Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

SCBX ชี้ Digital Assets-Web3 ก้าวสู่ยุคใช้งานจริง พร้อมเปิด 5 เทรนด์สำคัญ

SCBX ชี้ Digital Assets-Web3 ก้าวสู่ยุคใช้งานจริง พร้อมเปิด 5 เทรนด์สำคัญ

เอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) บริษัทลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) ร่วมกับสำนักงานข่าว Bloomberg จัดงานสัมมนาออนไลน์ประจำปีด้าน Digital Assets และ Web3 “REDeFiNE TOMORROW 2026” ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 4–5 มิถุนายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “The Maturity of Digital Assets & Web3” โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 8,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิทยากรและผู้ดำเนินรายการรวม 55 คน ใน 29 หัวข้อ

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB 10X และ Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่เน้นการใช้งานจริงในวงกว้าง (Mass Adoption) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การใช้งานในภาคเศรษฐกิจ และการเข้ามามีส่วนร่วมของสถาบันการเงิน โดยปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาแปลงให้อยู่บนบล็อกเชน (Real-World Assets: RWA) มีมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่บริษัทด้าน Digital Assets และ Blockchain อย่างต่อเนื่อง

SCBX 5 Key trends web3

สำหรับประเด็นสำคัญ 5 เทรนด์จากการสัมมนาที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม มีรายละเอียดดังนี้:

  1. Stablecoins กำลังก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของโลกดิจิทัล – ผู้บริหารจาก Circle, Visa, Ripple และ M0 ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองว่า Stablecoins กำลังถูกนำไปใช้งานมากขึ้นในด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน การบริหารสภาพคล่อง การจัดการเงินทุนองค์กร และการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยปัจจุบันมูลค่ารวมของ Stablecoins ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีปริมาณธุรกรรมต่อปีเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินยุคใหม่
  2. Tokenization กำลังก้าวจากการออกสินทรัพย์ดิจิทัล สู่การสร้างประโยชน์ใช้งานจริง – หนึ่งในหัวข้อสำคัญของงานคือการนำเสนอถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกแปลงให้อยู่บนบล็อกเชน (Real-World Assets: RWA) โดยเฉพาะสินทรัพย์ประเภทพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ถูก Tokenized ซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วในปัจจุบัน ผู้บริหารหลายท่าน ทั้งจาก BlackRock, Sygnum, Superstate และ QCP Capital มีความเห็นตรงกันว่าคลื่นการเติบโตระลอกถัดไปจะไม่ได้วัดจากจำนวนสินทรัพย์ที่ถูกนำมาทำ Tokenization เท่านั้น แต่จะวัดจากความสามารถในการนำไปใช้งานจริง ทั้งด้านการชำระเงิน การใช้เป็นหลักประกัน การดูแลสินทรัพย์ และการเชื่อมต่อกับระบบการเงินดั้งเดิม
  3. AI และ Blockchain กำลังบรรจบกันเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่ – วิทยากรในหลายหัวข้อภายในงานยังได้พูดถึงบทบาทของ Blockchain ในการแก้ปัญหาสำคัญของ AI ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นเจ้าของข้อมูล การระบุต้นทางของข้อมูล (Attribution) ความน่าเชื่อถือ และการชำระเงินอัตโนมัติ โดยเมื่อ AI Agents มีความสามารถในการตัดสินใจและดำเนินธุรกรรมได้ด้วยตนเองมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่ตรวจสอบได้และตั้งเงื่อนไขได้ผ่านโปรแกรม (Programmable Economy) จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคถัดไป
  4. สถาบันการเงินกำลังเปลี่ยนจากการทดลองสู่การนำไปใช้งานจริง – การสนทนาภายในงานในหลายหัวข้อยังสะท้อนให้เห็นว่าโจทย์ของสถาบันการเงินนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่า “องค์กรควรเข้ามาในตลาด Digital Assets หรือไม่” อีกต่อไป แต่เป็น “จะสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้งานในระดับองค์กรได้อย่างไร” ผ่านการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรให้พร้อมรองรับการดำเนินงานในระยะยาว
  5. ความชัดเจนด้านกฎระเบียบกำลังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม – ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและกฎระเบียบจากหลายประเทศในเอเชียมีความเห็นตรงกันว่า กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และสถาบันการเงิน ช่วยสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมควบคู่ไปกับการคุ้มครองผู้ใช้งาน และกำลังกลายเป็นปัจจัยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว ในงานครั้งนี้ วิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของประเทศไทย ได้สะท้อนวิสัยทัศน์ต่อการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความพร้อมและยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมให้หลักทรัพย์ดิจิทัล (Tokenized Securities) กองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล และผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล สามารถเติบโตควบคู่ไปกับตลาดทุนในวงกว้าง ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส การคุ้มครองผู้ลงทุน และการสนับสนุนนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ

งาน REDeFiNE TOMORROW จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2563 โดย SCB 10X มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายระหว่างผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเงินระดับโลก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมการสัมนาย้อนหลังได้ทาง YouTube Playlist ของ SCB 10X และติดตามบทวิเคราะห์ล่าสุดได้ทาง Linktree ขององค์กร ทั้งนี้ เนื้อหาดังกล่าวเป็นเพียงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีเท่านั้น ไม่ใช่การให้คำแนะนำหรือชักชวนเพื่อการลงทุน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Nature Positive เปลี่ยนเกมธุรกิจโลกเปิดโอกาสใหม่บิ๊กคอร์ป–สตาร์ตอัป

The Story Thailand Forum 2026 เปิดเวทีถก AI จากโครงสร้างพื้นฐานสู่อนาคตธุรกิจและสังคม

กลุ่ม SCBX โชว์ศักยภาพวิจัยไทย ส่ง 5 ผลงาน AI สู่ 4 เวทีวิชาการระดับโลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar