งในแง่จำนวนสมาชิกและช่วงอายุของบุตรเพื่อจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้ตรงกับการใช้งานจริง โดยในบางโครงการถึงกับมีการจำลองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจริงของพี่น้องสองคน เพื่อดีไซน์พื้นที่แต่ละส่วนให้ออกมาเห็นภาพการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจนที่สุด

จุดที่ต่างจากบ้านตัวอย่างทั่วไปคือ แทนที่จะทำห้องนอนตามมาตรฐานเดิม ทีมออกแบบเลือกปรับพื้นที่ที่เหลือให้กลายเป็นห้องอเนกประสงค์ ห้องทำงานส่วนตัว ห้องสันทนาการ หรือโฮมสตูดิโอ เพื่อรองรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ทำงานจากบ้านมากขึ้น ส่วนพื้นที่ภายนอกก็ได้รับการออกแบบให้เชื่อมกับธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ ทั้งสวนที่ออกแบบมาสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ และสวนน้ำตกที่เพิ่มเสียงธรรมชาติให้บ้าน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่บ้านทั่วไปมักไม่มีพื้นที่มากพอจะทำได้

แผนแนวราบครึ่งปีหลัง มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท

แคมเปญนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนแนวราบทั้งหมดที่ SC Asset วางไว้สำหรับครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดโครงการแนวราบรวม 19 โครงการ แบ่งเป็นโครงการใหม่ 3 โครงการ ซึ่งเปิดตัวไปแล้วในโซนราชพฤกษ์-พรานนก และเตรียมเปิดอีก 2 โครงการในโซนรังสิต กับโครงการที่นำมาปรับปรุงและเปิดขายใหม่อีก 16 โครงการ ภายใต้ 8 ซีรีส์ใหม่ รวมมูลค่าโครงการทั้งหมดในครึ่งปีหลังประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท

สำหรับเป้าหมายเฉพาะบ้านตัวอย่าง หลังทำยอดขายได้ 700-800 ล้านบาทในครึ่งปีแรก บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอีกราว 1,000 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง รวมเป้าหมายทั้งปีที่ 1,700-1,800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10-15% ของเป้าหมายแนวราบรวมทั้งหมด

ภาพรวมตลาดในโซนตะวันตกยังเป็นปัจจัยหนุน เพราะซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้นจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูง ขณะที่ซัพพลายเก่ายังคงมีอยู่ อัตราการดูดซับโครงการแนวราบของ SC ในโซนนี้มีแนวโน้มดีกว่าภาพรวมตลาดในพื้นที่อื่น สะท้อนจากโครงการที่เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมซึ่งทำยอดขายได้เกือบ 300 ล้านบาท ส่วนกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาทของ SC มีสัดส่วนไม่เกิน 20% ของพอร์ตแนวราบทั้งหมด ทำให้ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐหรือเกณฑ์ LTV อยู่ในวงจำกัด

มุมมองคนรุ่นใหม่ต่อบ้านพร้อมอยู่

เต-เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค และ พลอย หอวัง
เต-เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค และ พลอย หอวัง

นอกจากตัวเลขและกลยุทธ์ แคมเปญนี้ยังถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองของคู่รักสายแฟชั่น พลอย หอวัง และเต – เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค หรือเต Three Man Down ซึ่งปัจจุบันแยกกันอยู่คนละบ้านแต่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

สำหรับคุณพลอย บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่เธอได้กลับมาเป็นตัวเองหลังวันที่เหนื่อยล้า หรือใช้เป็นที่ทำงานและถ่ายคอนเทนต์ บรรยากาศของบ้านจึงสำคัญไม่แพ้ตัวบ้านเอง ทั้งดีไซน์ แสง สี ไปจนถึงมุมเล็ก ๆ ที่ทำให้อยากใช้เวลาอยู่บ้านนานขึ้น “การมีบ้านที่ตกแต่งมาอย่างลงตัวตั้งแต่แรกก็ช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ไม่ต้องเริ่มคิดใหม่ทั้งหมด และสามารถใช้เวลาไปกับการใช้ชีวิตหรือเติมความสุขให้ตัวเองได้เลย” พลอยกล่าว

ส่วนคุณเตนิยามบ้านว่า เป็นเหมือนที่ชาร์จแบตเตอรี่ของชีวิต เปรียบกับการชาร์จโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนต้องกลับมาทำทุกวัน เขาบอกว่าถ้าวันไหนบ้านรกหรือไม่เป็นระเบียบ วันนั้นก็มักใช้ชีวิตได้ไม่ราบรื่น ด้วยตารางงานที่แน่นทั้งทัวร์คอนเสิร์ตและการซ้อมเพลง เวลาจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ “บ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องหวือหวา แต่ต้องเป็นบ้านที่อยู่แล้วสบาย ผ่อนคลาย และใช้ชีวิตได้จริง”

ทั้งคู่ยังมีโจทย์เฉพาะตัวที่อยากได้จากบ้านหลังใหม่ คุณเตอยากได้จุดเสียบปลั๊กไฟจำนวนมากและมุมสำหรับซ้อมกลองไฟฟ้า ส่วนคุณพลอยรับหน้าที่หาตำแหน่งจัดวางให้กลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์โดยไม่รกตา ทั้งสองยังชื่นชอบโซน Multipro ในบ้านตัวอย่างของ SC Asset ที่จัดเป็นมุมออกกำลังกายได้อย่างกลมกลืนกับพื้นที่ส่วนอื่น และเมื่อมองไปถึงอีก 3-5 ปีข้างหน้า ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าต้องเตรียมพื้นที่สำหรับห้องลูกและห้องออกกำลังกายไว้ล่วงหน้า

ความต่างขั้วเรื่องสไตล์แต่งบ้านก็เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ทั้งคู่ต้องหาจุดร่วม คุณเตชอบงานไม้ โทนสีธรรมชาติ และสไตล์ Japanese Luxury หรือ Scandinavian ขณะที่คุณพลอยเป็นสายสีสัน ทางออกของทั้งคู่คือให้คุณพลอยเลือกเฟอร์นิเจอร์สีสันที่ชอบก่อน แล้วเตค่อยช่วยดึงโทนสีลงมาด้วยงานไม้เพื่อไม่ให้ภาพรวมของบ้านดูจัดจ้านเกินไป

ในมุมของแคมเปญบ้านแต่งครบพร้อมอยู่ คุณพลอยเล่าว่าการต้องเริ่มคิดหาอินทีเรีย เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือดีลกับผู้รับเหมาด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ใช้เวลาและพลังงานมาก โดยเฉพาะช่วงที่ตารางงานแน่นหรือกำลังตั้งครรภ์ การเลือกบ้านที่พร้อมอยู่ทำให้เธอเก็บเวลาไว้โฟกัสกับธุรกิจได้มากขึ้น และไม่ต้องเสี่ยงกับการสั่งเฟอร์นิเจอร์มาแล้วขนาดไม่พอดี ขณะที่คุณเตเชื่อว่าไม่มีใครเก่งไปเสียทุกเรื่อง การฝากความไว้วางใจไว้กับแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเมื่อคนใกล้ตัวเคยเจอปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานจนสูญเงินไปกว่า 20-30 ล้านบาท การได้บ้านที่งานจัดสวนและระบบแสงภายนอกเสร็จสมบูรณ์มาพร้อมกันจึงตัดความเสี่ยงตรงนี้ออกไปได้ทั้งหมด

ระหว่างบทสนทนา คุณเตยอมรับว่า ตัวเองมักให้คุณพลอยเป็นคนเลือกก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นมุมในบ้านหรือโรงแรมตอนไปฮันนีมูน และแม้คุณพลอยจะเป็นคนที่มีข้าวของเยอะขึ้นทุกวัน แต่เธอก็เป็นคนจัดบ้านให้เป็นระเบียบและคอยคัดแยกของอยู่เสมอ เมื่อถามถึงสิ่งแรกที่อยากพาเข้าบ้านใหม่ ทั้งคู่ตอบตรงกันว่าเป็นสุนัข

คุณเตเล่าว่า น้องหมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาอยากมีลูกกับคุณพลอย เพราะได้เห็นเธอดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยความใส่ใจ และนั่นทำให้เขามั่นใจมากขึ้นในการวางแผนครอบครัวร่วมกัน

ในด้านการงาน คุณพลอยยังคงดูแลร้านชาเขียวมัทฉะ “MTCH” ซึ่งมีสาขาที่อารีย์ และเตรียมเปิดสาขาใหม่ในย่านราชดำริ ส่วนคุณเตเพิ่งจบคอนเสิร์ตใหญ่ของวงและอยู่ระหว่างช่วงทัวร์คอนเสิร์ต โดยเขาทิ้งท้ายว่าเรื่องแรกที่ให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการดูแลภรรยา

จากภาพรวมทั้งหมด “SC Ready to Live” ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญลดแลกแจกแถมของบ้านตัวอย่าง แต่สะท้อนการปรับตัวของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากการซื้อบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ไปสู่การซื้อบ้านที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตได้ทันที ซึ่งกลายเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคยุคนี้ให้น้ำหนักไม่น้อยไปกว่าทำเลหรือราคา

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

LINE เตรียมส่ง ‘MyTeam’ อุดรอยรั่วข้อมูลแบรนด์ โชว์ความสำเร็จ LINE Premium ทะลุ 3 ล้านบัญชี

จากอิฐแดงยุคน้ำท่วม สู่โรงงานอัจฉริยะกลางแดนใต้ เมื่อ SCG CBM ปักหมุด Q-CON สงขลา

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar