เอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) จัดทำ “AI-VOLUTION The Series 2026” ซีรีส์เนื้อหาออนไลน์รายเดือนตลอดปี นำเสนอบทสนทนาเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ก่อตั้ง นักลงทุน และผู้บริหารองค์กรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อวิเคราะห์แนวทางการปรับตัวขององค์กรในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ โมเดลธุรกิจ และรูปแบบการทำงาน
โครงการนี้ต่อยอดจากงานสัมมนาออนไลน์ AI-VOLUTION Virtual Summit 2025 ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คนจาก 88 ประเทศ และมียอดรับชมสะสมกว่า 700,000 ครั้ง โดยในปี 2026 SCB 10X ได้ยกระดับเป็นซีรีส์ออนไลน์รายเดือน ซึ่ง 6 ตอนแรกมียอดรับชมรวมมากกว่า 100,000 ครั้ง สะท้อนความสนใจของภาคธุรกิจในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริง
สรุป 6 แนวคิดสำคัญในการสร้างความได้เปรียบแข่งขัน
จากบทสนทนากับผู้นำอุตสาหกรรม ทีม Tech Intelligence จาก SCB 10X ได้สรุป 6 ปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถทางการแข่งขันขององค์กรในยุค AI ไว้ดังนี้:
1. เมื่อ AI ทำให้ต้นทุนการสร้างลดลง การมี “วิจารณญาณ” จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น
เครื่องมือ AI สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ทำให้การสร้างหรือจำลองผลิตภัณฑ์พื้นฐานสามารถทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ความได้เปรียบทางการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการลงมือทำเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ย้ายไปสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ AI ระบบอื่นสามารถนำไปต่อยอดได้
แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโลกของซอฟต์แวร์เท่านั้น เมื่อ AI สามารถช่วยสร้างรายงาน งานออกแบบ และคอนเทนต์ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้นคือ “วิจารณญาณ” รสนิยม และความสามารถในการแยกแยะว่าอะไรมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และสร้างคุณค่าได้จริง มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงปริมาณหรือความเร็วในการผลิต
2. การใช้ AI ในระดับบุคคล ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะมี Institutional Memory
แม้ AI จะมีความสามารถในการจดจำบริบทและช่วยสนับสนุนการทำงานของพนักงานแต่ละคนได้มากขึ้น แต่ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวอาจหายไปจากองค์กรเมื่อพนักงานคนนั้นลาออก บทสนทนาในซีรีส์ได้สะท้อนแนวทางของระบบ Enterprise AI รวมถึงบริษัทอย่าง Ema ที่สามารถบันทึกไม่ใช่แค่เพียงผลลัพธ์ของการทำงาน แต่ยังรวมถึงเหตุผลและกระบวนการคิดเบื้องหลังการตัดสินใจที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ซึ่งอาจช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง “ความทรงจำขององค์กร” หรือ Institutional Memory ที่สะสมองค์ความรู้และสามารถนำข้อมูลมาเชื่อมโยงเพื่อค้นหารูปแบบและอินไซต์ที่อาจไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน
3. การใช้งานซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนจาก “interface บนหน้าจอ” สู่การ “บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ”
รูปแบบการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ผู้ใช้ต้องเรียนรู้วิธีใช้งานผ่านเมนูและ Dashboard สู่การสนทนากับ AI Agents และกำลังก้าวไปสู่รูปแบบที่ผู้ใช้สามารถระบุเพียงผลลัพธ์ที่ต้องการ ก่อนให้ระบบเป็นผู้กำหนดขั้นตอนในการดำเนินการ ทีม Venture Capital ของ SCB 10X ยังติดตามบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้และโมเดลการคิดค่าบริการรูปแบบใหม่ ซึ่งก้าวข้ามแนวคิดการขายซอฟต์แวร์แบบคิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งาน หรือ Software Seats ไปสู่รูปแบบที่มูลค่าของซอฟต์แวร์ถูกประเมินจากผลลัพธ์ที่สามารถส่งมอบได้จริง
4. ลูกค้ารายต่อไปของธุรกิจ อาจไม่ใช่มนุษย์
การเติบโตของการซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้กับภาคธุรกิจ เมื่อลูกค้ารายต่อไปอาจเป็น AI Agent ที่ทำหน้าที่ค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจแทนมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ดิจิทัลของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานร่วมกับระบบ AI หรือ Agents โดยตรง ส่งผลให้ AI Agents อาจต้องค้นหาวิธีการอื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เมื่อช่องทางหรือขั้นตอนการใช้งานที่ออกแบบไว้สำหรับมนุษย์ไม่สามารถตอบสนองได้ บทสนทนาในซีรีส์จึงสะท้อนถึงความสำคัญของการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์ใช้งานให้พร้อมสำหรับเส้นทางของลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents ตั้งแต่ต้น
5. Pilot ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่า AI พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในระดับองค์กร
การพิสูจน์ว่า AI สามารถทำงานเฉพาะด้านได้สำเร็จในระดับขั้นทดลอง (Pilot) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำ AI ไปใช้จริง เมื่อระบบต้องทำงานในระดับที่ใหญ่ขึ้น องค์กรจำเป็นต้องพิจารณาว่า AI จะทำงานอย่างไรภายใต้ปริมาณการใช้งานที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่มีความไม่แน่นอน สถานการณ์ที่มีความซับซ้อน หรือเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ความพร้อมสำหรับการใช้งานจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการกำหนดความรับผิดชอบในการตัดสินใจอย่างชัดเจน การติดตามตรวจสอบการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระบวนการรับมือและการส่งต่อเมื่อระบบไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่คาดหวัง
6. องค์กรอาจประเมินต้นทุนของ AI ต่ำเกินไป และคาดหวังผลประหยัดสูงเกินจริง
บทสนทนาในซีรีส์สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างภาพของ AI ในเชิงเศรษฐศาสตร์กับความเป็นจริงของการนำ AI มาใช้ในระดับองค์กร โดยผลการศึกษาจาก MIT Project NANDA พบว่า 95% ของโครงการนำร่องด้าน Generative AI ในองค์กรไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้อย่างชัดเจน ซึ่งหนึ่งในความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่ค่าใช้จ่ายของ AI เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงต้นทุนและความซับซ้อนในการเชื่อมต่อ AI เข้ากับระบบและกระบวนการทำงานเดิม
เน้นย้ำการออกแบบกระบวนการทำงานร่วมกับ AI อย่างยั่งยืน
ประเด็นทั้ง 6 สะท้อนว่าโจทย์ขององค์กรได้เปลี่ยนจากการตั้งคำถามว่า “AI ทำงานนั้นได้หรือไม่” ไปสู่การออกแบบกระบวนการทำงาน การตัดสินใจ การเก็บรักษาความรู้ และการสร้างคุณค่าร่วมกับ AI ซึ่ง SCB 10X จะยังคงนำเสนอเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญในระบบนิเวศ AI ระดับโลกผ่าน AI-VOLUTION The Series 2026 อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
สามารถรับชมวิดิโอสรุปเนื้อหา AI After the Chatbot: 6 New Rules for Building AI Organizations: https://www.youtube.com/watch?v=pL8oJCSzgGE
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
กลุ่ม SCBX คว้า 4 รางวัล Techsauce Awards 2026 ย้ำบทบาทผู้นำ AI-First Organization
ChatGPT Work จากแชตบอตสู่ Agentic AI ที่ลงมือทำงานได้



